องค์กรชาวพุทธจี้นายกฯ เลิกกก.ปฏิรูปพุทธศาสนา

องค์กรชาวพุทธฯ ยื่นหนังสือถึง “ประยุทธ์” ยกเลิก กก.ปฏิรูปพุทธฯสปช.ใน 15 วัน เหตุก้าวล่วงศาสนจักรและสร้างความแตกแยกสงฆ์มากขึ้น

วันที่ 24 ก.พ.58 เครือข่ายองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย นำโดย พระมหาโชว์ ทสฺสนีโย ผู้อำนวยการส่งเสริมพุทธศาสนามหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านศูนย์บริการประชาชน

องค์กรชาวพุทธ, พระมหาโชว์ ทสฺสนีโย, กก.ปฏิรูปพุทธฯสปช., เทียนฉาย กีระนันท์, ไพบูลย์ นิติตะวัน, ปฏิรูปศาสนา, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สภาปฏิรูปแห่งชาติ, สปช., พ.ร.บ. คณะสงฆ์ฉบับใหม่

องค์กรชาวพุทธ จี้!นายกฯยกเลิก กก.ปฏิรูปพุทธฯสปช.

ระบุว่า ตามที่นายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีคำสั่งสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ 8/2558 แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตราการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ซึ่งมีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธานกรรมการ

โดยเห็นว่า กรรมการชุดนี้เป็นบุคคลที่มีความสุดโต่งทางการเมืองศาสนา พร้อมยังให้ฆารวาสเข้ามาบริหารจัดการกิจการของคณะสงฆ์ ซึ่งไม่เคยมีรัฐบาลใดกระทำมาก่อน และยังมีอำนาจในการยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คณะสงฆ์ฉบับใหม่ โดยที่คณะสงฆ์ไม่มีส่วนร่วมในการให้ข้อเสนอแนะ

นอกจากนี้ คณะกรรมการชุดนี้ทำงานได้เพียง 1 เดือน ก็มีปัญหาเกิดขึ้นมาก หากยังมีคณะกรรมการชุดนี้ต่อไป ยิ่งสร้างความแตกแยกในสังคมและวงการพระสงฆ์มากขึ้น

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ จส.100 

MThai News

ต้องชิม อร่อยถูก ไอติม 100 ปี ที่ นครนายก

ถูกเเละดี ยังมีอยู่ในโลก ! ไอติม 100 ปี ที่ นครนายก ไปติดตามต่อกับ  MThai Newsได้เลยตอนนี้  

หากพูดถึง “ไอศครีม” ในหัวของคนกรุงหลายๆคน คงนึกถึง สเวนเซ่นส์ , บาสกิ้น รอบบิ้น , หรือไม่ก็ ไอเบอรี่ ส่วนราคาเเต่ละยี่ห้อก็ไม่ต้องพูดถึง ไม่ต่ำกว่า 100 บาท อัพ! แน่นอน

วันนี้เราจะพา มารู้จัก ‘ไอติม’ ที่กรรมวิธีการทำ ก็ไม่ได้เเตกต่างอะไรกันมากมาย แต่เรื่องรสชาติ คุณป้าสมจิตรหรือป้าปุ๊ และคุณลุงสมพงษ์ รัตนวิริยะกุล สองสามีภรรยา

เขามีลูกค้ามากหน้า หลายตามาการันตีความอร่อย เพราะอายุ อานาม ของร้าน ก็ได้สืบทอดกันมายาวนานกว่า 100 ปี โอ้โห !! อยากรู้กันแล้วใช่ไหมหล่ะ วันนี้ MThai News จะพาไปรู้จัก อาชีพ เด็ดๆ ของ ป้าปุ๊และคุณลุงสมพงษ์ กันเลย ว่าทำไม อยู่มาได้ยาวนานขนาดนี้

ป้าปุ๊ เล่าไปพรางๆว่า ตนเองนั้น ได้รับการสืบทอดมาก็ 30 ปี และก่อนหน้านั้นอีกรวมแล้วก็กว่า 100 ปี โดยได้รับการสืบทอดมาจากเฮียตี๋ที่ กรุณาสอนวิชาไอติมโบราณให้กับตน ทำให้ตนทำมาเลี้ยงชีพได้มาจนถึงทุกวันนี้

โดยในแต่ละวัน ป้าปุ๊จะเตรียมมะพร้าวเพื่อเอามาขั้นหัวกะทิ ซึ่งเป็นส่วนประกอบและหัวใจสำคัญในการทำไอติมโบราณ จากนั้นก็จะใส่ส่วนผสมต่างๆ แล้วให้คุณลุงสมพงษ์ เป็นคนใส่วัตถุดิบทั้งหมดลงไปยังเครื่องปั้นไอติม

ที่ตอนนี้มาใช้เครื่องสมัยใหม่ เนื่องจากเครื่องเก่าที่ได้รับสืบทอดมาจากเจ้าของสูตรนั้นมีอายุการใช้งานมากว่า 100 ปี โดยแต่ละครั้งในการปั้นไอติมแต่ละรอบ จะใช้เวลา ปั้นอยู่ที่ 20-25 นาที ซึ่งจะได้ครั้งละประมาณ 10-15 กิโลกรัม

