นายกฯ สั่งชะลอภาษีที่ดิน ชี้หวั่นกระทบประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ สั่งชะลอการ จัดเก็บภาษีที่ดิน และบ้าน ชี้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจไม่เหมาะสมปรับโครงสร้างภาษีในขณะนี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (12 มี.ค. 58) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้กล่าวช่วงหนึ่งก่อนเป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างประธานและฝ่ายเลขานุการ ของคณะกรรมการขับเคลื่อนชุดต่างๆ 5 คณะ รวมถึง คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ หรือ คตร. ที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีการจัดเก็บภาษีที่ดินที่มีการถกเถียงและเป็นที่สนใจของประชาชนในขณะนี้ว่า เบื้องต้นได้สั่งให้กระทรวงการคลัง ชะลอการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไปก่อน

ภาษีที่ดิน, ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เนื่องจากเห็นว่ายังอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ค่อยดีนัก ประชาชนที่มีรายได้น้อยยังมีภาระอยู่ ดังนั้น จึงให้ชะลอออกไป เพื่อหาแนวทางและให้กระทรวงการคลังไปศึกษา พิจารณาแนวทางปรับโครงสร้างภาษี เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน ซึ่งทำให้การประชุม ครม. ครั้งต่อไปจะไม่มีการหยิบเรื่องนี้ขึ้นพิจารณา ทั้งนี้การชะลอภาษีที่ดินดังกล่าวไม่ได้เกิดแรงกดดันหรือกระแสต่อต้าน แต่เป็นการหารือภายในที่เกี่ยวข้อง

ภาพจาก @Wassana Nanuam

MThai News

ส่งเชือด!มติ ปปช.ฟัน250 สส.ปมแก้ไขรัฐธรรมนญ

มติ ปปช. 8 ต่อ 1 เสียง ชี้มูลความผิด อดีต สส. 250 คน เตรียมส่ง สนช.ดำเนินการถอดถอนต่อไป

วานนี้(12มี.ค.)หลังที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)มีมติไม่ถอดถอนอดีต ส.ว.ทั้ง 38 คน ออกจากตำแหน่งจากกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. โดยไม่ชอบ ส่งผลให้ อดีต ส.ว. ทั้ง 38 คน ไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

1

และไม่ส่งผล กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของอดีต ส.ว. ที่ขณะนี้ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิก สนช. จำนวน 1 คนคือ พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ อดีต ส.ว.ชุมพร และเป็นสมาชิก สปช. 2 คนคือ นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต ส.ว.นนทบุรี และ พ.ต.ท. จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีต ส.ว. มุกดาหาร

วันเดียวกัน นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 เสียง ชี้มูลความผิดอดีต สส.จำนวน 250 คน ที่ร่วมลงชื่อเสนอและลงมติเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เกี่ยวกับที่มาของ สว.ฐานส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ 2550 และจะส่งรายงานการพิจารณาและความเห็นไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายใน 15 วัน เพื่อดำเนินการถอดถอนต่อไป

MThai News

ไล่ออก 3ขรก. ก.พาณิชย์ เอี่ยวขายข้าวจีทูจี มีผลทันที

รมว.พาณิชย์ เผย ที่ประชุม อ.ก.พ. มีมติ ไล่ออก 3 ข้าราชการ หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง เอี่ยวขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ

02

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน(อ.ก.พ.) กระทรวงพาณิชย์ เพื่อพิจารณาโทษทางวินัยข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ 3 คนคือ นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายทิฆัมพร นาทวรทัต รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการกองความร่วมมือการค้าและการลงทุน กรมการค้าต่างประเทศ กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ของรัฐบาลชุดก่อนว่า ที่ประชุมมีมติไล่ออกข้าราชการทั้ง 3 คนออกจากราชการ แต่นายมนัส ได้เกษียณอายุราชการนานแล้ว มติดังกล่าวจึงไม่มีผลใดๆ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาตามหนังสือชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง ที่ป.ป.ช.ส่งมาให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณา ซึ่งระบุว่าข้าราชการทั้ง 3 คนมีส่วนร่วมกระทำความผิด โดยช่วยเหลือและมุ่งหมายให้ 2 บริษัทของจีนเข้ามาทำสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ โดยที่ทั้ง 2 บริษัทไม่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกรมการค้าต่างประเทศ และประเทศชาติ

อย่างไรก็ตาม อ.ก.พ.กระทรวงพาณิชย์ ไม่มีอำนาจในการพิจารณาโทษเป็นอย่างอื่น นอกจากไล่ออก ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2536 และระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ.2551 ที่ระบุว่า หากข้าราชการมีความผิดวินัยร้ายแรงต้องไล่ออกสถานเดียว

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า มติไล่ออกดังกล่าวจะมีผลทันทีเมื่อปลัดกระทรวงพาณิชย์ลงนามในคำสั่งไล่ออก 2 ข้าราชการ โดยการถูกไล่ออกนี้ จะทำให้ข้าราชการทั้ง 2 คน ไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญใดๆ ทั้งสิ้น แต่ระหว่างนี้ ผู้ที่ถูกให้ออกจากราชการทั้ง 2 ราย สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รับทราบคำสั่ง โดยให้ยื่นต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (กพค.)

“ที่ประชุม อ.ก.พ.กระทรวงพาณิชย์ เครียดมากที่ผลสรุปออกมาเป็นแบบนี้ แต่ไม่มีทางเลือกอื่น เราพิจารณาตามมติครม.ปี 36 และระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ.2551 ในชีวิตราชการ ผมไม่เคยพิจารณาโทษใครจนถึงขั้นไล่ออกจากราชการ รู้สึกเสียใจมาก หลังจากนี้ ข้าราชการทั้ง 3 คนต้องไปสู้คดีอาญาต่อไป หรืออาจจะถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายด้วย” รมว.พาณิชย์ กล่าว

MThai News