หญิงมะกันแทงสาวท้อง ควักเด็กหลอกสามีตัวว่าแท้ง

สุดอึ้ง หญิงชาวอเมริกัน แทงสาวท้อง ควักทารกไปหลอกสามีว่าตัวเองแท้ง

วานนี้  (20 มี.ค.) สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเหตุการณ์สะเทือนขวัญในสหรัฐอเมริกา เมื่อนางไดเนล เลน วัย 34 ปี อดีตผู้ช่วยพยาบาล และแม่ลูกสอง ที่ลงประกาศโฆษณาขายเสื้อผ้าเด็กราคาถูกบนเว็บไซต์เครกส์ลิสต์ ก่อเหตุใช้มีดแทงท้องของหญิงตั้งครรภ์วัย 26 ปี และตัดเอาตัวอ่อนทารกที่มีอายุครรภ์เพียง 7 เดือน ออกจากมดลูก เพื่อนำไปหลอกสามีตัวเองว่าแท้งลูก เป็นเหตุให้ทารกเสียชีวิต ด้านหญิงสาวผู้ตกเป็นเหยื่อมีสติพอที่จะโทร.แจ้งขอความช่วยเหลือจนรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ทั้งยังนำไปสู่การจับกุมนางเลนในที่สุด

14268446901426844777l

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันที่ 18 มี.ค. หญิงตั้งครรภ์ติดต่อกับนางเลนว่าจะเข้าไปซื้อเสื้อผ้าเด็กที่บ้านของนางเลนในเมืองลองมอนต์ รัฐโคโลราโด แต่แทนที่จะได้รับการต้อนรับด้วยไมตรีจิต นางเลนกลับพาลงไปห้องใต้ดินโดยอ้างว่าจะให้ดูสินค้า ก่อนรอทีเผลอใช้มีดแทงเข้าที่ท้องของหญิงสาวจนล้มลงไปนอนด้วยความเจ็บปวด จากนั้นใช้ทักษะทางการแพทย์ผ่าเอาทารกออกจากมดลูก

ต่อมาโทรศัพท์ไปบอกนายเดวิด ริดเลย์ สามีของตนเอง ว่าแท้งลูก เมื่อนายริดเลย์เร่งเดินทางมาถึงบ้านก็พบนางเลนเปื้อนไปด้วยเลือด นางเลนซึ่งโกหกสามีมาโดยตลอดว่าตั้งครรภ์ บอกว่าระหว่างเข้าห้องน้ำ จู่ๆ ก็เกิดอาการเจ็บท้อง รู้ตัวอีกทีก็แท้งลูกอยู่ในอ่างอาบน้ำ นายริดลีย์ได้ยินดังนั้นจึงวิ่งไปดู และพบทารกนอนแน่นิ่งอยู่ในอ่าง จึงรีบพาภรรยาและทารกที่คิดว่าเป็นลูกของตนไปโรงพยาบาล

ส่วนหญิงสาวที่ถูกแทงจนสลบไป ฟื้นคืนสติอีกครั้งและโทร.แจ้งความตำรวจ ซึ่งรุดมายังบ้านของนางเลน และนำหญิงสาวส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา จากการสอบปากคำเหยื่อในเบื้องต้นตำรวจจึงตรวจสอบจนพบว่านางเลนเดินทางไปยังโรงพยาบาลอีกแห่ง

เมื่อตามไปสอบสวน นางเลนให้การปฏิเสธ และไม่ยอมให้แพทย์ตรวจรักษาอาการแท้ง กระทั่งถูกกดดันอย่างหนักเลยยอมสารภาพว่าแทงหญิงคนดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่จึงจับกุม และเตรียมตั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่ยังไม่ชี้ชัดว่าจะดำเนินคดีจงใจฆาตกรรมกับนางเลนหรือไม่ เนื่องจากเด็กยังเป็นตัวอ่อนทารกที่อยู่ในครรภ์ ไม่ใช่บุคคลตามกฎหมาย

