ผบ.ตรลั่น! ไม่เคยรับเงินผิดกม.-เอี่ยวบ่อนเตาปูน

ผบ.ตร โต้ลั่น! ไม่เคยรับเงินผิดกฏหมาย ข่ม คนอ้างชื่อเอี่ยวเปิดบ่อนเตาปูน ซัด ปล่อยข่าวมั่ว ตรวจสอบแล้ว พบแต่ฝุ่น 

25 ก.พ.58 จากกรณีมีอดีตนายตำรวจร้องเรียน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เร่งจับกุมบ่อนการพนันย่านเตาปูน หลังมีการเปิดบริการอีกครั้งช่วงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งพบมีเงินหมุนเวียนนับล้านบาท โดยได้รับอนุญาตให้เปิดเล่นได้จากการแอบอ้างชื่อนายทหารกองทัพบกและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น

ผบ.ตร, สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, สมยศ, บ่อนเตาปูน, การพนัน

ผบ.ตร ลั่น! ไม่เคยรับเงินผิดกฏหมาย-เอี่ยวบ่อนเตาปูน

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงหลังจากได้รับรายงาน ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับทหารทันทีในพื้นที่ดังกล่าวทันที เบื้องต้น ไม่พบการเล่นการพนัน ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในสภาพเก่าและไม่มีการใช้พื้นที่มานาน

ส่วนการกล่าวอ้างบุคคลสำคัญและตนเอง เป็นเรื่องที่ใครก็แอบอ้างได้ แต่ก็สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยง่าย จึงขอย้ำ “คนอย่าง พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ไม่เคยรับเงินผิดกฎหมายแน่นอน”

MThai News

สวยและรวยมาก!สาวมะกัน ถูกแจ็กพอต 6,100 ลบ.

สาวอเมริกัน แม่ม่ายลูกสี่วัย 26 ปีจากรัฐนอร์ธ แคโรไรนา ถูกหวยแจ็กพอต พาวเวอร์บอล ซึ่งทำให้เธอได้ส่วนแบ่งกว่า 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 6,100 ล้านบาท

สำนักข่าวเอ็นบีซีนิวส์รายงานเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่า แม่ม่ายลูกสี่วัย 26 ปีจากรัฐนอร์ธ แคโรไรนา เป็น 1 ใน 3 ผู้ถูกรางวัลแจ็กพอตพาวเวอร์บอล ซึ่งทำให้เธอได้ส่วนแบ่งกว่า 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,100 ล้านบาท) จากเงินรางวัลทั้งหมด 564 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 18,365 ล้านบาท)

149a

149b

ผู้โชคดีรายล่าสุดนี้มีชื่อว่า นางมารี โฮมส์ เธอเป็นแม่ม่ายที่เลี้ยงดูลูก 4 คน ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นเด็กพิการทางสมองเพียงลำพัง ทั้งเธอและเด็กๆอาศัยอยู่ในบ้านที่ทำจากรถเทรลเลอร์

“มันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของพวกเด็กๆ พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตที่สบายและไม่ต้องดิ้นรนอีกต่อไป”มารี โฮมส์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม โฮมส์ตัดสินใจที่จะรับเงินรางวัลทั้งก้อนในครั้งเดียว ซึ่งนั่นจะทำให้เธอต้องเสียภาษีจำนวนมาก โดยเงินรางวัลที่เธอจะได้รับหลังหักภาษีทั้งหมดแล้วเป็นเงินประมาณ 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,800 ล้านบาท)

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์  

MThai News

เขาคิชฌกูฏศรัทธากับพุทธพาณิชย์ปีละ300ลบ.

จะเห็นได้ว่าช่วงนี้ใครๆต่างก็ชวนไปไหว้พระเขาคิชฌกูฏ ที่นั่นมีอะไรทำไมคนถึงแห่ไปกันนักในช่วงต้นปี วันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์จะพามาแตกประเด็นเกี่ยวกับเขาคิชฌกูฏ ทั้งเรื่องตำนานความเชื่อ ความขัดแย้งเกี่ยวกับธุรกิจและผลประโยชน์บน เขาคิชฌกูฏ ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้

ความเชื่อ-ตำนาน

เขาคิชฌกูฏ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏเป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย สูงกว่า 1,050 เมตร จากระดับน้ำทะเล ถือว่าสูงที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ “รอยพระพุทธบาท” มีลักษณะเป็นรอยบนหินแผ่นใหญ่ มีรอยลึกประมาณ 2 เมตรเศษ กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร ค้นพบที่ยอดเขาพระบาทห่างจากที่ทำการอุทยานเขาคิชฌกูฏราว 4 กม. “รอยพระพุทธบาท” นี้ถูกค้นพบโดยนายพรานหาของป่าที่เดินขึ้นไปบนเขาคิชฌกูฏเมื่อปี พ.ศ.2397 เดิมทีนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “พระบาทพลวง” ตามตำนานเล่าว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาประทับที่นี่และฝากรอยพระบาทไว้
ขึ้น เขาคิชฌกูฏ กันทำไม ?

