รายได้อื้อ! เขมรแสบห่มเหลืองหลอกเรี่ยไรคนไทย

ตำรวจภูธรภาค3 รวบแก๊งกัมพูชา แต่งกายเป็นพระหลอกเรี่ยไรเงินชาวบ้าน สารภาพรายได้วันละกว่าพันบาท นำเงินส่งให้ครอบครัว

วันนี้ (20 มี.ค.) พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 แถลงจับกุมชายชาวกัมพูชาอายุระหว่าง 19-33 ปี รวม 11 คน พร้อมของกลางหนังสือเดินทางกัมพูชาปลอม 8 เล่ม สบง จีวร บาตรพระ และอุปกรณ์ยังชีพของพระภิกษุสงฆ์อีกหลายรายการ

กัมพูชาแสบ! ห่มผ้าเหลืองหลอกเรี่ยไรเงิน

กัมพูชาแสบ! ห่มผ้าเหลืองหลอกเรี่ยไรเงิน

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า มีกลุ่มพระธุดงค์พักอาศัยรวมกัน ที่บ้านร้างในป่าละเมาะ ริมถนนมิตรภาพ-หนองคาย ต.บ้านเกาะ อ.เมืองนครราชสีมา โดยพระสงฆ์กลุ่มนี้ มีกิจวัตรผิดปกติไปจากพระภิกษุสงฆ์ทั่วไป โดยมักพากันออกบิณฑบาตเรี่ยไรเงินในช่วงเวลา 04.00น.-16.00น.ของทุกวัน ในพื้นที่หลายอำเภอของจ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังบุกเข้าทำการตรวจสอบภายในบ้านร้างหลังดังกล่าว จึงพบชายชาวกัมพูชาทั้งหมดซึ้งแต่งกายคล้ายพระภิกษุสงฆ์

โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า เดินทางมาจากเมืองพระตะบอง ประเทศกัมพูชา ผ่านข้ามชายแดนแถบอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อเข้ามาหาเงินในประเทศไทย ด้วยการแต่งกายเป็นพระภิกษุสงฆ์ ออกบิณฑบาตเรี่ยไรเงินจากชาวบ้าน โดยเข้ามาหากินอยู่ในประเทศไทยนานหลายเดือนแล้ว มีรายได้จากการออกบิณฑบาตเรี่ยไรเงิน เฉลี่ยคนละมากกว่า 1,000 บาทต่อวัน โดยรายได้บางส่วนจะส่งกลับไปให้ครอบครัวที่บ้านเกิดประเทศกัมพูชา

นอกจากนี้ จากการสอบสวนยังทราบว่า มีชายชาวกัมพูชา ที่ลักลอบแอบเข้าประเทศไทยมาหากินในลักษณะเดียวกันอีกเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าว อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ใช้หรือมีไว้เพื่อหนังสือเดินทางปลอม และทำการเรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กัมพูชาแสบ! ห่มผ้าเหลืองหลอกเรี่ยไรเงิน

กัมพูชาแสบ! ห่มผ้าเหลืองหลอกเรี่ยไรเงิน

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์

MThai News

ไฟเขียว..ตำบลละ 1 ล้าน รับมือภัยเเล้ง

รับมือภัยเเล้ว ก.เกษตร ไฟเขียวตำบลละ 1 ล้าน  รวมทั้งสิ้น 750 โครงการ

นาย ชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชนเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ได้เห็นชอบนโยบาย ตำบลละ 1 ล้านบาท กว่า 23 จังหวัด  134  อำเภอ  337  ตำบล  จำนวน  750  โครงการ

แบ่งตามประเภทโครงการ ได้แก่การจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรของชุมชน จำนวน 459 โครงการ คิดเป็น 61.20% การผลิตทางการเกษตรและการแปรรูปผลผลิตเกษตรเพื่อการสร้างรายได้ในฤดูแล้งของชุมชน จำนวน 50 โครงการ คิดเป็น 6.67%

การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จำนวน 219 โครงการ คิดเป็น 29.20% และการจัดการเพื่อลดความสูญเสียผลผลิตเกษตร จำนวน 22 โครงการ คิดเป็น 2.93% รวมทั้งสิ้น 750 โครงการ

