หลักฐานชัด! ศุภชัยเซ็นเช็คพันล้าน จ่ายธมมชโย

เช็ค 11 ใบ กว่าพันล้าน ศุภชัยเซ็นจ่ายถึง “วัดธรรมกาย-เครือข่าย” ปปง. ชี้ไม่สามารถอายัดทรัพย์ได้ เพราะกฎหมายห้ามยึดทรัพย์ธรณีสงฆ์ 

วันนี้(23ก.พ.) กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนต่างพากันให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ สำหรับประเด็น“หลวงพ่อ ธัมมชโย”เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไม่ “ปาราชิก” เพราะที่ประชุม มส. ได้ยกมติเมื่อปี 2549 มาพิจารณาแล้วพบว่า หลวงพ่อธัมมชโย ยอมรับและปฏิบัติตามพระลิขิตของ “สมเด็จพระสังฆราช” พร้อมทั้งทยอยคืนทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่วัดพระธรรมกาย

เช็ค1พันล้าน ศุภชัยเซ็นจ่าย ถึงธมมชโย

เช็ค1พันล้าน ศุภชัยเซ็นจ่าย ถึงธมมชโย

ล่าสุดสำนักข่าวอิศรา ได้เปิดเผยเอกสารซึ่งระบุว่าเป็น เช็คของนายศุภชัย  ศรีศุภอักษร นักธุรกิจชื่อดัง และนักการสหกรณ์ดีเด่น ผู้ตกเป็นจำเลยคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เป็นผู้สั่งจ่าย ไปยังวัดพระธรรมกาย-ผู้ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ จำนวน 11 ใบมีรายละเอียดดังนี้

เช็คที่จ่าย พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ชื่อเดิมหลวงพ่อธัมมชโย ปัจจุบันคือพระเทพญาณมหามุนี) และวัดพระธรรมกาย โดยตรง 4 ใบ รวม316,780,000 บาท เช็คที่จ่าย เครือข่ายอื่น ๆ (วัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ อดีตผู้ช่วย รมว.คลัง-สหกรณ์บริการชุมชนรัฐประชา-ธ.กรุงเทพ เพื่อซื้อเงินตราต่างประเทศ) 3 ใบ 484,061,150 บาท เช็คที่จ่าย เป็นเงินสด ไม่ระบุชื่อผู้รับ 4 ใบ มูลค่า 311,339,661 บาท รวมเบ็ดเสร็จเป็นเงิน 1,112,180,811 บาท

ทั้งหมดถือเป็นข้อมูลชัด ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า “ศุภชัย” โอนเงินให้กับวัดพระธรรมกาย และผู้ที่เกี่ยวข้องจริง อย่างไรก็ดีทาง ปปง. ออกมายืนยันว่า กรณีนี้ได้ตรวจสอบธุรกรรมดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว โดยพบว่ามีการสั่งจ่ายเช็คจากนายศุภชัยออกไปจริงหลายครั้ง แต่ไม่สามารถอายัดทรัพย์ได้ เนื่องจากมีกฎหมายที่ชัดเจนว่า ห้ามยึดที่ธรณีสงฆ์ เพราะถือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินอยู่แล้ว

PIC-เชคธรรมกาย-1 PIC-เชคธรรมกาย-2 PIC-เชคธรรมกาย-3 PIC-เชคธรรมกาย-4 PIC-เชคธรรมกาย-5 PIC-เชคธรรมกาย-6 PIC-เชคธรรมกาย-7 PIC-เชคธรรมกาย-8 PIC-เชคธรรมกาย-9 PIC-เชคธรรมกาย-10 PIC-เชคธรรมกาย-11

MThai News

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก สำนักข่าวอิศรา

คุก 2 ปีครึ่งนศ.เล่นละครหมิ่นเบื้องสูงไม่รอลงอาญา

ศาลพิพากษาสั่งจำคุก 2 นศ.แสดงละครเวที “เจ้าสาวหมาป่า” หมิ่นเบื้องสูง ผิดม.112 คนละ 5 ปี รับสารภาพลดเหลือ 2 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ระบุไม่ขออุทธรณ์สู้คดี

วันนี้ (23 ก.พ.) ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือ แบงก์ อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และน.ส.ภรณ์ทิพย์ มั่นคง หรือกอล์ฟ ประกายไฟ อายุ 27 ปี นักเคลื่อนไหวทางสังคม และอดีตผู้ประสานงานกลุ่มประกายไฟการละคร ในความผิดฐาน ร่วมกันดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี และรัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

คุก 2 ปี6เดือน นศ.เล่นละครหมิ่นเบื้องสูง

คุก 2 ปี6เดือน นศ.เล่นละครหมิ่นเบื้องสูง

จากกรณีเมื่อวันที่ 13 ต.ค.2556 ทั้งสองคนร่วมกันแสดงละครเวทีเรื่อง “เจ้าสาวหมาป่า” ในงานรำลึก 40 ปี 14 ตุลาฯ ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งบทละครมีข้อความเป็นการดูหมิ่น ส่อเสียดและพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดตามมาตรา 112 ให้ลงโทษจำคุกคนละ 5 ปี จำเลยทั้งสองรับสารภาพมีเหตุให้บรรเทาโทษ เห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน เมื่อสืบเสาะพฤติการณ์ของจำเลยแล้ว แม้จำเลยจะไม่เคยกระทำผิดมาก่อน แต่พฤติการณ์ของจำเลยที่หอประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นการแสดงละครดูหมิ่นจาบจ้วงต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก อีกทั้งมีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ ทำให้เสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ร้ายแรงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ

