ระทึก! หญิงมาเลฯ ดับคาเครื่องบิน ก่อนลงจอดที่สุวรรณภูมิ

ระทึก! หญิงชาวมาเลเซียดับคาเครื่องบินสายการบินอียิปต์แอร์ ก่อนลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ

พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตบนเครื่องบินสายการบินอียิปต์แอร์ ขณะนำเครื่องลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบภายในเครื่องบิน พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง ทราบชื่อภายหลังว่า นาง NIK AZIAH BINTI NIKYUSOF อายุ 54 ปี สัญชาติมาเลเซีย นั่งเสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้โดยสาร

หญิงมาเลฯ ดับคาเครื่องบิน

หญิงมาเลฯ ดับคาเครื่องบิน

จากการสอบสวนทราบว่า โดยผู้เสียชีวิตเดินทางด้วยเที่ยวบินที่ Ms 960 จากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ มายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจะเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยผู้เสียชีวิตเดินทางมากับลูกชายชื่อ นาย AHMAD SYAHIRHAKIM BINZULKIFLI สัญชาติมาเลเซีย อายุ 25 ปี นั่งที่นั่งติดกัน

สอบถาม นาย AHMAD บุตรชาย ระบุว่า แม่นั่งเก้าอี้หมายเลข 22b และตัวเองนั่งติดกันเลขที่ 22c ลูกชาย แจ้งว่าแม่ป่วยเป็นโรคความดันชอบบ่นว่าปวดท้อง ปวดตามลำตัว และบ่นมาตั้งแต่กรุงไคโร จากนั้นได้นอนแน่นิ่งบนเครื่องบินขณะที่เครื่องอยู่บนอากาศเหนือน่านฟ้ารอยต่อประเทศไทย และเมียนมา ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ บุตรชายผู้ตายไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของมารดาแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกับแพทย์ ร.พ.บางพลี ทำการตรวจชันสูตร ไม่พบบาดแผลใด ๆ ได้แจ้งสถานทูตและส่งศพไปตรวจที่สถาบันนิติเวชเพื่อชันสูตรอย่างละเอียดต่อไป

ขอบคุณภาพจาก ประชาชาติธุรกิจ

มธ.ไล่ออก‘สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล’ ชี้ละทิ้งหน้าที่

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไล่ออก‘สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล’ ชี้ละทิ้งหน้าที่ ทั้งที่ยืนหนังสือลาออกแล้ว

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเผยแพร่เอกสารคำสั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงนามโดยนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิบการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ไล่ออกนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องจากกระทำผิดข้อบังคับมหาวิทยาลัย

765

765b

765c

โดยเอกสารดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้ คำสั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ 356/2558

เรื่อง ลงโทษไล่ออกจากราชการ

ด้วยอาจารย์ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ตำแหน่งอาจารย์ สังกัดภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เลขที่อัตรา 2793 อัตราค่าจ้าง 37,480 บาท ได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยมีพฤติการณ์เมื่อได้รับบันทึกฉบับลงวันที่ 18 ธันวาคม 2557 จากหัวหน้าภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ แจ้งให้ทราบถึงการพิจารณาอนุมัติการลาไปปฏิบัติงานในประเทศเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2557 ถึง วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 ว่าการพิจารณาเป็นไปด้วยความล่าช้าและระยะเวลาได้ล่วงเลยไปถึง 6 เดือนแล้วยังไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติจากมหาวิทยาลัย และแจ้งให้อาจารย์ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล กลับมาปฏิบัติราชการ และรับมอบหมายภาระงานสอนในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2557 ให้จำนวน 2 วิชา คือ ประวัติศาสตร์ไทย 3 และประวัติศาสตร์การเมืองไทยหลังปี 2475

แต่อาจารย์ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ไม่กลับมาปฏิบัติราชการตามที่ภาควิชาได้แจ้งดังกล่าว ต่อมาเมื่อคณะศิลปศาสตร์ได้มีบันทึกลงวันที่ 26 ธันวาคม 2557 แจ้งให้อาจารย์ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล กลับมาปฏิบัติราชการโดยด่วน อาจารย์ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ก็ยังเพิกเฉยไม่กลับมาปฏิบัติราชการแต่อย่างใด โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่าอาจารย์ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ไม่ได้ยื่นเรื่องขอลาประเภทอื่นแต่อย่างใด นอกจากการยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการโดยขอให้มีผลตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2557 ต่อมามหาวิทยาลัยได้พิจารณาไม่อนุมัติการลาไปปฏิบัติงานในประเทศเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการของอาจารย์ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

