วาฬสีเทาโดดสูดอากาศทับเรือนำเที่ยวลูกเรือต่างชาติ ได้รับบาดเจ็บก่อนเสียชีวิต ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างทำการรักษา สื่อต่างประเทศ รายงาน ผู้อำนวยการรีสอร์ท ในชายหาดคาโบ ซานลูคัส ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเม็กซิโก กล่าวว่านักท่องเที่ยวหญิงชาวแคนาดา วัย 45 ปี เสียชีวิตหลังได้รับบาดเจ็บจากเหตุวาฬสีเทา โถมตัวทับเรือท่องเที่ยวขณะลอยอยู่กลางทะเล โดยผู้อำนวยการได้รับรายงานยืนยันเมื่อวานนี้
เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ กล่าวว่า เหตุการณ์กดังกล่าวเกิดขึ้นราวช่วงบ่ายวานนี้ ขณะที่นักท่องเที่ยวที่เสียชีวิต อยู่บนเรือนำเที่ยวพร้อมกับนักท่องเที่ยวรายอื่น กระทั่ง วาฬสีเทา กระโดดจากใต้น้ำขึ้นกลางอากาศก่อนโถมร่างลงบนเรือลำดังกล่าว ทำให้นักท่องเที่ยวชาวแคนาดารายนี้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในระหว่างการรักษา เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว
Monthly Archives: March 2015
แถลงจับแก๊งบึ้มศาลอาญา เชื่อมโยงเหตุพารากอน
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงจับกุม 10 ผู้ต้องหา ระเบิดศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พร้อมระบุเป็นขบวนการเดียวกันระเบิดหน้าห้างสรรพสินค้าพารากอน
วันนี้ (13 มี.ค.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พ.อ.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ คณะทำงานกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการสอบปากคำ 4 ผู้ต้องหาคดีระเบิดศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก

เบื้องต้น ผู้ต้องหา 3 คนให้การรับสารภาพ ประกอบด้วย นายมหาหิน ขุนทอง นายยุทธนา เย็นภิญโญ น.ส.ณัฎฐพัชร์ อ่อนมิ่ง โดยทั้งหมดให้การซัดทอดว่า มี น.ส.สุภาพร มิตรอารักษ์ หรือ เดียร์ เป็นผู้จ้างวาน ส่วน น.ส.ธัชพรรณ ปกครอง อายุ 20 ปี ยังคงให้การปฏิเสธแต่ทางการสืบสวนว่าวันเกิดเหตุ น.ส.ธัชพรรณ อยู่ในการวางแผน
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า นอกจากผู้ต้องหาทั้ง 4 คนแล้ว ขณะนี้ทหารได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับไว้อีก 6 คน โดยหนึ่งในผู้ต้องหาคือ เดียร์ ผู้จ้างวาน และจะนำมาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนในวันที่ 15 มีนาคม 2558
พร้อมระบุ จากแนวทางการสอบสวนทราบว่า นางเดียร์ เคยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานครมาก่อน แต่จะเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกลุ่มคนเสื้อแดง หรือ นปช. หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ พร้อมย้ำว่า เหตุการณ์ระเบิดทั้งที่หน้าห้างสรรพสินค้าพารากอน และที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เป็นขบวนการเดียวกันและผู้ต้องหาบางคนรู้จักกัน
อย่างไรก็ตาม หลังการสอบปากคำตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ไปทำแผนประกอบคำสารภาพบริเวณหน้าศาลอาญาต่อเนื่อง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และจะขออำนาจศาลทหารฝากขังผลัดแรกพรุ่งนี้

โดยการทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น เริ่มตั้งแต่หน้าบริเวณศาลเพ่ง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนคนขับรถจากนายยุทธนามาเป็นนายมหาหิน เพราะนายมหาหินนั้นไม่กล้าที่จะปาระเบิด จากนั้นผู้ต้องหาได้ขับรถจักรยานยนต์ไปยังบริเวณหน้าศาลอาญา เพื่อทำการปาระเบิด RGD 5 และได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ที่บริเวณจุดจอดรถแท็กซี่อัจฉริยะก่อนรถจักรยานยนต์ของทั้ง 2 คน จะล้มลงบริเวณหน้าทางเข้าสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งในจุดนี้พบนายยุทธนานอนได้รับบาดเจ็บ ส่วนนายมหาหินได้วิ่งหนีเข้าไปยังด้านหลังของสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อนำอาวุธปืน .357 ไม่มีทะเบียน ไปโยนทิ้งไว้ที่หลังรั้วของสำนักงานอัยการ จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารก็ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2
ทั้งนี้ หลังจากทำแผนในจุดที่ปาระเบิดแล้ว ก็จะนำตัวไปยังจุดสุดท้ายของการทำแผน ที่บริเวณบ้านพักของนายยุทธนา ที่ อ.ลำลูกกา คลองสี่ จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานที่วางแผนก่อนที่จะก่อเหตุ ทั้งนี้ ระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ประมาณ 30 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดการจราจร 3 ช่องจราจร



ภาพจาก จส.100,เนชั่น,ทวิตเตอร์ @Hui_Nation
MThai News
กทม.แจงปม10บ.ใช้ทางBTS ข้ามคลอง
กรุงเทพมหานคร แจงเก็บ 10 บาท เท่าเทียม ชี้ อนาคตมีแผนสร้างสกายวอลค์ หลังมีคนร้องเรียนโวยไม่ได้รับความเป้นธรรม
นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวชี้แจงกรณีมีการกล่าวอ้างว่ากรุงเทพมหานครให้บีทีเอสเก็บเงิน 10 บาท ค่าผ่านทางข้ามคลองที่สถานีวุฒากาศ ข้อเท็จจริงคือ สถานีรถไฟฟ้าวุฒากาศนั้น ทั้ง 2 ฝั่งสร้างคล่อมคลองด่าน เชื่อมถนนวุฒากาศกับถนนเทอดไท อยู่บนเขตทางกรมทางหลวงชนบท ซึ่งเดิมไม่มีทางเดินผ่านข้ามคลอง แต่ด้วยระบบขนส่งมวลชนเข้าถึงทำให้มีประชาชนพักอาศัยและเดินทางมากขึ้น

บีทีเอส
โดยในระหว่างการก่อสร้างสถานีวุฒากาศ ผู้รับเหมาได้สร้างสะพานเหล็กใช้ชั่วคราวเพื่อขนอุปกรณ์และคนงานในการสร้าง ซึ่งก็มีประชาชนใช้สะพานนั้นเดินข้ามไป-มาด้วย เมื่อแล้วเสร็จผู้รับเหมาก็ต้องรื้อถอนออกไปทำให้ประชาชนที่เคยใช้สะพานดังกล่าวไม่มีทางข้ามคลองเกิดปัญหาขึ้น จึงต้องการใช้ตัวสถานีเพื่อเดินผ่านข้ามคลอง
ซึ่งปัญหาดังกล่าวกรุงเทพมหานครรับทราบ ในกรณีผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าขึ้น-ลงผิดทาง ไม่สามารถเดินข้ามคลองได้ ก็ได้ผ่อนปรนให้ผ่านสถานีได้ แต่กรณีที่ไม่ได้ใช้บริการรถไฟฟ้า แต่ต้องการใช้พื้นที่ของตัวสถานีเดินผ่านไปนั้น จำเป็นต้องเก็บค่าโดยสารตามกฎเกณฑ์ปกติเหมือนผู้ใช้บริการทั่วไป ซึ่งรายได้ของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายทั้งสายสีลม จากสถานี S7-บางหว้า และสายสุขุมวิท จากสถานีอ่อนนุช-แบริ่ง เป็นรายได้ของกรุงเทพมหานครทั้งหมด โดยบีทีเอสไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นเพียงผู้รับผิดชอบการเดินรถเท่านั้น
ทั้งนี้ สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ได้แจ้งไปทางสำนักงานเขตธนบุรีเสนอแบบเบื้องต้นทำสะพานคนเดินข้ามคลองด่านบริเวณดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างเขตกำหนดรายละเอียดการก่อสร้างและยื่นขอจัดสรรงบประมาณดำเนินการต่อไป พร้อมกันนี้ ได้มอบ สจส. พิจารณาทำทางเดิน สกายวอล์ค ข้าม 2 คลอง คือคลองภาษีเจริญ เชื่อม 3 ถนน คือ ถนนเพชรเกษม-วุฒากาศ-เทอดไท อยู่ระหว่างการศึกษา ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการเดินทางของประชาชน
