มติมส. ย้ำ’ธัมมชโย’พ้นปาราชิก-รื้อคดีต้องยื่นเรื่องใหม่

มหาเถรสมาคม แถลง ไม่มีมติกรณี “พระธัมมชโย”ชี้ พ้นอาบัติปาราชิกไปตั้งแต่ ปี 2542 ส่วนรื้อฟื้นคดีใหม่ ต้องมีผู้ยื่นเรื่องกับเจ้าคณะจังหวัดอีกครั้ง

27 ก.พ.58 พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี)โฆษกมส. กล่าวภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม หรือ มส. นานกว่า 1 ชั่วโมงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2542 ดำเนินการได้ข้อยุติแล้ว โดยอยู่ในชั้นความรับผิดชอบของเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีในขณะนั้น

มหาเถรสมาคม, มส., ปาราชิก ,พระพรหมเมธี , พระธัมมชโย

มติ มส. ย้ำ’ธัมมชโย’พ้นปาราชิก-รื้อคดีต้องยื่นเรื่องใหม่

คือ พระธัมมชโย ไม่อาบัติปาราชิก เพราะไม่มีเจตนาครอบครองทรัพย์ไว้กับตนเอง และได้โอนที่ดินกว่า 900 ล้านบาท ให้เป็นของวัดพระธรรมกายไปแล้วหากจะมีการรื้อฟื้นคดีของพระธัมมชโยขึ้นมาใหม่ จะต้องมีผู้ยืนเรื่องร้องเรียนมายังเจ้าคณะจังหวัดใหม่ เพื่อสอบและส่งเรื่องตามลำดับชั้นของสงฆ์มายังมส.อีกครั้ง เพราะในคดีเก่าไม่สามารถรื้อฟื้นได้

เนื่องจากมีการรับรองรายงานของมส.ไปแล้ว ซึ่งหากจะไปรื้อฟื้นคดีเดิม จะเท่ากับเป็นการอาบัติของสงฆ์ ส่วนพระธัมมชโยปาราชิกหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ โดย มส. มีหน้าที่เพียงรับรองรายงานการประชุมต่างๆตามเรื่องที่ส่งมาเท่านั้น

ขณะกรณีที่พระพุทธะอิสระ ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ไม่ถือว่าเป็นการเสนอคดีพระธัมมชโยใหม่ เพราะยังไม่มีหนังสือเป้นลายลักษณ์อักษร และไม่ได้ส่งเรื่องมายังเจ้าคณะ

ส่วนการตรวจสอบทรัพย์สิน มส.นั้น เป็นเรื่องยาก ติดปัญหาเรื่องสิทธิส่วนบุคคล และพระแต่ละรูปใน มส.ก็มีประชาชนศรัทธาจำนวนมาก อาจทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจ

นอกจากนี้ ที่ประชุม มส.ยังมีมติรับทราบ ตามที่ผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ชี้แจงนายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานกรรมการปฏิรูปฯพุทธศาสนา สปช. ในกรณีที่พระราชภาวนาวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไม่ต้องปาราซิกจากมติเมือปี 2549

ขอบคุณข้อมูล จส.100 

MThai News 

เรื่องแปลกๆ สารพัดเลขเด็ด ก่อนหวยออก!!

ขอบอกว่า ทีมงานสรรหาเพื่อเอาใจคอหวยโดยเฉพาะ และหากเรื่องราวที่นำมาเล่าสู่กันฟัง ทำให้แฟนคลับ MThai ขุ่นคล้องหมองใจ ก็ต้องกราบขออภัยไว้ ณ ทีนี้ด้วยครับ

เริ่มกันที่เรื่องแปลกๆ ลูกหมูประหลาด มีงวง มีเขี้ยว คล้ายพระพิฆเนศ ลำตัววัดโดยรอบ 25 ซม. ความยาวของลำตัว 32 ซม. เท้าทั้ง 4 ขาปกติ น้ำหนักตัว 1,500 กรัม ตายมาแล้ว 4วัน แต่สภาพเนื้อหนังไม่เน่าเปื่อย

07-2

ขอบคุณภาพจาก kppnews.net 

เหตุเกิดขึ้นที่บ้านของนางอำพร จันทร์ศรี อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ 6 บ้านบึงหล่ม ต.คลองน้ำไหล อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ชาวบ้าน ชาวช่อง โดยเฉพาะเหล่าคอหวยแห่มาขอดูกัน หัวบันไดไม่แห้ง

ยิ่งเจ้าของบ้านนำร่างลูกหมู ใส่พานทองเหลือง ปูด้วยผ้าขาว ผูกผ้าสามสี แถมเพิ่มความขลังด้วยการนำแผ่นทองคำเปลวปิดไว้ที่ร่างหมู ยิ่งเพิ่มความสนใจให้กับชาวบ้าน เพราะเดิมที่มาดูกันเฉยๆ แต่คราวนี้เล่นหอบเอา ดอกไม้ ธูปเทียน มากราบไหว้ ขอโชคลาภกันเลยทีเดียว

เรื่องนี้ก็อัศจรรย์ มิใช่น้อย เมื่อเจ้าอาวาสบ้านโนนสวรรค์ จ.ร้อยเอ็ด นั่งสมาธินิมิตเรือโบราณ โดยมีแม่ย่านางบอกว่า ฝังอยู่ที่ริมแม่น้ำชีท่าทรายเสี่ยลอ

22-6

วันรุ่งขึ้นเมื่อญาติโยมทราบเรื่องได้พากันเอารถแบ็คโฮไปขุด ปรากฎว่า นะจังงัง พบเรือโบราณไม้ตะเคียนทอง ลักษณะคล้าย เรือสำเภาจีน ขนาดความยาว 26 เมตร กว้าง 5 เมตร อายุเก่าแก่กว่า 100 ปี สร้างความตื่นเต้นกับชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง

และก็เป็นไปตามระเบียบ ชาวบ้านในจังหวัดใกล้เคียง แห่นำ ดอกไม้ ธูปเทียน ผ้าสามสี มากราบไหว้ ขอโชคลาภ และขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ขณะนี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่วัดบ้านโนนสวรรค์

ข่าวสุดท้ายต้องให้เขา เพราะไม่ว่าใครเจอเหตุการณ์นี้ มักจะโดนเต็มๆเกือบทุกราย โดนเต็มๆที่ว่าคือถูกหวย ถูกลอตเตอรี่ จ้าพี่น้อง…

โดยเฉพาะเจ้าของรถทัวร์ ผู้ร่วมเหตุการณ์ และคอหวย คงได้ลุ้นกันสุดชีวิต จากเหตุการณ์ที่ นางเสริฐ มาลากุล หญิงสาวชาวลาวท้องแก่ วัย 30 ปี เกิดเจ็บท้องใกล้คลอดระหว่างโดยสาร บัสโดยสาร 99 VIP 2 ชั้น สีฟ้าคาดชมพู สายนครพนม-กรุงเทพฯ ทะเบียน 15-5818 กท. เลขข้างรถ ม.4(ก) 26-1123 ที่มีนายประสิทธิ์ ธงทอง พนักงานขับรถ

07-5

ขณะรถวิ่งผ่านผาเสวยกลางภูพาน มุ่งหน้าจังหวัดสกลนคร ปรากฎว่า นางเสริฐ เกิดอาการเจ็บท้องใกล้คลอด อย่างหนัก โรงพยายาลก็ยังอยู่อีกไกล คนขับผู้โดยสารต่างตกใจทำอะไรไม่ถูก

โชคดีที่ได้ น.ส.กีรติยา อุ่นเจริญ นักสังคมสงเคราะห์ รพ.จิตเวชราชนครินทร์นครพนม ผู้โดยสารที่นั่งมาบนรถด้วยกัน ช่วยทำคลอด โดยได้โทรศัพท์สอบถามวิธีทำคลอดกับเพื่อนที่เป็นพยาบาลเป็นระยะๆ

ขณะที่ ผู้โดยสารคนอื่นๆก็ได้แต่ ลุ้นและภาวนาให้แม่และเด็กปลอดภัย

และแล้วชีวิตใหม่ก็ได้ออกมาดูโลก เด็กคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย เป็น เพศชาย ทุกคนลงความเห็นและตั้งชื่อว่า น้องรถบัส หลังจากทั้งแม่และลูก ถูกนำตัวไปยัง รพ.พระอาจารย์แบน ที่อยู่กลางเทือกเขาภูพาน อ.ภูพาน จึงทราบว่า เด็กทารกมีน้ำหนัก 2,300 กรัม สมบูรณ์แข็งแรงทั้งแม่และลูก

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้จะถือเป็น เรื่องแปลก เรื่องอัศจรรย์ หรืออะไรก็ตาม โปรดใช้วิจารณญาณในการรับรู้พิจารณาสิ่งที่อ่านด้วยเหตุและผลได้

เว้น ‘คอหวย’ น่าจะถึงเวลา ‘ลุ้นระทึก’ กันแล้วสินะ งวดนี้ขอให้โชคดีกันทุกคน…

MThai News

แย่แล้ว!! ก๊าซธรรมชาติเหลือใช้ 6 ปี หากไม่….

กรมเชื้อเพลิงฯ เผย หากไม่เปิดสัมปทานรอบ 21 ส่งผลปริมาณก๊าซธรรมชาติเหลือใช้ 6 ปี

นาง พวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า กรมเชื้อเพลิงฯ ยังยืนยันว่า ไทยควรจะเปิดโอกาสให้กับประเทศในการสำรวจฯ ปิโตรเลียม เนื่องจากปัจจุบันไทยมีใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อการผลิตไฟฟ้า 5,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ขณะที่การผลิตในประเทศอยู่ที่ระดับ 3,000 ล้านลบ.ฟุตต่อวันที่เหลือเป็นการนำเข้าทั้งจากแหล่งพัฒนาร่วมไทยมาเลเซีย (JDA) 780 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และการนำเข้าจากพม่า 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน พร้อมนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)

176

ขณะที่ความต้องการใช้ก๊าซฯ ของไทยเพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับการผลิตที่ลดน้อยลงและปริมาณสำรอง P1 ที่ค้นพบและมั่นใจ สัดส่วนร้อยละ 90 จะลดลงจากเดิม 7 ปี เหลือประมาณ 6 ปี ซึ่งการสำรวจเพื่อผลิตในประเทศหวังจะรักษาระดับการผลิตให้อยู่ในระดับ 3,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ไม่ให้ลดลงมาก เพื่อไม่ให้ไทยต้องนำเข้า LnG สูงในจำนวน 1400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในปี 2561 ซึ่งจะมีราคาแพง และจะกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน ประกอบกับสิ่งสำคัญคือ LNG ที่นำเข้าจะไม่สามารถนำมาผลิตปิโตรเคมีที่เป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องซึ่งมี ความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันและต่อระบบเศรษฐกิจไทย

ทั้งนี้ นางพวงทิพย์ กล่าวด้วยว่า การยกเลิกประกาศสัมทานปิโตรเลียมรอบ 21 ยอมรับว่ากระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนซึ่งเอกชน 1 รายที่ได้เสนอขอสัมปทานรอบ 21 ทางกรมฯ จะทำหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการโดยเอกชนก็มีความเข้าใจถึงสถานการณ์ประเทศ ไทย