ซึ่งความคืบหน้าของโครงการขณะนี้ สร้างรายได้ มีการจัดทำโครงการตามความต้องการของชุมชนครบถ้วนแล้ว ทั้ง 3,046 ตำบล สามารถผ่านคณะกรรมการระดับอำเภอ จำนวน 2,716 ตำบลคิดเป็น 89.02%

ผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัด จำนวน 2,001 ตำบลคิดเป็นร้อยละ 65.59 และคณะกรรมการระดับกระทรวงพิจารณาเห็นชอบ จำนวน 1,455 โครงการจาก 920 ตำบล ใน 52 จังหวัด เป็นเงินประมาณ 628.249 ล้านบาท

มีผู้ได้รับประโยชน์ 352,396 ครัวเรือน มีจำนวนแรงงานไม่น้อยกว่า 46,000ราย ซึ่งทุกขั้นตอนดำเนินการอย่างรัดกุมและได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการเป็นอย่างดี

ส่วนใหญ่เพื่อจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรของชุมชน ประมาณ 58% เช่น กิจกรรมกำจัดวัชพืชน้ำคลองส่งน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ กิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำแบบกึ่งถาวร กิจกรรมซ่อมแซมและขุดฝังท่อน้ำดิบ กิจกรรมฝายดินเรียงหินยาแนว

ยังมีในลักษณะกิจกรรมปรับปรุงพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 32% เช่น กิจกรรมลานตากข้าวชุมชน กิจกรรมผลิตและขยายศัตรูธรรมชาติเพื่อป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว กิจกรรมผลิตปุ๋ยชีวภาพ

การแปรรูปผลิตภัณฑ์ไม้กวาด รวมถึงการแปรรูปผลผลิตเกษตรเพื่อสร้างรายได้ในฤดูแล้ง 7% เช่นการผลิตเห็ดนางฟ้า การประดิษฐ์กระทงจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และกิจกรรมเพื่อลดความสูญเสียผลผลิตเกษตร 3% กิจกรรมเพิ่มศักยภาพศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน

โดยงบประมาณงวดแรกให้กับ 90 โครงการ 10 จังหวัด 58 ตำบล วงเงินจำนวน 39.428 ล้านบาท ได้แก่ ชัยนาท ชลบุรี สระแก้ว ประจวบคีรีขันธ์ ลำปาง นครสวรรค์ อุทัยธานี ขอนแก่น ชัยภูมิและนครราชสีมา

และคาดว่าจะอนุมัติเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ประมาณ 210.444 ล้านบาท ทั้งนี้ มั่นใจว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จตามกำหนดภายในเดือนเมษายนนี้ พร้อมเพิ่มเจ้าหน้าที่ทำงานทุกวันอย่างต่อเนื่อง

MThai News

งามไส้รายวัน! แท็กซี่ไล่นักท่องเที่ยว ลงบนทางด่วน

แชร์ว่อนภาพ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ถูกแท็กซี่ปล่อยลงบนทางด่วน

วันนี้ (20มี.ค.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ สุรชัย หิรัญประดิษฐกุล ได้มีการแชร์ภาพนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติครอบครัวหนึ่ง กำลังยืนอยู่บนทางด่วน พร้อมบรรยายภาพว่า “…แท็กซี่ไทยเพื่อนๆว่าไง ไล่ฝรั่งลงบนทางด่วน เพื่อนๆอย่าอ่านอย่างเดียวด่าได้เต็มที่…”

11011050_1411695352471015_6462607826457162310_n (1)

ทั้งนี้ทางผู้โพสต์ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมอีกว่า เขาได้รับภาพนี้จากเพื่อนที่เป็นตำรวจทางด่วน สำหรับสาเหตุที่ผู้โดยสารต่างชาติถูกปล่อยลงกลางทางเกิดจาก ครอบครัวนี้มาจากสุวรรณภูมิจะไปลงพระราม 9 แต่รถแท็กซี่ขับเลยทางลง แล้วไม่ยอมรับผิดชอบ ซ้ำยังไล่ลงจากรถทันที

เมื่อภาพถูกเผยแพร่ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันเรียกร้อง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามหาตัวโชเฟอร์แท็กซี่ผู้ก่อเหตุเพื่อนำมาลงโทษ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นคือการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศอย่างเห็นได้ชัด หากปล่อยปละละเลยไปอาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวได้

22-vert

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สุรชัย หิรัญประดิษฐกุล

MThai News