รปภ.โหด แทงเพื่อนร่วมงานดับ ฉุนขาดแค่เรื่อง…?

หนุ่มรปภ.ฉุนขาดถูกต่อว่ากินข้าวแล้วไม่ล้างจาน กระหน่ำแทงเพื่อนร่วมงานร่างพรุนดับอนาจ ตำรวจเร่งล่าตัว

เมื่อเวลา 22.00 น. วานนี้ (14 มี.ค.) พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งจาก รพ.สมุทรปราการ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอาวุธมีดมาทำการรักษาและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

รปภ.โหดกระหน่ำแทงเพื่อนร่วมงานดับอนาจ

รปภ.โหดกระหน่ำแทงเพื่อนร่วมงานดับอนาจ

ที่รพ.สมุทรปราการพบผู้เสียชีวิตคือ นายสุรพงษ์ แก้วน้อย อายุ 48 ปี เป็นพนักงาน รปภ.ของบริษัท ฮามานาก้า จำกัด ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่บริเวณหน้าอกซ้าย 1 แผล และตามตัวอีก 4 แผล จนเสียชีวิต

จากการสอบสวนนายศิริ เสริมลักษณานนท์ อายุ 44 ปี เป็นหัวหน้ารปภ.เดียวกันให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสุรพงษ์ ผู้ตายได้มีปากมีเสียงและทะเลาะกับนายนายยิ่งศักดิ์ ฤทธิชัย เพื่อนพนักงาน รปภ.บริษัทเดียวกันกับผู้ตาย เรื่องที่นายยิ่งศักดิ์ ผู้ต้องหากินข้าวแล้วไม่ยอมล้างจาน

นายสุรพงษ์ ผู้ตายจึงต่อว่า จึงทำให้นายยิ่งศักดิ์ ไม่พอใจเกิดการชกต่อยกัน นายยิ่งศักดิ์สู้ไม่ได้ จึงได้ใช้อาวุธมีดพกสั้นแทงเข้าที่บริเวณหน้าอกนายสุรพงษ์และตามลำตัวนายสุรพงษ์จำนวน 5 แผล จนนายสุรพงษ์ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นนายยิ่งศักดิ์ได้หลบหนีไป พวกตนจึงได้นำตัวนายสุรพงษ์ ส่งรพ.และเสียชีวิตดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ส่งศพให้ทางมูลนิธิฯ ส่งสถาบันนิติเวช ตรวจ และทำการออกหมายจับนายยิ่งศักดิ์ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณข้อมมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

MThai News

ปิดล้อมบาร์เกย์พัทยาตรวจพบพนักงานมีสารเสพติด

เจ้าหน้าที่ทหาร-ฝ่ายปกครอง ปิดล้อมบาร์เกย์ซอยสุนีย์ ตรวจสารเสพติดพนักงาน เจอปัสสาวะสีม่วง 3 ราย เมื่อช่วงดึกคืนที่ผ่านมา (14 มี.ค.) นายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมด้วย ร.ท.วินัย ด้วงทอง รองหัวหน้าชุด ชป. มณฑลทหารบกที่ 14 ค่ายนวมินทราชินี จ.ชลบุรี สนธิกำลังฝ่ายปกครองและทหาร กว่า 50 นาย ปิดล้อมบาร์เกย์กว่า 20 ร้าน ตั้งอยู่ในซอยสุนีย์ พัทยาใต้ เพื่อตรวจสอบหาสารเสพติดพนักงานร้านทุกคน 605219-01 ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติ พบว่ามีพนักงานร้านจำนวน 3 คน มีปัสสาวะเป็นสีม่วง จึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย นายชาคร เปิดเผยว่า การปิดล้อมบุกเข้าตรวจสอบบาร์เกย์ย่านดังกล่าว เป็นไปตามนโยบาย นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี โดยกำชับให้สถานบันเทิงทุกแห่งในเมืองพัทยา ห้ามปล่อยปละละเลยให้มีการมั่วสุมยาเสพติดในสถานบันเทิงรวมถึงสิ่งของผิดกฎหมายอื่น ๆ เช่น อาวุธปืน ส่วนสถานบันเทิงแห่งอื่น ๆ นั้น ก็จะได้เร่งตรวจสอบตามลำดับ หรือหากใครมีเบาะแสสถานบันเทิงกระทำผิดสามารถร้องเรียนได้ ที่ว่าการอำเภอบางละมุง ตามวันเวลาราชการ

ความรุนแรงในสตรี และ ศาลเตี้ยใน ‘อินเดีย’

เหตุการณ์นับครั้งไม่ถ้วนที่ปรากฏบนสื่อหลักทั่วโลก เกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมทางเพศต่อสตรีในอินเดีย ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขให้หมดไปได้

ครั้งหนึ่ง ‘เดอะ วอชิงตัน โพสต์’ ได้รวบรวมสาเหตุของการก่ออาชญากรรมทางเพศต่อสตรีในประเทศ จนทำให้โลกสามารถสัมผัสได้ถึง ‘ความไม่ปลอดภัย’ ในการดำรงชีวิตอยู่ ส่วนครั้งที่ดูเหมือนจะโด่งดังและส่งผลให้เกิดการลุกฮือขึ้นในประเทศ เมื่อปี 2556 ที่นักศึกษาแพทย์ วัย 23 ปี ถูกคนร้าย 6 รายรุมกระทำชำเราคารถบัสในกรุงนิว เดลี จนเสียชีวิต เป็นการจุดชนวนให้หลายฝ่ายเกิดความตื่นตัว ต่อปัญหาความรุนแรงทางเพศมากขึ้น

rapeimage_PTI

ในแต่ละปีมีรายงานการก่ออาชญากรรมทางเพศในประเทศอินเดียหลายร้อยคดี เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนน่าตกใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เนื่องจากปัญหาดังกล่าวบ่งบอกถึงต้นตอบางอย่างที่หยั่งรากลึกในสังคมอินเดีย

