ผลตรวจดีเด็นเอชายต้องสงสัยไม่ตรงกับคนร้ายก่อเหตุข่มขืนหญิงชรา 10 ราย ตำรวจคาด ผู้ต้องสงสัยตกใจจึงรับสารภาพ ล่าสุดปล่อยตัวแล้ว เตรียมล่าคนร้ายตัวจริงรับโทษ
จากกรณี คนร้ายที่ก่อเหตุข่มขืนหญิงชราถึง 10 ราย ในพื้นที่ จ.นครปฐม จ.สมุทรสงคราม และ จ.สมุทรสาคร ตั้งแต่ปี 2553-2558 นั้น ล่าสุดวานนี้ (24 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจสืบสวนภาค 7 ได้คุมตัวผู้ต้องสงสัย ที่มีลักษณะรูปพรรณคล้ายกับคนร้ายมาสอบปากคำ

ชายต้องสงสัยรับข่มขืนหญิงชรา
หลังจากชุดสืบสวนของ สน.ธรรมศาลา จ.นครปฐม ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีในพื้นที่พุทธมณฑลสาย 7 ว่า พบคนงานในโรงงานหล่อพระ ลักษณะคล้ายกับบุคคลในภาพสเก็ตซ์ ที่ตำรวจสืบสวนภาค 7 ออกมาตามหาว่า มีลักษณะหน้าตาคล้ายกับนายตะวัน (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ที่มีพฤติกรรมชอบจีบหรือชมหญิงชราว่าสวย ทั้งนี้หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น นายตะวัน ก็ได้ย้ายไปทำงานที่โรงน้ำแข็งแห่งหนึ่งใน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงทำการตรวจสอบประวัติ พบว่านายตะวันเป็นคนบุรีรัมย์ มีอาชีพทำงานโรงงานหล่อพระ และรับจ้างช่วยรังวัดที่ดินในพื้นที่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ จึงส่งชุดสืบสวนออกติดตามและสามารถจับกุมตัวได้ที่โรงน้ำแข็งในอ.พิมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายตะวันให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุข่มขืนหญิงชราในพื้นที่ 3 จังหวัดจริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการนำภาพถ่ายของคนร้าย นำไปให้ผู้เสียหายรายหนึ่งดู แล้วยืนยันว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ต้องมาเก็บดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยไปตรวจสอบ เพื่อหาความชัดเจนว่าจะตรงกับของคนร้ายหรือไม่
ต่อมา พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ชายผู้ต้องสงสัยตามรูปพรรณที่จับมาได้ ผลการตรวจดีเอ็นเอไม่ตรงกันกับคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งเชื่อว่าสาเหตุที่รับสารภาพนั้น อาจเป็นเพราะตกใจจึงรับสารภาพไป และล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการปล่อยตัวกลับไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ขอฝากประชาสัมพันธ์ตามหาคนร้ายที่ก่อเหตุตัวจริงต่อไป เป็นชายไทย อายุ 30-40 ปี ผิวคล้ำ รูปร่าง กำยำ กล้ามเป็นมัด สูงประมาณ 170 ซม. รูปร่างสันทัด เท้าใหญ่ ขนาดรองเท้าเบอร์ 42-43 มือใหญ่ ผมยาว หากประชาชนพบเห็นสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทุกพื้นที่
MThai News