MThai News

ที่มา ข่าวสด

มอบตัวแล้ว! ‘ดาบยักษ์’มือยิงหนุ่มบิ๊กไบค์ดับ

มอบตัวแล้ว! ดาบยักษ์ มือยิงหนุ่มบิ๊กไบค์เสียชีวิต พร้อมยื่นขอประกันตัวชั่วคราวด้วยเงินสด 4 แสนบาท ขณะที่กลุ่มบิ๊กไบค์ เตรียมรวมตัวไว้อาลัย ที่จุดเกิดเหตุ

ความคืบหน้ากรณีของ ด.ต.สุพรรณ หรือ ดาบยักษ์ ที่ใช้อาวุธปืนยิง นายนเรศ โรจน์บุนส่งศรี ขณะที่ขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าด่านเสียชีวิต ขณะนี้ดาบยักษ์ได้เดินทางเข้ามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ที่สถานีตำรวจภูธรหนองขาม เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา (20 มีนาคม)

พร้อมยื่นขอประกันตัวชั่วคราวด้วยเงินสด 4 แสนบาท ซึ่งพนักงานสอบสวนจะเร่งทำสำนวนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน แล้วจะส่งให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อศาลจังหวัดชลบุรีต่อไป

ดาบยักษ์, ยิงหนุ่มบิ๊กไบค์, นเรศ โรจน์บุนส่งศรี, ด.ต.สุพรรณ, ยิงบิ๊กไบค์

ขณะที่กลุ่มบิ๊กไบค์ซึ่งมาร่วมงานศพ กล่าวว่า จะมีการรวมตัวรวมตัวเพื่อแสดงความไว้อาลัย ในช่วงเวลา 14.00 น.วันนี้ ที่บริเวณจุดเกิดเหตุ จากนั้นก็จะเดินทางไปขอบคุณ พล.ต.ต.นิติพงษ์ เนียมน้อย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และสื่อมวลชน ที่ติดตามคดีนี้จนได้รับความเป็นธรรม และจะเดินทางมาที่วัดเนินบุญญาราม เป็นที่สุดท้าย เพื่อร่วมงานศพคืนที่ 3 และจะแยกย้ายกันกลับอย่างสงบ

ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ไปควบคุมกำกับดูแล และเร่งรัดการสืบสวนสอบสวน โดยจะให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยรายงานผลให้ทราบทุก 15 วัน เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนสนใจ และกระทบต่อภาพลักษณ์ของตำรวจ และความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ในภาพรวม

ดราม่าทะเลไทย จากภาพทะเลสยามเมื่อ 80ปีก่อน

จนกลายเป็นประเด็นดราม่าเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติของชาวท้องถิ่น และชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม พร้อมแชร์ภาพเปรียบเทียบ ท้องทะเลไทยในหลายพื้นที่ปัจจุบันกับอดีต ผ่านสื่อสังคมออนไลน์

page001

ภายหลังจากการแชร์ภาพท้องทะเลไทย ซึ่งเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวนานาประเทศ เดินทางมาท่องเที่ยวจนกระทั่งล้นหาด ก่อนหน้านี้มีการแชร์ภาพ ความแตกต่างระหว่างเกาะพีพีในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากอดีตแบบหน้ามือเป็นหลังมือ คือภาพที่ปรากฏในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงอาคาร บ้านเรือนที่เข้ามาก่อสร้างบริเวณพื้นที่ทางธรรมชาติจนแทบจะหาความสวยงามดังเช่นในอดีตไม่ได้

10425068_972240132795502_7969759024932235134_n

แต่ประเด็นดราม่าเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรในพื้นที่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เนื่องจาก ได้มีผู้แชร์ภาพท้องทะเล และชา่ยหาด ซึ่งเป็นสถานที่ที่สำคัญในจังหวัดอื่นๆ ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงไปมากมาย เช่นกัน เห็นได้จากกรณีที่เมื่อวานนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ ‘Niruth Darid Bannob
‘ เผยแพร่รูปภาพนักท่องเที่ยวหลากหลายชาติ เดินทางมาเที่ยวชมท้องทะเลในประเทศไทยอย่างล้นหลาม จนชายหาดเนืองแน่นไปด้วยผู้คน พร้อมระบุข้อความว่า

