แค่คิดก็ขนลุก! ญี่ปุ่นผุดหมู่บ้านหุ่นไล่กาสุดสยอง

หมู่บ้านชวนขนหัวลุกในญี่ปุ่น มีหุ่นไล่กาตั้งอยู่ทั่วหมู่บ้าน เนื่องจากผู้คนต้องการสร้างตัวแทนของผู้ที่โยกย้ายไปอยู่เมืองอื่น และเป็นตัวแทนของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

วานนี้ (17 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว หมู่บ้านนาโกโร หมู่บ้านชวนขนหัวลุก ซึ่งมีหุ่นไล่กาตั้งอยู่ทั่วเมืองกว่า 350 ตัว ทั้งที่ในปัจจุบันสมาชิกที่เป็นมนุษย์จริงๆในหมู่บ้าน มีเพียงแค่ 150 คนเท่านั้น

20150316_2527741320150316121059

จุดเรื่อมต้น เกิดจาห ‘สึกิมิ อยาโน’ วัย 65 ปี สมาชิกผู้มีอายุน้อยที่สุดในหมู่บ้าน เปิดเผยว่า ได้ริเริ่มเริ่มผลิตหุ่นไล่กาเพื่อตั้งเป็นอนุสรณ์ไว้ภายในหมู่บ้าน ตั้งแต่เมื่อ 13 ปีที่แล้ว และยังกล่าวด้วยว่า จะทำหุ่นไล่กาต่อไปตรวบเท่าที่เธอยังมีเรี่ยวแรง เนื่องจากเธอรู้สึกมีความสุขที่ได้สร้างในสิ่งที่ดูราวกับมีชีวิตขึ้น

ทั้งนี้รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า หุ่นไล่กาเหล่านี้ ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว รวมถึงผู้ที่โยกย้ายไปยังภูมิลำเนาอื่นๆ ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้ใกล้จะเป็นสถานที่ร้าง เนื่องจากเมื่อ 2 ปีก่อน โรงเรียนแห่งสุดท้ายปิดตัวลง หลังจากนักเรียน 2 คนสุดท้ายจบการศึกษากันไปหมด โดยสมาชิกส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ล้วนแล้วแต่เป็นผู้สูงอายุ ทำให้พวกเขา เกิดความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงให้สถานที่แห่งนี้มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ไม่เงียบเหงา โดยใช้หุ่นไล่กามาตั้งยังสถานที่ต่างๆเพื่อสร้างสีสัน แต่ไม่รู้ว่าจะดูครึกครื้นหรือดูสยองกันแน่

A scarecrow sits on a tree in the mountain village of Nagoro

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าว สอดคล้องกับปัญหาที่ทางรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังมีความกังวล และเร่งจัดการแก้ไขอย่างมาก เกี่ยวกับจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างน่าตกใจ และอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างน่าใจหาย อันเนื่องมาจากปัจจัยของความเจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ

ทำให้ประชาชนไม่มีความตื่นตัวในการผลิตทายาท กระนั้นปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศคือผู้สูงอายุ เนื่องจากชาวญี่ปุ่นมักจะมีอายุที่ยืนยาว โดยในปี 2010 ประเทศญี่ปุ่นมีประชากรอยู่ที่ราว 128 ล้านราย แต่มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2054 จะลดเหลือเพียงแค่ 100 ล้านราย

cats022

MThai News
ที่มา reuters

เชียงใหม่ป่วน! ป้ายต้านรัฐประหารโผล่หรา

ตำรวจเร่งล่ามือมืดป่วนเมือง ห้อยป้าย ‘ต่อต้านรัฐประหาร’บนสะพายลอยเมืองเชียงใหม่ ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง

เมื่อเวลา 07.30 น. วันนี้ (18 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ เข้าทำการปลดป้ายข้อความต่อต้านรัฐประหาร ที่ติดอยู่บนสะพานลอยข้ามถนน บริเวณถนนมหิดล ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียใหม่

