พระซิ่งเก๋ง!ชนกระบะพังยับ มรณภาพคาซากรถ

พระวัดป่าวราธรรม เพชรบูรณ์วัย 77 ซิ่งเก๋งยูเทิร์นตัดหน้ากระบะ ถูกชนมรณภาพคาซากรถ 

วันนี้ (11 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ รับแจ้งเหตุรถชน บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านดงขวาง ต.น้ำชุน ถนนสายเพชรบูรณ์-หล่มสัก ช่วงหลัก กม.16-17 มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

พระซิ่งเก๋งชนกระบะพังยับ จีวรขาดมรณภาพคาซากรถ

พระซิ่งเก๋งชนกระบะพังยับ จีวรขาดมรณภาพคาซากรถ

ที่เกิดเหตุอยู่ฝั่งขาล่องถนนสระบุรี-หล่มสัก ทางแยกเข้าสู่สนามบินจ.เพชรบูรณ์ พบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า โคโรน่า สีเทาดำ ทะเบียน กข 4001 เพชรบูรณ์ ถูกชนที่บริเวณประตูคนขับด้านขวาพังยับ ภายในรถบริเวณด้านหน้าฝั่งคนขับ พบศพพระภิกษุทอง คุณรอด อายุ 77 ปี พระลูกวัดป่าวราธรรม ซึ่งตั้งอยู่หลังโรงเรียนบ้านดงขวาง มรณภาพคาที่ สภาพศพคอหักและกระดูกหักหลายแห่ง ห่างออกไปบริเวณกลางถนน พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้แค็บสีบรอนซ์ ทะเบียน บบ 39 นนทบุรี จอดอยู่ สภาพด้านหน้าพังยับ ผ้าจีวรของพระติดอยู่บริเวณไฟหน้าด้านซ้าย คนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทราบชื่อนายธนกิจ บัวชุม อายุ 25 ปี ยืนรอให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ข้างรถ

จากการสอบสวนนายธนกิจให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ขับรถไปทำธุระที่อ.เมืองเพชรบูรณ์ จนมาถึงที่เกิดเหตุ รถของพระทอง ได้พุ่งออกจากจุดกลับรถในระยะประชิด ทำให้ตนเบรกไม่ทัน ชนเข้าที่ประตูด้านคนขับอย่างแรง เป็นให้เหตุให้พระทองมรณภาพทันที

พระซิ่งเก๋งชนกระบะพังยับ จีวรขาดมรณภาพคาซากรถ

พระซิ่งเก๋งชนกระบะพังยับ จีวรขาดมรณภาพคาซากรถ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว ก่อนให้กู้ภัยกกไทรหล่มสัก นำศพพระภิกษุส่งโรงพยาบาลหล่มสัก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการชันสูตรสาเหตุการมรณภาพอีกครั้งอย่างละเอียด ก่อนจะนำตัวนายธนกิจ ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก สอบสวนเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์ออนไลน์

MThai News

ภาษีที่ดิน ฉันเช่าบ้านบนที่ดินที่ฉันซื้อเองหรอ?

จากกรณีที่คนบนโลกออนไลน์กำลังตื่นตัวเรื่องออกกฎหมายเกี่ยวกับการเก็บภาษี ที่กำลังมีการปรับเปลี่ยนอัตราที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะภาษีที่ดินและที่ปลูกสร้าง ที่กำลังจะปรับแก้กันนี้

ทำให้หลายคนอาจจะบ่นว่า ทุกวันนี้บ้านที่ซื้อมาก็ผ่อนส่งธนาคารหลังละตั้งหลายล้าน ดอกเบี้ยก็แพง แถมต้องจ่ายค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมบำรุง จิปาถะมากมาย  ทำให้หลายคนยังมองอีกว่า มันเหมือนการเช่าที่ดินของตัวเองอยู่ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า เรื่องนี้แท้จริงเป็นยังไงกันแน่

โดยกระทรวงการคลัง นโยบายที่จะปรับเพดานภาษีที่ดินและที่ปลูกสร้าง ยังไม่ได้เคาะออกเป็นกฎหมายแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้เหลือกระบวนการที่จะชงเข้าครม.

idea-plan-O101-1

เบื้องต้นสรุปกันว่าจะมีการจัดเก็บ อัตรา 0.1% ของราคาประเมิน หรือล้านบาทละ 1,000 บาท ส่วนบ้านที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี บ้านที่ไม่เกิน 3 ล้านบาท เสีย 50% ของ 0.1% และบ้านที่เกิน 3 ล้านบาท ในส่วน 3 ล้านบาทแรก เสีย 50% ของ 0.1% ส่วนที่เกิน 3 ล้านบาท เสียเต็ม 0.1%

เท่านั้นแหละผู้คนก็พากันออกมาโวยกันขนานใหญ่ เพราะเดี๋ยวนี้บ้านและที่ดินในกทม. ราคาประเมินส่วนใหญ่เกินหลักล้านกันไปเกือบหมดแล้ว ยิ่งบ้านจัดสรรก็สตาร์ทอยู่ที่ 1.79 ล้านแล้ว บ้านบางหลังซื้อตอนราคา 6 แสน แต่ตอนนี้ราคาที่ดินบางที่พุ่งขึ้นไปอีก อาจจะทำให้ได้รับภาระหรือไม่ ? คือชาวสังคมออนไลน์อ่านจบแค่นั้นก็ตีโพยตีพายแล้ว โดยไม่ได้สนใจว่า พรบ.การจัดเก็บภาษีตัวนี้ ยังมีการประกาศบทเฉพาะกาลออกมาอยู่และยังไม่ใช่อัตราภาษีที่ดินที่บังคับใช้จริง

