ระทึก!รถพ่วงชนรถตร.ขณะยืนออกใบสั่ง ดับ1เจ็บ1

รถเทรลเลอร์ ชนและทับรถตำรวจทางหลวง ดับ 1 สาหัส 1 ขณะยืนออกใบสั่ง บนถนนวงแหวนตะวันตก ทางหลวงหมายเลข 9 กิโลเมตร ที่ 70 เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 28 ก.พ. 58 ร.ต.ท.เลิศวรรธ์ อุทัยนาง ร้อยเวรสอบสวน สภ.สามโคก ได้รับแจ้งเหตุมีรถพ่วงชนรถกระบะทางหลวงมีตำรวจติดภายใน 2 คน ที่ถนนวงแหวนตะวันตก ทางหลวงหมายเลข 9 กิโลเมตรที่ 70 ตรงข้ามปั้มน้ำมัน ปตท. ต.บางกระบือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงรุดไปในที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รถพ่วงพุ่งชนรถตำรวจทางหลวง ,รถพ่วงชนรถตำรวจ ,รถเทรลเลอร์พุ่งชนรถตำรวจทางหลวง, ข่าวอุบัติเหตุ, อุบัติเหตุ ที่เกิดเหตุพบรถพ่วง 22 ล้อ บรรทุกสินค้า เลขทะเบียน 62-3475 กรุงเทพมหนคร ลูกพ่วงเลขทะเบียน 51-1898 กรุงเทพมหานคร คว่ำอยู่ริมถนน คนขับชื่อ นายสมหมาย เดชกุลรัมย์ อายุ 47 ปี ชาวจ.ระยอง ขับมาจากบางปะอินกำลังจะไปส่งสินค้าที่คลังสินค้าเทสโกโลตัส อ.สามโคก ทับรถกระบะทางหลวงหมายเลขขางรถ1124 เลขทะเบียน 5ผ4089 กรุงเทพมหานคร มีตำรวจติดภายใน 2 คน คนขับชื่อ ร.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ พุฒิสาร อาการบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างช่วยออกมานำตัวส่ง โรงพยาบาลปทุมธานี และ ด.ต.บดินทร์ วงษ์สว่าง นั่งมาด้านข้างเสียชีวิต ห่างไป 10 เมตรพบรถพ่วงบรรทุกปูนเลขทะเบียน 61-9952 กรุงเทพมหานคร ลูกพ่วง 61-9953 กรุงเทพมหานคร คนขับชื่อ นายพรภิรมย์ แก้วคำใส อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 117/19 ถ.หน้าสถานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ บาดเจ็บที่ขาซ้ายเป็นแผลถลอก เจ้าหน้าที่ช่วยทำแผลให้เบื้องต้น รถพ่วงพุ่งชนรถตำรวจทางหลวง ,รถพ่วงชนรถตำรวจ ,รถเทรลเลอร์พุ่งชนรถตำรวจทางหลวง, ข่าวอุบัติเหตุ, อุบัติเหตุ รถพ่วงพุ่งชนรถตำรวจทางหลวง ,รถพ่วงชนรถตำรวจ ,รถเทรลเลอร์พุ่งชนรถตำรวจทางหลวง, ข่าวอุบัติเหตุ, อุบัติเหตุ ด้านนายพรภิรมย์ แก้วคำใส คนขับรถปูน กล่าวว่า ตนเองและภรรยาขับรถบรรทุกปูนจากสระบุรี จะไปส่งที่บางบัวทอง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้แซงขวาจากนั้นมีรถตำรวจทางหลวงขับมาขนาบข้างพร้อมส่องไฟฉายมาที่ตน ทำสัญญาณให้รถจอด ตนเห็นดังนั้นจึงจอดรถที่ริมถนนด้านซ้าย รถตำรวจที่ตามมาจอดที่ด้านหน้ารถปูน ตนเองได้ลงจากรถปูนแล้วเดินอ้อมไปด้านซ้ายของรถตำรวจ พร้อมนำใบขับขี่มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนั้นมีรถพ่วงขนาดบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่พุ่งมาชนรถตำรวจอย่างจัง ตนเองได้กระโดดหลบจึงรับบาดเจ็บที่ขาซ้ายเล็กน้อย