ป้าย 'ต่อต้านรัฐประหาร'โผล่สะพานลอยเมืองเชียงใหม่

ป้าย ‘ต่อต้านรัฐประหาร’โผล่สะพานลอยเมืองเชียงใหม่

โดยป้ายดังกล่าวเขียนด้วยตัวหนังสือสีแดงบนไม้อัด ระบุข้อความว่า “ต่อต้านรัฐประหาร” โดยได้ใช้ลวดเกี่ยวกับป้ายห้อยที่บริเวณป้ายบอกเส้นทางบนสะพานลอย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ ทำการปลดป้ายออกทันที

ด้าน พล.ต.ต.พงษ์สักก์ เชื้อสมบูรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ดูแลด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการลงไปยัง จ.เชียงใหม่และตำรวจท้องที่ สภ.แม่ปิง ให้ดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งที่จุดเกิดเหตุ และละแวกใกล้เคียง ให้ตรวจสอบบุคคลหรือรถยนต์ต้องสงสัย ซึ่งคงติดตามตัวได้ไม่ยาก รวมทั้งให้ทางตำรวจท้องที่ เรียกประชุมผู้ใต้บังคับบัญชาแต่ละท้องที่ให้เข้มงวดในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องการก่อเหตุป่วนเมือง ให้ตั้งด่านสกัด ตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้นในช่วงนี้ด้วย

ป้าย 'ต่อต้านรัฐประหาร'โผล่สะพานลอยเมืองเชียงใหม่

ป้าย ‘ต่อต้านรัฐประหาร’

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

MThai News

ทองร่วงอีกวันนี้ นักลุงทุนชี้ตอนนี้น่าสะสมที่สุด

ร่วงกราว นลท. ระบุ ‘ทองคำ’ ตอนนี้น่าสะสมที่สุด

นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ  รายงานวิจัยประจำเดือน มี.ค. 2558 ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างนักลงทุนและกลุ่มผู้ค้าทองคำจำนวน 459 ราย พบว่ากลุ่มตัวอย่าง 40.05% ยังมีความต้องการจะซื้อทองคำ

‘ในช่วงเดือนมีนาคมสูงที่สุด ซึ่งเป็นผลจากการที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องในเดือนกุมภาพันธ์ สะท้อนว่านักลงทุนประเมินว่าราคาที่อ่อนลงนี้ อยู่ในระดับที่น่าซื้อสะสมแล้ว ‘

อย่างไรก็ตาม นับจากเดือน มี.ค. เป็นต้นไป ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวลดลง ซึ่งอาจจะร่วงไปถึง 1,130 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็นทองในไทยน้ำหนักบาทละ 17,600-17,800 บาท ถือเป็นระดับที่น่าลงทุนมากแต่ถ้าหากค่าเงินบาทอ่อนตัวลงต่อเนื่อง ราคาทองคำก็อาจจะมีราคาสูงขึ้น ดังนั้นนักลงทุนก็ต้องประเมินหลายปัจจัยประกอบด้วย

ทอง, ราคาทองคำ, กมลธัญ พรไพศาลวิจิต, ศูนย์วิจัยทองคำ

สำหรับผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ เดือน มี.ค.สะท้อนมุมมองเชิงลบโดยค่าดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำอยู่ที่ระดับ 45.56 จุด ซึ่งถือว่าต่ำกว่าระดับ 50 จุด ในรอบ 4 เดือน หรือลดลง 13.53% เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.ซึ่งอยู่ระดับ 52.69 จุด

ทั้งนี้ นักลงทุนมีทัศนคติในเชิงลบต่อราคาทองคำในประเทศ เป็นผลจากเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มฟื้นตัว จนสร้างความวิตกกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ และจะส่งผลให้เงินทุนที่เคยอยู่ในสินทรัพย์อื่น เช่น ทองคำ ฯลฯ ย้ายกลับเข้ามาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแทนในที่สุด

สำหรับราคาทองคำแท่งในประเทศ (ความบริสุทธิ์ 95.5%) กลุ่มตัวอย่างให้น้ำหนักราคาสูงสุดที่บาทละ 19,000-19,500 บาท และกรอบการเคลื่อนไหวต่ำสุดอยู่ที่บาทละ 17,500-18,000 บาท

MThai News