ทั้งนี้ ภายหลังจากศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จ ญาติและเพื่อนจำเลยต่างร้องไห้และจับมือให้กำลังใจ ขณะที่จำเลยทั้งสองไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียด โดยยอมรับคำพิพากษา โดยนายปติวัฒน์ กล่าวสั้นๆว่า จะไม่ขออุทธรณ์คดี

ด้าน น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความ กล่าวภายหลังฟังคำพิพากษาว่า เบื้องต้นคาดว่าจะไม่ยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากเป็นความต้องการของจำเลยเอง ซึ่งตนได้พูดคุยกับพ่อแม่และจำเลยทั้งสอง ถึงแนวทางการต่อสู้คดีว่า หากรับสารภาพจะเป็นประโยชน์อย่างไรบ้าง ซึ่งจำเลยทั้งสองก็เห็นควรจึงรับสารภาพ เพื่อให้คดีจบอย่างรวดเร็ว ส่วนโทษที่ศาลสั่งจำคุก 5 ปี และลดเหลือ 2 ปี 6 เดือน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่คาดการณ์ไว้แต่แรกแล้ว จึงค่อนข้างพอใจในคำพิพากษา

โดยหลังจากนี้จะต้องรอดูว่าทางอัยการจะยื่นอุทธรณ์ให้เพิ่มโทษจำเลยหรือไม่ ซึ่งจะมีระยะเวลากำหนด 1 เดือนแต่สามารถขอขยายเวลาได้อีก ส่วนการยื่นเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ จำเลยต้องถูกจำคุกไปแล้วระยะเวลาหนึ่ง จึงจะยื่นเรื่องขอได้ ขณะนี้ทั้งสองคนถูกจำคุกมาแล้วประมาณ 7 เดือน และก่อนหน้านี้ได้ยื่นประกันจำเลยมาแล้ว 5 ครั้ง แต่ศาลไม่อนุญาต

ทั้งนี้ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวจำเลยทั้งสองขึ้นรถกลับเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง มีกลุ่มเพื่อนๆนักศึกษาได้ร้องเพลงขณะรอส่งเข้าเรือนจำ

ขอบคุณภาพจาก ผู้จัดการออนไลน์

MThai News

ฮิตกันจัง! อ.เจษฎาชี้ใส่หินสีแล้วดีขึ้น มโนไปเอง

ฮิตกันจัง! อ.เจษฎา ชี้ พลังหินสี ใส่แล้วดีขึ้น แค่อุปทานไปเอง !! 

จากที่ขณะนี้กำลังมีแฟชั่นกำไล หินสี ระบาด ขายกันเป็นล่ำเป็นสันตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน บางเส้นราคาพุ่งสูง ซึ่งผู้ที่สวมใส่เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตสุขภาพ ร่างกายแข็งแรง หน้าที่การงานดี และร่ำรวย

012

ล่าสุด ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า มีสื่อหลายสำนักแล้วที่โทรมาขอความเห็นเรื่อง “หินสี” ที่กำลังเป็นที่นิยมซื้อหากัน ด้วยคำบรรยายประกอบว่าจะมีพลังทำให้ความรักดีขึ้น การงานดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น บางเส้นเห็นว่าราคาเป็นหมื่นเป็นแสน

ตนได้เข้าไปอ่านสรรพคุณของ หินสี ที่ว่า ตามเพจต่างๆ แล้วก็คิดว่า มันก็ออกจะเป็นแค่แนวความเชื่อศรัทธาตามกระแสนะ ถ้าหินพวกนี้จะมีพลังอะไรออกมาได้ อย่างมากก็แค่ว่าจะมีรังสีออกมา ถ้าหินนั้นเป็นแร่ธาตุกัมมันตรังสี (อันตรายอีก) การที่จะได้ผลหรือไม่ได้ผล ก็ขึ้นกับความเชื่อ กับอุปาทานของแต่ละคนเอง

ตัวอย่างเช่น เคยถ้าทางวิทยาศาสตร์ก็มีคนศึกษาเหมือนกัน เกี่ยวกับเรื่อง หินคริสตัลบำบัดโรค ว่าได้ผลจริงหรือเปล่า ในปี 2001 ทีมนักวิจัยด้านจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยลอนดอนที่อังกฤษ ได้ให้อาสาสมัคร 80 คนมานั่งสมาธิ 5 นาทีโดยครึ่งหนึ่งถือก้อนคริสตัลจริง อีกครึ่งหนึ่งถือก้อนปลอม (แต่หลอกว่าเป็นคริสตัลจริง) พบว่า

ถึงจะมีการรายงานผลจากอาสาสมัครหลายคนว่ารู้สึกตัวอุ่นขึ้น รู้สึกสุขภาพกายสุขภาพใจดีขึ้น ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องขึ้นกับว่าถือหินก้อนคริสตัลจริง แถมคนที่ศรัทธาในหินอยู่แล้ว ก็ยังจะรายงานว่ารู้สึกได้พลังจากหินมากกว่าคนที่ไม่ศรัทธาถึง 2 เท่า แม้ว่าจะถือหินปลอมด้วยซ้ำเรื่องนี้จึงสรุปทางวิทยาศาสตร์ได้ว่า เป็นอุปาทานยาเทียม หรือ อุปาทานพลาเซโบ้ placebo effect

MThai News

ที่มา เฟซบุ๊ค Jessada Denduangboripant