10ล้อ!ชนรถรองแม่ทัพเขมรตกเหวดับ5ราย

รถบรรทุก 10 ล้อ เสียหลักแหกโค้ง พุ่งชนรถรองแม่ทัพกัมพูชา ตกเหวลึกเสียชีวิต พร้อมนายทหารคนขับ ประชาชนและพระรวม 5 ศพ

เกิดเหตุสลด บริเวณเนินศาลยายเมา ห่างจากด่านช่องสะงำ 2 กิโลเมตร พบรถบรรทุก 10 ล้อของบ่อนกาสิโนที่ช่องสะงำ ตกลงไปในเหวลึกประมาณ 20 เมตร นอกจากนี้ยังพบรถกระบะอีก 1 คน ถูกรถพ่วงทับพังยับและมีผู้เสียชีวิต

ข่าววันนี้, ช่องสะงำ, พล.ท.นวน โน, กัมพูชา, อุบัติเหตุ

ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างช่วยกันงัดร่างผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ในซากรถออกมาพบมี 5 ราย ประกอบด้วย พล.ท.นวน โน รองผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา นายทหารพลขับ พลเรือน 2 รายและพระสงฆ์อีก 1 รูป

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวได้ขนดินออกมาจากบ่อนกาสิโน มุ่งหน้าไป อ.อัลลองเวง โดยมีพระนั่งมาด้วย แต่คาดว่ารถบรรทุก 10 ล้อแหกโค้ง พุ่งไปชนรถของ พล.ท.นวน โน ที่วิ่งสวนทางมาตกลงไปในเหวดังกล่าว

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ springnews

MThai News 

10ล้อแหกโค้ง!ชนรถรองแม่ทัพเขมรตกเหวดับ5ราย

ชาวเน็ตแชร์ว่อน! ภาพสาวถูกพยาธิไชชอนใบหน้า เหตุจากกินส้มตำปูปลาร้า ด้านเว็บฯแพทย์ ชี้ เป็นโรคพยาธิชอนไชผิวหนัง ไม่อันตรายต่อคน-ไม่เกี่ยวกินตำปูปลาร้า

เกิดปรากฏการณ์แชร์ภาพในสังคมออนไลน์ เหตุใบหน้าด้านซ้ายของหญิงสาวรายหนึ่งมีเส้นนูนแดงคล้ายเส้นเลือดปรากฏ  โดยระบุข้อความ เป็นเส้นทางเดินของพยาธิ ที่มีสาเหตุจากการรับประทานส้มตำปูปลาร้า

พยาธิไชใบหน้าม, พยาธิไชเข้าผิวหนัง, พยาธิตัวจี๊ด, พยาธิจากส้มตำ, แชร์

แชร์ว่อน! พยาธิไชใบหน้า’สาว’ เหตุกินตำปูปลาร้า

พยาธิไชใบหน้าม, พยาธิไชเข้าผิวหนัง, พยาธิตัวจี๊ด, พยาธิจากส้มตำ, แชร์

ขณะที่เว็บไซต์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ระบุ อาการดังกล่าว คือ โรคพยาธิชอนไชผิวหนัง (Cutaneous larva migrans) คือ โรคผิวหนังที่เกิดจากพยาธิตัวกลมระยะตัวอ่อน ส่วนมากเป็นพยาธิปากขอ หรือพยาธิเส้นด้ายของสัตว์ โดยพยาธิระยะตัวอ่อนจะไชไปตามผิวหนัง ชั้นหนังกำพร้า ทำให้เกิดผื่น มีลักษณะเป็นเส้นนูนสีแดงคดเคี้ยวใต้ผิวหนังตามทางที่พยาธิไชผ่าน

แต่ไม่เป็นอันตรายต่อคน เพราะคนไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่พยาธิเจริญเติบโตได้และพยาธินั้นจะตายไปเอง สำหรับอาการแสดงทางผิวหนังนั้น จะเป็นอยู่นานจนกว่าพยาธิจะถูกทำลายโดยภูมิคุ้มกันหรือได้รับยาฆ่าพยาธิ ป้องกันได้โดย อย่าเดินเท้าเปล่า และไม่นำมือที่เปื้อนดินมาสัมผัสร่างกาย และไม่ได้ติดจากการกินส้มตำ

ขอบคุณข้อมูล คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดลฯ /ภาพ Pairoch Vasanakomut

MThai News