Untitled-2

การนมัสการรอยพระพุทธบาท เขาคิชฌกูฏจะ เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ช่วงประมาณปลายเดือนมกราคม – เดือนมีนาคม (ในปี 2558 นี้ คือวันที่ 19 มกราคม – 19 มีนาคม 2558) หรือแค่ประมาณ 2 เดือน ต้องเดินทางไปต่อรถโฟลวีลที่ถูกจัดไว้ให้เนื่องจากหนทางหวาดเสียวแล้วเดินต่อทางชันอีก3กิโลเมตร เรียกได้ว่าต้องมานะพยายามมาก จึงทำให้เชื่อกันว่าหากใครได้ไปไหว้พระบาทพลวงจะทำให้ได้บุญใหญ่รวมถึงขอพรอะไรก็ได้หนึ่งอย่างด้วย ซึ่งแสวงบุญบนเขาคิชฌกูฏไม่ใช่เพิ่งฮิต แต่ทำกันมานานกว่า 161ปีแล้ว มีคนหลั่งไหลไปไม่ต่ำกว่า2ล้านคนต่อปี

ความขัดแย้งบนผลประโยชน์ของคิชฌกูฏ

หากจำกันได้เมื่อต้นปี มีข่าวว่าชาวบ้านได้ขนดินมาปิดทางขึ้นเขาคิชฌกูฏ เกิดจากความขัดแย้งของ2วัดซึ่งแบ่งกันเป็น2ฝ่ายคือฝ่ายวัดกะทิง และ วัดพลวง โดยทางทั้งสองวัดเป็นจุดลงรถก่อนที่ผู้แสวงบุญจะเปลี่ยนขึ้นรถโฟลวีลขึ้นไปยังเขานั่นเอง และมีผลประโยชน์ร่วมบนเขาคิชฌกูฏมานาน ซึ่งชนวนของปัญหาปิดทางขึ้นเขามาจากการที่ คณะศิษยานุศิษย์และคณะกรรมการของวัดกระทิง ไม่พอใจคณะกรรมการของวัดพลวง ที่ไม่ยอมให้พนักงานและลูกศิษย์ของวัดกระทิงไปร่วมงานที่บนยอดเขา

รวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ทางฝ่ายวัดกระทิงก็ไม่รู้เรื่อง เนื่องจากอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ทำให้กลุ่มวัดกระทิงต้องมาปิดทางขึ้นเขา สร้างความเดือดร้อนให้กับนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน เดือดร้อนถึงจังหวัดต้องเข้ามาเคลียร์ โดยได้ข้อสรุปว่า ให้วัดกระทิงเป็นกองอำนวยการ ในการจัดซื้อสิ่งของขึ้นเขา ส่วนคณะสงฆ์ จ.จันทบุรี จะดูแลอำนวยความสะดวกด้านบนเขา ส่วนรายได้ให้จัดตั้งเป็นกองทุน และใช้จ่ายตามเจตนารมณ์ ที่ท่านพ่อเขียน อดีตเจ้าอาวาสวัดกระทิง เคยวางแนวทางไว้

รายได้บนเขาคิชฌกูฏไม่ธรรมดานะจ๊ะ

สาเหตุที่ใครต่างก็อยากจะเป็นจัดงานบนเขาคิชฌกูฏเพราะมีรายงานตัวเลขว่า มีเม็ดเงินสะพัดกว่า200-300 ล้านบาท ทั้งจากเงินทำบุญ ค่าดอกไม้ธูปเทียน และค่าจ้างรถโฟร์วีลขึ้นเขาโดยเจ้าของรถโฟร์วีล มีรายได้ตกรายละ 3-4 แสนบาท หลังจากปิดเทศกาลขึ้นเขา โดยผลประโยชน์เงินบริจาคบนเขาจะแบ่งเป็น3ส่วน ให้อำเภอคิชฌกูช 30% วัดกะทิง 30 % และ คณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี 40% เพื่อไม่ให้เกิดข้อขัดแย้งกัน จะเห็นได้ว่าจากงานบุญแค่2เดือนกลายเป็นธุรกิจพุทธพาณิชย์ที่ใครๆต่างหมายปอง จนกระทั่งบางคนถึงกับเอือมและไม่อยากเข้าไปนมัสการรอยพระพุทธบาท

MThai News

IMG_8545