สาเหตุประการแรกวอชิงตัน โพสต์ระบุว่า เนื่องจากเกาะเครื่องเทศแห่งนี้มีปริมาณตำรวจหญิงที่ต่ำมาก เพียงร้อยละ 7  ส่วนใหญ่การแจ้งเหตุเหยื่อจะต้องยื่นเรื่องกับตำรวจเพศชาย ดังนั้นความเห็นอกเห็นใจในความเป็นผู้หญิง จะไม่สามารถเข้าถึงได้เท่าผู้หญิงด้วยกัน

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจบางราย ปฏิเสธที่จะรับเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้น เหยื่อบางรายต้องฆ่าตัวตายหนีความอับอาย ส่วนผู้ก่อเหตุยังคงลอยนวลอยู่ในสังคม นอกจากนี้ปริมาณตำรวจในประเทศยังมีค่อนข้างน้อย เนื่องจากขาดผู้ที่ประสงค์จะอุทิศตัวเพื่อปกป้องประชาชนอย่างแท้จริง

P1-BO393_SUICID_P_20131215205127

ในปี 1996 การสำรวจ ความเห็นจากผู้พิพากษาในอินเดีย กว่าร้อยละ 68 ให้ข้อมูลว่าการสวมใส่เสื้อผ้าที่เย้ายวน เป็นชนวนเหตุนำไปสู่การการอาชญากรรมทางเพศ

นอกจากนี้การยอมรับความรุนแรงเป็นเรื่องปกติในสังคมก็เป็นสาเหตุหลักที่ปัญหาดังกล่าว ยังคงปรากฏขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน โดยกลุ่ม เดอะ รอยเตอร์ ทรัสลอว์ (The Reuters TrustLaw) กล่าวว่า ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่อันตรายสำหรับผู้หญิงมากที่สุดในโลก

ผู้หญิงอินเดียตกอยู่ในสภาพที่น่าสงสารยิ่ง ส่วนใหญ่พวกเธอเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่พ่อมักจะใช้ความรุนแรงกับแม่ตัวเอง เมื่อเติบโตมีครอบครัว และต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกัน คือ พวกเธอถูกสามีทุบตี กลับต้องโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง เพราะถูกปลูกฝังมาจากครอบครัวอีกที

ทว่า สภาพแวดล้อมในประเทศ ก็เป็นปัจจัยหลักอีกหนึ่งประการ ในอินเดียมีห้องน้ำสาธารณะที่เปิดใช้ให้กับประชาชนค่อนข้างน้อย รวมไปถึงในเวลายามค่ำคืนถนนหนทางก็มักจะมืดมน เพราะมีการติดตั้งไฟเพื่อให้แสงสว่างไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ แม้แต่ตลาดสด ยังถือเป็นพื้นที่อันตรายสำหรับผู้หญิงเลยก็ว่าได้

ทั้งนี้สถานะของสตรีในประเทศยังถือเป็นสถานะที่ต่ำกว่าสถานะโดยรวม ครอบครัวที่ยากจน ต้องจ่ายเงินค่าสินสอดทองหมั้นให้กับฝ่ายชาย เพื่อเป็นการสู่ขอ ดังนั้นครอบครัวส่วนใหญ่เมื่อทราบว่าตนเองกำลังจะให้กำเนิดทารกเพศหญิง ก็มักจะเลือกทำแท้งแทนที่จะเก็บไว้

ประการสุดท้าย คือ การร้องขอให้เหยื่อประนีประนอมยอมความ และผู้ที่ร้องขอเช่นนั้นก็ไม่ใช่คนอื่นไกล หากแต่เป็นครอบครัวของเหยื่อเอง เนื่องจากกลัวว่า ในอนาคตเหยื่อจะไม่สามารถหาสามี และมีครอบครัวที่ดีได้ เพราะเธอเคยถูกกระทำชำเรา ซ้ำร้าย ครั้งหนึ่งเหยื่อวัย 17 ปี เลือกปลิดชีพตัวเองเสีย เพราะถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้ก่อเหตุ

indias-daughter-3

ศาลเตี้ย ผู้ก่อเหตุกลายเป็นเหยื่อ ?

เหตุการณ์รุนแรงและโหดร้าย ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อฝูงชนจากม็อบที่กำลังออกมาเคลื่อนไหวประท้วงปัญหาความรุนแรงต่อสตรีในเมืองดิมาปูร์ บุกเข้าไปในเรือนจำ และลากตัวคนร้าย มารุมสกรัมกลางถนน พร้อมลากร่างที่บอบช้ำจากการถูกทำร้าย ไปตามถนน จนกระทั่งเสียชีวิต

ประเด็นที่น่าสนใจในการใช้ศาลเตี้ย เพื่อลงโทษคนร้ายคดีก่ออาชญากรรมทางเพศ เกิดขึ้นบ่อยไม่น้อยไปกว่าคดีล่วงละเมิดทางเพศ เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่รู้สึกไม่พอใจ โกรธแค้น และสุดจะทนต่อปัญหาการคุกคามทางเพศ ที่กระบวนการยุติธรรม ไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างเด็ดขาด โดยรูปแบบของการลงโทษ เพื่อระบายความโกรธแค้น เช่น เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2557 ที่ผ่านมา ชาวบ้านก่อเหตุรุมทำร้ายคนร้ายคดีกระทำชำเราที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ด้วยการตัดอวัยวเพศ และโยนชิ้นเนื้อประจานกลางถนน

&MaxW=640&imageVersion=default&AR-150309530

MThai News