ก.ล.ต. ประกาศยกเลิก 13 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ที่ สท. 2/2558 เรื่อง การเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ประกาศระบุว่า โดยที่มาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 กำหนดให้ นายทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพประกาศการเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในราชกิจจานุเบกษา

เมื่อกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเลิกตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว นายทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจึงประกาศการเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้ ดังต่อไปนี้

ก.ล.ต., กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

1.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัท ฟิลไทย จำกัด ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 460/2533 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557

2.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัท ไทยไพบูลย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งจดทะเบียนแล้วทะเบียนเลขที่ 594/2533 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557

3.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สยามพิวรรธน์ กรุ๊ป ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 36/2540 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557

4.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มิลีนเนียม ไมโครเทค (ประเทศไทย) ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 98/2538 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557

5.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัท เจวีซี แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 6/2536 ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557

6.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานเอชเอสบีซี ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 73/2539 ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2557

7.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เอชเอสบีซีทวีทรัพย์ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 1/2551 ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2557

8.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สยามสินธร ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 30/2539 ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2557

9.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 120/2533 ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2557

10.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 110/2540 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2557

11.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานบริษัท แมนูไลฟ์ ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 584/2533 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2557

12.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซิตี้คอร์ปมั่นคง ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 12/2549 ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2557

13.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซิตี้คอร์ปมั่งคั่ง ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ทะเบียนเลขที่ 13/2549 ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2557

ติดตามข่าวสาร ‘การเงิน’ คลิ๊กเลย>>>>>>>

MThai News

ถวิล มอบตัวกองปราบ โดน 5 ข้อหาโกงเงิน สจล.

อดีตอธิการฯ สจล. เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจกองปราบ ตามหมายเรียก พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหา เตรียมหลักทรัพย์เพื่อประกันตัว ด้านตร.แจ้ง 5 ข้อหา เอี่ยวโกงเงินสจล.

วันนี้ (24 ก.พ.) นายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ตามหมายเรียก เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีการยักยอกเงิน สจล.กว่า 1.6 พันล้านบาท

'ถวิล พึ่งมา'มอบตัวกองปราบ

‘ถวิล พึ่งมา’มอบตัวกองปราบ ตร.แจ้งข้อหาลักทรัพย์-ฟอกเงิน

โดยนายถวิล เปิดเผยก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามว่า ตนเดินทางมาตามหมายเรียกเท่านั้น และขอปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี และพร้อมที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาลจนถึงที่สุด โดยยังไม่ทราบว่า ตร.จะแจ้งข้อหากล่าวตนเองอะไรบ้าง แต่ยังยืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์ ไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมทนายพร้อมหลักทรัพย์เพื่อประกันตัวไว้แล้ว

ด้านพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า วันนี้สจล.ได้มอบอำนาจให้ดำเนินการกับ 3 อดีตผู้บริหารสจล. ได้แก่ นายถวิล พึ่งมา, นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ และนายศรุต ราชบุรี โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา นายถวิล เดินทางมาให้ปากคำพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ทั้งหมด 5 ข้อหา คือ ร่วมกันลักทรัพย์, ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่ดูแลทรัพย์เบียดเบียนทรัพย์เป็นของตนเอง, เป็นเจ้าพนักงานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามม.157 และร่วมกันฟอกเงิน ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

จากการสอบปากคำนายถวิล เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง และจำไม่ได้ว่าเคยเซ็นต์ชื่อไปตอนไหนบ้าง แต่จากพยานหลักฐานและพฤติกรรมพบพิรุธ เนื่องจากนายถวิลลงนามเปิดบัญชีสถาบัน ก่อนที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งอธิการบดี รวมทั้งเป็นผู้ปิดบัญชี หลังจากหมดสถานภาพการเป็นอธิการบดีแล้ว และยังทำหนังสือถึงธนาคาร พร้อมระบุไม่อนุญาตให้ธนาคารตรวจสอบบัญชี หรือสถานะทางการเงินของสถาบัน

นอกจากนี้ ยังพบว่านายถวิลมีความสนิทสนมกับนายทรงกลด ศรีประสงค์ หนึ่งในผู้ต้องหาเกินกว่าปกติ เนื่องจากเป็นผู้รับรองความประพฤติให้กับนายทรงกลด ขณะที่ทางธนาคารพบพิรุธในพฤติกรรมและเตรียมจะโยกย้ายนายทรงกลด ในส่วนของลายเซ็นต์ที่มีอำนาจในการโอนเงินของสถาบันนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน

โดยอดีตผู้บริหารสจล.ทั้ง 3 รายนี้ น่าจะเป็นกลุ่มของบอสใหญ่ ที่คอยบงการการกระทำทุกอย่าง ทั้งนี้ เชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีก แต่ไม่ใช่ระดับผู้บงการ อย่างไรก็ตาม ได้ประสานทางอัยการเพื่อติดตามจับกุมนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหาคนสำคัญ ที่เชื่อว่ายังคงหลบหนีอยู่ในประเทศอังกฤษ ซึ่งหากจับกุมตัวได้ จะสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ทั้งหมด

ทั้งนี้ ในส่วนของนายสรรพสิทธิ์ และนายศรุต พนักงานสอบสวนนัดหมายมาสอบปากคำในเวลา 10.00 น. แต่นายสรรพสิทธิ์ติดภารกิจ จึงขอเลื่อนมาพบในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น.

ขอบคุณภาพจาก แนวหน้า

MThai News

โจรออนไลน์ หลอกตุ๋นเงินช่วยสุนัข สูญนับหมื่นบาท

ช่วยประณาม! หากินกับรูปหมาจรจัดป่วย หลอกเอาเงินบริจาค

วันนี้(24 ก.พ.) บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้ของสมาชิกเว็บไซต์พันทิปท่านหนึ่ง ชื่อสมาชิกคุณ คอมเม้นบน โดยได้ตั้งกระทู้ชื่อ “เจ็บใจที่ช่วยน้องหมาจรจัดไม่ได้ แต่เจ็บใจกว่าที่โดนมิจฉาชีพเอาน้องไปหากินต่อ ทำไงดีครับ?”

โดยเจ้าของเรื่องได้เผยว่า เมื่อปลายเดือนมกราคม ตนได้ช่วยเหลือสุนัขจรจัดไว้ตัวหนึ่ง ซึ่งป่วยหนักมาก ซึ่งได้ตั้งชื่อว่าไทเกอร์ โดยมีคนบนโลกออนไลน์ได้ติดต่อขอบริจาคเงินเข้าช่วยเหลือน้องหมาตัวนี้รวมทั้งหมด 30,370 บาท ค่ารักษาจนถึงวันที่ไทเกอร์ไม่อยู่แล้ว คือ 33,402 บาท ซึ่งสุนัขตัวนี้ได้ตายไปแล้ว

1424580450-02s-o

แต่เรื่องกลับไม่จบแค่นั้น เพราะมีสมาชิกเฟซบุ๊คคนหนึ่งนำรูปน้องไทเกอร์ไปแอบอ้างกับชาวสังคมออนไลน์ต่อเพื่อหลอกเงินบริจาค โดยโพสต์ไปตามกลุ่มช่วยเหลือสุนัขพร้อมกับแต่งเรื่องขึ้นมาให้น่าสงสาร พร้อมทั้งลงรายละเอียดบัญชีให้ร่วมบริจาค รวมถึงสร้างหลักฐานใบเสร็จและอาการต่างๆเพื่อให้ดูสมจริงและน่าเชื่อถือมากขึ้น มีผู้หลงเชื่อโอนเงินไปให้จำนวนมาก

ซึ่งทางเจ้าของกระทู้ทราบมาว่า เจ้าของบัญชีที่ลงไว้ในโพสต์ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำนี้เลยเพียงแต่เป็นเพื่อนของผู้กระทำผิด โดยผู้กระทำผิดอ้างว่าจะมีญาติโอนเงินเข้ามาให้ ทั้งนี้ได้ทราบชื่อและตัวจริงของผู้กระทำผิดแล้วว่าเป็นใคร อยู่ระหว่างการประสานเอาผิด

อย่างไรก็ตามทุกวันนี้จะเอาแค่ใจบุญอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องเช็คอย่างละเอียด ทางที่ดีควรโทรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อนบริจาค หรือเช็คความน่าเชื่อถือ ที่มาของภาพ เพราะไม่เช่นนั้นความใจบุญของคุณจะกลายเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้

ที่มา http://pantip.com/topic/33267917

MThai News