‘เคยได้ยิน คนใหญ่คนโตในกระบี่ หลายคนบอกว่าจุดขายของกระบี่คือ #ความสงบ #ความสวยงามของธรรมชาติที่บริสุทธิ์ แต่สิ่งที่หลายๆ ท่าน (พยายาม)ทำ มันสวนทาง จะรีบให้กระบี่ “โต” ไปไหน ถ้า #โตเร็วไป #ความยั่งยืนไม่มี ท้ายที่สุดเมื่อผู้มาเยือนเหล่านี้จากไป คนท้องถิ่นจะอยู่กับธรรมชาติที่มันโดนย่ำจนเสียไปแล้วได้ไหม #รายได้จากการท่องเที่ยวมากมายมหาศาล ก็ซื้อธรรมชาติคืนมาไม่ได้ …..อ่าวมาหยา พีพีเล ต้นเดือนมีนาคม…วันธรรมดาๆ ไม่ใช่เทศกาลอะไร….!! Overcrowded tourists on Maya Bay….You really don’t know how much it hurts locals.’

จากข้อความดังกล่าว ที่พูดถึงเรื่องความกังวลที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติของทะเลไทย ที่ตรงใจผู้ที่มีใจอนุรักษ์เช่นกัน จึงได้แชร์ภาพดังกล่าวออกไปอย่างกว้างขวาง และมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม ในเชิงไม่พอใจ และรู้สึกไม่สบายในกับภาพความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

แน่นอนหากเกิดกรณีเช่นนี้ว่าจะต้องเกิดการแตกเสียง ระหว่างผู้ที่ต้องความเจริญก้าวหน้า หรือผู้ที่มีผลประโยชน์ต่างๆที่ซับซ้อนในพื้นที่ และผู้ที่ต้องการรักษาไว้ซึ่งความงดงามตามธรรมชาติของแหล่งท่องเที่ยว

นอกจากนี้โลกออนไลน์บางส่วนยังได้แชร์บทความของสื่อต่างประเทศ ที่พูดถึงความสวยงามของท้องทะเลไทยในอดีต ครั้งที่ยังคงใช้ชื่อประเทศว่า ‘ประเทศสยาม’ ที่ทั้งมีความงดงามและเงียบสงบ รวมถึงเปี่ยมล้มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติมากมาก พร้อมทั้งบรรยายแสดงถึงความเสียดาย เนื่องจากเรามีทะเลที่เปี่ยมไปด้วยความสวยงามทางธรรมชาติ แต่ความอุดมสมบูรณ์เหล่านั้น ถูกทำลายลงด้วยความเจริญก้าวหน้าของยุคสมัยเข้ามาแทนที่

หาดในหาน

หาดในหาน จังหวัดกระบี่ เมื่อปี 2527

แต่กระนั้นจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากหรือน้อยไม่สำคัญ เพราะตราบใดที่ไทยเอง ซึ่งเป็นประเทศที่เลื่องชื่อในเรื่องของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะท้องทะเลที่มีความสวยงาม และเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศให้เดินทางมาชื่นชมความสวยงามนี้เอง เราชาวไทยซึ่งเป็นเจ้าบ้าน ก็ควรจะให้การต้อนรับที่ดีต่อชาวต่างชาติต่อไป

แต่สิ่งที่ควรจะคำนึงถึงนั่นก็คือเมื่อเราเดินทางไปท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวใด เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหรือไม่ สิ่งที่วำคัญ และควรจะรณรงค์ หรือหามาตรการให้เกิดขึ้น และถือปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด คือการให้เกียรติ เคารพ และรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณี ของท้องที่นั้นๆ เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น และอาจจะกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศได้เลยทีเดียว

หาดป่าตองในอดีต

หาดป่าตองในอดีต

หาดป่าตองในปัจจุบัน

หาดป่าตองในปัจจุบัน

MThai News

ที่มา turiskop.com