โดยเริ่มขายถ้วยละ ตั้งแต่ราคา 1 บาท 2 บาท และมา 5 บาทในปัจจุบันที่ผ่านมาเคยคิดที่จะปรับ ราคาไอติมเพิ่มขึ้น เนื่องจากวัตถุดิบราคาสูงขึ้น ทุกวัน แต่ป้าปุ๊ ก็ไม่ได้ตัดสินใจเพิ่ม

เนื่องจากลัวว่าลูกค้าจะน้อยลง เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ เป็นชาวบ้าน และ เด็กนักเรียน ซึ่งป้าปุ๊ ยืนยันที่ จะขายในราคานี้ต่อไป จนจะสู้ราคาไม่ไหวจริงๆ

ส่วนใครมีโอกาสเเวะไปแถวๆนั้น ก็ลองหาเวลา ว่างๆ ไปอุดหนุน ไอติม ป้าปุ๊กับลุงสมพงษ์ กันได้ที่ ตลาดเก่า หน้าโรงเรียนเหลียนหัว อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

ป้าปุ๊ยังบอกอีกว่า ที่ร้านมีท๊อปปิ้งเป็น ข้าวเหนียวมูลหอมๆ ข้ามโพดต้ม เผือกกวน ลูกชิด เพื่อเพิ่มรสชาติไอติมโบราณ ให้ลูกค้าเลือกตามความต้องการ

และจากการสอบถามลูกค้า หลายคนที่มาทาน ไอติมโบราณของป้าปุ๊ จะบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า จะมีรสชาติอร่อย หวานมัน กำลังดี

ป้าปุ๊ ยังโชว์เคล็ดลับถารถนอมไอติมโบราณ เวลาที่ลูกค้าซื้อกลับบ้านให้อีกด้วย โดยการนำไอติมที่ตักใส่ถุงแล้ว ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ให้มิดชิด เท่านี้ต่อให้ไปไกลขนาดไหนพอเปิดอกมาก็ได้ลิ้มชิมรสชาติเหมือนกับมาทานที่ร้าน

คิดเหมือนกัน รึไม่! ว่าการที่จะอยู่เป็นตำนาน และยาวนานอย่างเดียวนั้น เรื่อง รสชาติและความใส่ใจในวัตถุดิบเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

แต่อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญไม่น้อยไปกว่านั้น คือ การใส่ใจลูกค้า ที่ป้าปุ๊ กับลุงสมพงษ์ ไม่ได้หวังแค่ขายไอติม เพื่อให้ได้กำไรเพียงอย่างเดียว  แต่ยังหวังดี ต่อลูกค้า ที่เป็นชาวบ้าน อยากให้พวกเขาได้รับประทาน ไอติมที่มีรสชาติดี ในราคาที่ย่อมเยาว์ ต่อไป…

ขอบคุณรูปภาพจาก สำนักข่าว TNN24

MThai News

เก๋งเครื่องดับ-สตาร์ตใหม่ ไฟลุก! หวิดย่างสด

เพลิงไหม้รถเก๋งวอดทั้งคัน ขณะที่สาวใหญ่วัย 40 ปี รีบอุ้มหลายชายหนีตายได้ทัน

เกิดเหตุเพลิงไหม้รถยนต์เก๋งโปรตอน หมายเลขทะเบียน กท 550 เชียงราย สีส้ม บริเวณถนนตัดใหม่เข้าบ้านขัวแคร่ หมู่ 17 ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยไฟได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรงนานกว่า10 นาที ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลบ้านดู่ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ได้นำรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุ โดยการฉีดน้ำสกัดเพลิง จนสามารถควบคุมเพลิงได้ แต่รถยนต์คันดังกล่าวเสียหายไปแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะด้านในตัวเก๋งและห้องเครื่อง

เพลิงไหม้รถเก๋งวอดทั้งคัน

เพลิงไหม้รถเก๋งวอดทั้งคัน

น.ส.กัญญา ต้นแก้ว อายุ 40 ปี เจ้าของรถ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถยนต์ออกจากบ้านตามปกติเพื่อนำหลานชายไปส่งที่โรงเรียน แต่เมื่อรถยนต์มาถึงที่เกิดเหตุ รถเกิดดับจึงได้สตาร์ทเครื่องใหม่ จากนั้นเกิดควันขึ้นมาทั้งภายในห้องเครื่องและหน้ารถ จึงตัดสินใจอุ้มหลานอายุ 3 ขวบวิ่งออกมาจากรถ ต่อมาไฟก็ลุกไหม้อย่างรุนแรง รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวใช้มานานกว่า 3 ปี ไม่เคยซ่อมที่ไหนและรถไม่ได้ติดแก๊ส ส่วนสาเหตุนั้นไม่ทราบว่ามาจากสาเหตุใด

ไฟไหม้รถเก๋งวอดทั้งคัน

ไฟไหม้รถเก๋งวอดทั้งคัน

MThai News

ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจากข่าวสด