มันมีกฎหมายลูกที่เป็นข้อยกเว้นได้อยู่โดยในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ได้มีบทเฉพาะกาลออกมาว่า หลังจากปรับภาษีที่ดิน ในปีที่1 จะจัดเก็บ 50% ของอัตราภาษี ปีที่2 จะจัดเก็บ 75% และปีที่3 ก็จะจัดเก็บเต็มอัตราภาษีที่กำหนดไว้ รวมไปถึงมีการคาดว่าจะออกสิทธิลดหย่อนด้วยเช่น ค่าเสื่อมราคาของสิ่งปลูกสร้าง

หากบ้านไหนอายุมาก ใกล้พังหรือต้องซ่อม ก็จะมีการลดหย่อนค่าเสื่อมราคาให้ด้วย โดยแบ่งเป็นประเภท ตึกคอนกรีด ตึกครึ่งไม้ ตึกไม้และคอนโด อัตราหักค่าเสื่อมราคาสูงต่ำตามอายุการถือครองรวมถึงฐานภาษีของใครที่ไม่ถึง1ล้านบาท อาจจะมีแววว่าไม่ต้องเสียภาษีที่ดิน ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องรอสรุปกันว่า ตกลงรัฐบาลจะเอายังไง?

ทีนี้เราลองมาดูประโยชน์ของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกันบ้าง ? ว่านอกจากจะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วยังมีอะไรบ้าง

ข้อแรกคือลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บภาษี เพราะแต่เดิมจะมีภาษีโรงเรือนกับภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งเป็นราคาประเมินที่เก่ามากแล้ว ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน รายได้หาย การจัดเก็บภาษีที่ดินจึงมาทำให้เป็นระบบมากขึ้น

นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพราะว่าปัจจุบันมีข้อมูลระบุว่า ที่ดินในประเทศที่มีเอกสารสิทธิ 127 ล้านไร่ กว่า90% ไปกระจุกตัวอยู่ที่คนแค่10% หรือเอาง่ายๆคือ คน 65ล้านคน มีเพียงแค่ 6 ล้านคนเท่านั้นที่เป็นเจ้าของที่ดิน โดยใน6ล้านคนนี้ส่วนใหญ่กักตุนที่ดินปล่อยให้รกร้างไม่ได้เกิดประโยชน์ บางคนถือครองไว้เพื่อเกร็งกำไร ถ้าปรับเพดานภาษีมากขึ้นจะทำให้คนรวยที่ถือครองที่ดินต้องเสียค่าภาษีไปเปล่าๆ หลายสิบล้านบาท

ทำให้เป็นเหตุจูงใจให้เจ้าของที่ต้องพัฒนาที่ดินให้เกิดประโยชน์ ไม่ปล่อยรกร้างหรือกักตุนเพราะมันจะทำให้ไม่คุ้มทุน นอกจากนี้รัฐยังมีแนวคิดเรื่อง การจัดเก็บภาษีจากฐานความมั่งคั่ง คือ คนรวย มีทรัพย์สินมาก ควรเสียภาษีมากกว่าคนจนที่ไม่สินทรัพย์ ทิ้งท้ายนิดนึงหลายคนอาจจะสงสัยว่าประเทศไทยประเทศเดียวหรือเปล่าที่มีภาษีชนิดนี้ ซึ่งหลายประเทศที่เจริญแล้ว เขามีกันหมด แต่จะเก็บมากเก็บน้อยขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละรัฐบาลก็เหมือนๆกับบ้านเรานี่แหละ

 MThai News

นายกฯนำถกแม่น้ำ5สาย วางอนาคตประเทศ

แม่น้ำ 5 สาย เริ่มประชุมแล้ว สปช. เป็นเจ้าภาพเตรียมเสนอเตรียมเสนอพิมพ์เขียวการปฏิรูปประเทศใน 3 ส่วนนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะ ย้ำเร่งแก้ปัญหาตามขั้นตอน วางรากฐานอนาคตประเทศ

การประชุมแม่น้ำ 5 สาย ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นประธานในการประชุม ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเจ้าภาพร่วมกัน โดยมี คณะรัฐมนตรี คสช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ปฏิรูปประเทศ

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งในที่ประชุมว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาร่วมประชุมในวันนี้ เพราะถือว่ามีความสำคัญในการวางแนวทาง โดยที่ผ่านมา ปัญหาภายในประเทศมีหลายเรื่อง อาทิ การทุจริต ความไม่โปร่งใส รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ได้ คสช. จึงอาศัยความจำเป็นจากการเข้ามาควบคุมอำนาจ มาแก้ไขปัญหานี้ พร้อมย้ำว่า ทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน นำไปสู่การวางอนาคตให้กับประเทศ

ขณะที่บรรยากาศโดยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจากกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ กองพันทหารสารวัตรที่ 11 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการวางกำลังดูแลและอำนวยความสะดวกตามปกติ

ภาพจาก @Wassana Nanuam