ลูกป่วยจิตวัย60ปี ดูแลแม่วัย 95 ปี ตลอดไม่ทอดทิ้ง

ปราจีนบุรี ลูกป่วยจิตเวชวัย 60 ปี เฝ้าดูแลแม่วัย 95 ปี ตลอดไม่ห่างไม่ทอดทิ้ง-ไม่สามารถทำงานได้

ได้รับแจ้งว่า ที่บ้านโคกกรวด ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม มีหญิงชรา 95 ปีชื่อ นางเขียด บัวลา อยู่ตามลำพังกับบุตรชายวัย 60 ปีชื่อ นายสายนันต์ บัวลา ที่ป่วยมีอาการทางจิตเวช โดยบุตรชายพูดจากันรู้เรื่อง แต่ขณะนี้ แม่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ไม่สามารถลุกเดินได้ พร้อมกับยังมีแผลกดทับเรื้อรัง

605857-01

โดยทั้งคู่อาศัยอยู่ในโรงเก็บของของเพื่อนบ้าน ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยลูกต้องคอยดูแลแม่เพียงลำพัง ไม่สามารถออกทำงานใด ๆ ได้ เนื่องจากความเป็นห่วง ให้ข้าวปลาอาหาร จึงไปตรวจสอบ จากถนนสายสุวรรณศร (สาย33) แยกเข้าไป ประมาณ 5 กม.เศษ พบสภาพบ้านเป็นกระท่อมชั้นเดียวติดพื้น ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ พบ

นายสายนันต์ กล่าวว่า เมื่อก่อนอาศัยอยู่บ้านคลองแก้มช้ำหมู่ที่13 ต.โพธิ์งาม ได้ย้ายไปอยู่ที่ จ.สระแก้ว แล้วย้ายกลับแต่ได้รื้อบ้านหลังเก่าออกหมด จึงมาขออาศัยที่ นางผัน แสงจ้า ขณะนี้

อาการป่วยของมารดามีอาการหอบ เข้ารักษาตัวที่ ร.พ.ประจันตคาม และส่งต่อ ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นโรคปอดอักเสบและหัวใจขาดเลือด รักษาเกือบ 2 เดือน ได้กลับมานอนรักษาอาการ พร้อมให้อาหารทางสายยาง จึงเป็นภาระที่ต้องคอยดูแล จึงไม่ได้ออกไปทำงานใด ๆ ได้รวมกว่า 3 เดือนแล้ว

605857-02 605857-03

ทีมอินโดฯ ยุติค้นหาซากเหยื่อ เที่ยวบินQZ8501

ทีมค้นหาและกู้ภัยของอินโดนีเซียยุติปฏิบัติการค้นหาเที่ยวบิน QZ8501 ทั้งหมดแล้ว จากอุบัติเหตุตกในทะเลชวาเมื่อปลายปีที่แล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า จากอุบัติเหตุเครื่องบินโดยสารของสายการบินแอร์เอเชีย อินโดนีเซีย เที่ยวบิน QZ8501 จากเส้นทางบินเมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ปีที่แล้วท่ามกลางสภาพอากาศมีพายุฝนฟ้าคะนองและเครื่องบินตกในทะเลชวา ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิต รวม 162 ราย

605896-01

อุบัติเหตุดังกล่าวทำให้นานาชาติส่งเรือและเครื่องบินเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาทั้งเศษซากชิ้นส่วนของเครื่องบิน และผู้โดยสารกับลูกเรืออย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การค้นหาได้ลดระดับลง เมื่อเรือของต่างชาติเริ่มถอนกำลังกลับไปเหลือแต่กองทัพอินโดนีเซียที่ยังใช้กำลังพลและอุปกรณ์เครื่องมือในการค้นหา สำนักงานค้นหาและกู้ภัยฝ่ายพลเรือนของอินโดนีเซียทำหน้าที่ในการค้นหาแต่ลดระดับลงมา เพราะผลของปฏิบัติการนั้น นาน ๆ ครั้งถึงจะได้พบเศษชิ้นส่วนหรือซากศพ

ดังนั้น เรือ 4 ลำของสำนักงานค้นหาและกู้ภัยฝ่ายพลเรือนจะเริ่มถอนกำลังกลับที่ตั้งในกรุงจาการ์ตาในตอนเช้าวันพุธที่ 18 มี.ค. นี้ สำหรับจำนวนของศพที่พบนั้นอยู่ที่ 106 ศพ โดยทีมค้นหาพบล่าสุดอีก 3 ศพ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาพบจมอยู่ใต้ซากปรักหักพังส่วนเศษชิ้นส่วนขนาดใหญ่นั้นกู้ขึ้นมาได้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว

การตัดสินใจยุติการค้นหาหลัง นายโทนี เฟอร์นานเดซ ซีอีโอของแอร์เอเชีย กล่าวเป็นนัยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การค้นหาใกล้จะปิดฉากแล้ว เพราะที่ผ่านมาถือว่าประสบผลสำเร็จ แต่ถ้าจะดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด มันคงเป็นไปไม่ได้

วิจารณ์ ตำรวจตั้งด่านตรงทางเลี้ยว หวั่นเกิดอันตราย

วิจารณ์แซด ตำรวจตั้งด่านตรงทางเลี้ยว หวั่นเกิดอันตราย 

ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Yotsak Tom‎ ได้โพสต์ภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านตรวจบริเวณทางเลี้ยว โดยเจ้าของภาพระบุว่า

10406367_912543268796426_2742014925294752619_n

ตั้งด่านทางโค้ง ด่านทางเลี้ยว ด่านทางยูเทิร์น ถามจริงมันถูกกฏหมายใช่มั้ย “บก.จร” แล้วถ้ารถเกิดอุบัติเหตุมันคุ้มมั้ย ตำรวจรับผิดชอบมั้ย หรือต้องให้เกิดกรณีฟ้องร้องให้เป็นเยี่ยงย่าง ด่านถูกกฏจับตามแบบตำรวจที่ดีทำกันเป็นมั้ย “#จากลาดพร้าวเลี้ยวไปเรียบด่วนรามอินทรา”ด่านที่คุณก็รู้ว่าจับไถ่เงินกับด่านหน้า สน.โชคชัย 4

ทั้งนี้ภาพดังกล่าวได้มีการติดแท็กข้อความไปตามสื่อมวลชนช่องต่างๆเพื่อให้นำเสนอข่าวนี้ด้วยโดยหลังจากภาพถูกเผยแพร่ได้มีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งเข้ามาแสดงความคิดเห็นมองว่าด่านดังกล่าวน่าจะเป็นการตั้งด่านเถื่อนมากกว่า โดยเผยว่า

“แบบนี้ด่านเถื่อนแล้วไม่มีป้ายบอกชัดเจนว่าตั้งด่าน และตั้งตรงทางโค้ง ซึ่งเขาห้ามตั้งตรงทางโค้งอยู่แล้ว แล้วไม่มีสัญญาบัตรคุม แบบนี้เรียกว่าด่านเถื่อนแล้วล่ะครับ ต้องทำใจกับ ตำรวจไทย !!!”

Mthai News