พฤติการณ์การกระทำของอาจารย์ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ดังกล่าวถือเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามระเบียบ แบบแผนของทางราชการ ในเรื่องการลาและการปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมาย ทำให้มหาวิทยาลัยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย และทรัพย์สินซึ่งเป็นเงินเดือนและเงินสวัสดิการอื่นๆ ที่มหาวิทยาลัย และคณะศิลปศาสตร์ ได้จ่ายให้แก่อาจารย์ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในระยะเวลาระหว่างนั้น เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 39 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2547 และเป็นการละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน ถือเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามข้อ 55(6) ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ พ.ศ.2551 แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555 ด้วย สมควรได้รับโทษไล่ออกจากราชการ

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2547 ข้อ 54 ข้อ 57 และข้อ 61 (2) (8) ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ พ.ศ.2551 แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555 จึงให้ลงโทษไล่ อาจารย์ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ออกจากราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2557 ซึ่งเป็นวันที่ละทิ้งหน้าที่ราชการเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดี

MThai News 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  ข่าวสดออนไลน์

แย่แล้ว!! หุ่นยนต์เขียนข่าว คนข่าว.. มีหนาวแน่

แย่แล้ว!!  หุ่นยนต์เขียนข่าว เทคโนโลยีใหม่แทนมนุษย์ งานนี้คนข่าวมีหนาวแน่

วันที่ 23 ก.พ. 2558 สำนักข่าวต่างประเทศ ว่า ไม่นานมานี้ สำนักข่าวชื่อดังอย่าง AP ได้เปิดมิติใหม่ ด้วยการเริ่มใช้หุ่นยนต์เขียนข่าวแทนมนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวารสารศาสตร์จะมองเรื่องนี้อย่างไร

757a

757b
เครื่องเซิฟเวอร์และสายเคเบิลระโยงระยางเหล่านี้คือหุ่นยนต์ที่สามารถเขียนข่าวได้อัตโนมัติโดยไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากมนุษย์ โดยสำนักข่าว AP ได้เริ่มนำมาทดลองใช้ภายใต้ความร่วมมือกับเจ้าของเทคโนโลยีอย่าง “ออโตเมตเท็ด อินไซทส์” (Automated Insights)

AP เริ่มทดลองใช้ระบบเขียนข่าวอัตโนมัติตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีก่อน พวกมันสามารถเขียนข่าวๆเดียวได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ฟิลานา เพ็ตเทอร์สัน ผู้ช่วยบรรณาธิการโต๊ะข่าวเศรษฐกิจของ AP อธิบายว่า ปัจจุบัน หุ่นยนต์เหล่านี้รับผิดชอบเฉพาะข่าวเศรษฐกิจพื้นฐาน เช่น รายงานรายได้หรือการซื้อขาย ซึ่งสามารถนำข้อมูลตัวเลขมาเรียบเรียงให้เป็นข่าวได้ง่าย

ข้อมูลดิบที่ AP ใช้มาจากศูนย์ข้อมูล “แซ็ค” และข่าวทุกชิ้นที่เขียนด้วยระบบอัตโนมัติจะมีป้ายระบุไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้สมาชิกรับทราบ เพ็ตเทอร์สันบอกว่า ประโยชน์ของหุ่นยนต์เขียนข่าวนอกจากจะทำให้การรายงานข้อมูลดิบต่างๆ ผิดพลาดน้อยลงแล้ว ยังทำให้นักข่าวที่เป็นคนมีเวลาทำข่าวเชิงลึกมากขึ้นด้วย

เช่นเดียวกับ เจฟฟ์ จาร์วิส อาจารย์ด้านวารสารศาสตร์ จาก “ซิตี ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ นิวยอร์ก” ที่มองว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้ผู้สื่อข่าวมีเวลาผลิตข่าวเชิงลึกมากยิ่งขึ้น

นอกจากข่าวเศรษฐกิจแล้ว AP ยังมีแผนจะขยายระบบอัตโนมัติให้เขียนข่าวประเภทอื่น อย่างการรายงานผลกีฬาในอนาคตด้วย ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองต่อไปว่า ในอนาคต จะมีสำนักข่าวอื่นๆ เริ่มนำระบบนี้มาใช้อีกหรือไม่ และเมื่อมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น มันจะส่งผลกระสบต่อสังคมข้อมูลข่าวสารในระยะยาวอย่างไรบ้าง

MThai News