อย่าเชื่อ! BTS เปลี่ยนชื่อพร้อมพงษ์ เป็นเอ็มดิสทริค

ข่าวลือมั่ว! เปลี่ยนชื่อ BTS พร้อมพงษ์ เป็น เอ็มดิสทริค

จากกรณีที่บนโลกออนไลน์มีกระแสข่าวลือว่า จะมีการเปลี่ยนชื่อสถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์ เป็นสถานี “ เอ็ม ดิสทริค ” ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 โดยอ้างว่าเป็นการร่วมมือกันระหว่างโครงการ ดิ เอ็ม ดิสทริค เดอะมอลล์กรุ๊ป กรุงเทพมหานคร (กทม.) และ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อรองรับศูนย์การค้าใหม่ สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลกออนไลน์ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน

IMG_3851

ล่าสุดมีรายงานข่าวจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ว่า เอกชนไม่สามารถขอเปลี่ยนชื่อสถานีรถไฟฟ้าได้ ถ้ามีรายนี้ก็จ้องมีรายอื่นเสนอมาเช่นกัน

ซึ่งทางบีทีเอสยืนยันว่า ไม่มีนโยบายเปลี่ยนชื่อสถานีพร้อมพงษ์ เป็น เอ็ม ดิสทริค ตามข่าวลือแต่อย่างใด โดยหากจะมีการเปลี่ยนชื่อจริงจะต้องขออนุญาตบีทีเอสซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานและเป็นผู้ตั้งชื่อสถานีรวมถึงยื่นขอไปทางกทม.ในฐานะเจ้าของสัญญาสัมปทานด้วย

MThai News

ซูสีไทเฮาไปแล้ว! หมอพรทิพย์ มาใหม่คราวนี้เป็น คลีโอพัตรา

ดราม่า! ชาวโซเชียล แห่แชร์ภาพใหม่ หมอพรทิพย์ เป็น คลีโอพัตรา

วันนี้(24 ก.พ.)หลังจากที่ก่อนหน้านี้แฟนเพจ VOLUME ได้เผยแพร่ภาพ แพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ถ่ายแบบลงนิตยสารโดยมีเครื่องแต่งกายเป็น พระนางซูสีไทเฮา หรือ สมเด็จพระจักรพรรดินีซูสี พระพันปี แห่งราชวงศ์จีน โดยภาพดังกล่าวจะถูกตีพิมพ์ในนิตยสารฉบับ200ภาพประทับใจ สร้างกระแสฮือฮาทั่วโลกออนไลน์ ลามไปถึงดราม่าประเทศจีนว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมเพราะพระนางซูสีไทเฮาเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์

10500348_10155251791525300_3807135686618461856_n

ล่าสุดแฟนเพจ VOLUME  ได้เผยอีกภาพจากชุดเดียวกันเป็นภาพคุณหญิงหมอในลุคของ พระนางคลีโอพัตรา ราชินีแห่งดินแดนอียิปต์ ซึ่งรอบนี้ชาวสังคมออนไลน์หลายคนถึงกับบอกเลยว่าไม่เหมือนหมอพรทิพย์เลยเพราะสวยมากๆ แต่บางกลุ่มที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามแนวคิดทางการเมืองของหมอพรทิพย์กลับมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมเพราะก่อนหน้านี้เพิ่งจะมีดราม่ากับจีนไป ที่สำคัญคือภาพแฟชั่นชุดนี้ทำให้คุณหญิงหมอหมดความน่าเชื่อถือและเหมือนเป็นตัวตลกมากกว่า

ทั้งนี้ทางแฟนเพจ Volume เผยว่าภาพเซตดังกล่าวเป็นภาพแฟชั่นinspiration ไม่บังอาจไปเทียบเคียงล่วงเกินกับเหล่ามหาราชินีในอดีตเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากข้อความที่หยาบคายไร้มารยาทในการวิจารณ์เเอามันของนักเลงคีย์บอร์ดที่ไร้จรรยาบรรณที่คอยสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นในสังคมSocail networkในปัจจุบันของเมืองไทยน่าเศร้าจริงๆ

ขอบคุณภาพจาก แฟนเพจ VOLUME

MThai News

ชูวิทย์ซัดเละ พุทธะอิสระ พระนักเลง อวดอุตริ

ชูวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊คซัด พระพุทธะอิสระ อวดอุตริร่วมกับแก๊งขาประจำ ไพบูลย์-เจิมศักดิ์ ใช้ความเสื่อมศรัทธามาขยายผล

วานนี้(23ก.พ.)  นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว “ชูวิทย์ I’m No.5″ หัวข้อจากรัฐสภา ถึงมหาเถรสมาคม ระบุรายละเอียดว่า การเมืองขึ้นอยู่กับความเชื่อ ส่วนศาสนาขึ้นอยู่กับความศรัทธา เมื่อความเชื่อของประชาชนต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์หมดไป เพราะได้ใจเอา “ร่างพรบ.นิรโทษกรรม” มาดัดแปลงดีเอ็นเอเข้าสู่สภา ฝ่ายตรงข้ามฉวยโอกาส “นาทีทอง” ปั่นกระแส “มวลมหาประชาชน” อันบริสุทธิ์เพื่อใช้เป็นประโยชน์กับตัวเอง

ชูวิทย์ซัด พุทธะอิสระพระนักเลง อวดอุตริ

ชูวิทย์ซัด พุทธะอิสระพระนักเลง อวดอุตริ

ถึงขั้นล้มการเลือกตั้ง ยึดสถานที่ราชการ อ้างการปฏิรูป บอกว่ามีการทุจริต คอรัปชั่น โอกาสอันมีน้อยนิด ต้องรีบตีบท “เอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น” เมื่อสู้บนกระดานไม่ได้ ก็ต้องล้มกระดาน แล้วมานั่งนับหนึ่งกันใหม่ จากเรื่องการเมืองมาถึงเรื่องศาสนา มหาเถรสมาคมประกอบด้วยพระชั้นผู้ใหญ่ มีกฎระเบียบวิถีทางของสงฆ์ เมื่อเกิดปัญหาธัมมชโย วัดธรรมกาย จะอาบัติหรือปราชิกก็แล้วแต่

ย่อมไม่สามารถใช้วิธีการข้างถนน อย่างที่พระนักเลงอย่างพุทธะอิสระเคยทำมาในอดีตสมัยการเมือง ที่ทั้งปิดถนน ไล่ทำร้ายผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา เพราะโลกของธรรมะย่อมแตกต่างจากโลกของการเมืองอย่างสิ้นเชิง แต่พุทธะอิสระ “อวดอุตริ” ร่วมกับแก๊งขาประจำไม่ว่า นายไพบูลย์ นายเจิมศักดิ์ รับลูกกันใช้ความเสื่อมศรัทธามาขยายผล

เหมือนที่เคยทำสำเร็จในทางการเมืองมาก่อน พุทธศาสนิกชนลองตรองดูเถิด แต่ก่อนไฟการเมืองลามทุ่งเป็นกาฝากขึงพืดประเทศไทย จนถึงบัดนี้ ไฟกำลังจะลามเป็นกาฝากศาสนา ผมไม่เชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ศรัทธาพุทธะอิสระ เพราะผมรู้ไส้รู้พุงจนถึงกระดูก ผมจึงไม่ช่วย แต่ต้องออกมาขวาง หรือจะปล่อยให้ฉวยโอกาสกันอีก?

MThai News