เผยเสียงสุดท้าย ‘เยอรมันวิงส์’ ก่อนโหม่งโลก กล่องดำฟ้อง คล้าย ‘อังเดรอาส ลูบิตซ์‘เจตนา
สำนัก ข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ว่าผลการวิเคราะห์และตรวจสอบเสียงขั้นต้นจากกล่องดำของเครื่องบินโดยสารเยอรมันวิงส์ เที่ยวบิน 4ยู9525
ซึ่งนำไปสู่การตั้งสมมติฐานว่า นายอังเดรอาส ลูบิตซ์ นักบินผู้ช่วยวัย 28 ปี เหมือน การกระทำ ที่ เจตนา ลดเพดานบินแล้วนำเครื่องชนกระแทกเข้ากับเทือกเขาแอลป์สด้วยความเร็วเกือบ 700 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งผลให้ทุกคนที่อยู่บนเครื่องบินลำนั้น เสียชีวิตทั้งหมด โดยการติดต่อที่สามารถเก็บข้อมูลได้ล่าสุด

09.30 น. – การติดต่อครั้งสุดท้ายระหว่างห้องนักบินกับหอบังคับการภาคพื้นดิน บทสนทนาเป็นไปตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นอธิบายเส้นทางและแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องสภาพอากาศ 09.30.55 น. – เครื่องบินเริ่มลดระดับลงมา 100 ฟุต 09.31 น. – เครื่อบินลดระดับลงต่ำเหนือทะเลนอกชายฝั่งฝรั่งเศส ตั้งแต่นาทีนี้พนักงานสืบสวนเชื่อว่า มีเพียงนักบินผู้ช่วยคนเดียวเท่านั้นที่ควบคุมเครื่องบิน 09.35 น. – หอบังคับการบินพยายามติดต่อเที่ยวบิน 4ยู9525 แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ ขณะที่พนักงานสืบสวนเชื่อว่า กัปตันซึ่งอยู่ด้านนอกกำลังพยายามกลับเข้ามาภายในห้องนักบิน เริ่มจากการเคาะประตูก่อนออกแรงหนักขึ้นคล้ายทั้งการทุบและเตะ ขณะที่เสียงจากภายในห้องนักบินมีเพียงเสียงลมหายใจของนักบินผู้ช่วย 09.40.47 น.- เครื่องบินลดระดับลงมาอยู่ที่ 6,175 ฟุต หรือเพียง 2,000 ฟุตเหนือเทือกเขาแอลป์ส เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเครื่องบินพุ่งชนเข้ากับเทือกเขา ด้วยความเร็วที่สูงถึง 430 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือเกือบ 700 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นไปได้ว่า ทุกคนรู้ตัวเรื่องเหตุร้ายใน วินาทีสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม เที่ยวบิน 4 ยู 9525 ของเยอรมันวิงส์ พร้อมผู้โดยสาร 144 คน จาก 18 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นชาวเยอรมัน และลูกเรืออีก 6 คน ออกเดินทางจากสนามบินเมืองบาร์เซโลนา
เมื่อเวลา 09.01 น. ตามเวลามาตรฐานสากล ของวันที่ 24 มี.ค. มุ่งหน้าสู่เมืองดึสส์เซลดอร์ฟในเยอรมนี หลังออกเดินทางมาได้ราวครึ่งชั่วโมง นักบินนำเครื่องไต่ระดับสู่ความสูง 38,000 ฟุต ‘ ข้อมูลจากกล่องดำระบุด้วยว่า นับตั้งแต่อยู่ภายในห้องนักบินเพียงลำพัง ลูบิตซ์ไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นภายในห้องนักบิน ขณะที่เครื่องบินลดเพดานบินลง 3,000-4,000 ฟุตต่อนาที‘ MThai News




