รื้อแล้ว! ฉากถ่ายหนัง ตำหนักโบราณ

กองถ่ายภาพยนตร์ รื้อฉากถ่ายหนัง ตำหนักโบราณ วัดพุทไธศวรรย์แล้ว

วันนี้(27มี.ค.) จากกรณีที่ ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่แฟนเพจ เมด อิน อุษาคเนย์ ตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์ วัดพุทไธสวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ซึ่งเป็นตำหนักโบราณที่ไม่เปิดให้คนไทยเข้าไปชมโดยอ้างว่าต้องอนุรักษ์โครงสร้างและงานจิตรกรรม แต่กลับให้ชาวต่างชาติเข้าไปเช่าถ่ายทำหนังได้โดยใช้ตำหนักเป็นฉากเกสต์เฮาส์

ตำหนักโบราณวัดพุทไธศวรรย์

ตำหนักโบราณวัดพุทไธศวรรย์

ล่าสุด นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ทางกองถ่ายภาพยนตร์ได้ดำเนินการรื้อถอนอุปกรณ์การถ่ายออกหมดแล้ว และเบื้องต้นจากการที่อุทยานประวัติศาสตร์ จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าไปตรวจสอบ ไม่พบความเสียหายใดๆ เกิดขึ้น

ส่วนเรื่องการเข้าไปถ่ายทำนั้น สืบเนื่องจากกองถ่ายภาพยนตร์ ได้เข้าไปขอถ่ายทำกับไวยาวัจกรของทางวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งในส่วนของตำหนักพระพุทธโฆษจารย์ อยู่ในอำนาจขอบเขตของวัด ดังนั้น หากผู้ใดจะดำเนินการใดๆ ก็ต้องขออนุญาตกับทางวัดโดยตรง

ทั้งนี้ทางกรมศิลปากรมีหน้าที่ในการดูแลในเรื่องของการบูรณะ ไม่ให้มีการรื้อถอน หรือก่อสร้างเพิ่มเติมในโบราณสถานเท่านั้น ส่วนการอนุญาตการใช้ตำหนักพระพุทธโฆษจารย์ เป็นอำนาจการตัดสินใจของวัด

ตำหนักพระพุทธโฆษจารย์

ตำหนักพระพุทธโฆษจารย์

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

DSI ลั่น ‘พระธัมมชโย’ต้องให้ปากคำด้วยตนเอง

ดีเอสไอ ระบุพระธัมมชโยต้องเข้าให้ปากคำด้วยตนเอง เพื่อหาข้อยุติในคดีสหกรณ์ฯคลองจั่น ชี้หากไม่ยินยอม เตรียมส่งจนท.สอบปากคำที่วัด

วันนี้(27 มี.ค.58) พ.ต.ท. ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้อำนวยการส่วนตรวจ 2 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าคดียักยอกและฉ้อโกงทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ร่วมกับที่ปรึกษา 5 ฝ่าย โดยยืนยันว่า พระธัมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จำเป็นต้องเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน

DSI ลั่น 'พระธัมมชโย'ต้องให้ปากคำด้วยตนเอง

DSI ลั่น ‘พระธัมมชโย’ต้องให้ปากคำด้วยตนเอง

เนื่องจากเป็นผู้ที่มีชื่อรับเช็ค ซึ่งจะสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการพิสูจน์เจตนาและหาข้อยุติการยักยอกทรัพย์และฉ้อโกงของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นได้ ซึ่งหากพระธัมชโย ไม่ยินยอมเข้าให้ปากคำด้วยเหตุผลอาการอาพาธอีก ก็จะประสานเข้าไปพบตามอำนาจพนักงานสอบสวน เพื่ออำนวยความสะดวกในการสอบปากคำ ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการประสานและกำหนดวันที่จะเชิญพระวิรัตน์ โตมา พระลูกวัดพระธรรมกาย เข้าให้ปากคำ เพราะมีชื่อปรากฏรับเช็คจำนวน 60 ล้านบาทจากนายศุภชัยด้วย

ส่วนประเด็นการสอบสวนนิติบุคลที่มีรายชื่อในการรับเช็คเงินสด ล่าสุด ได้สอบปากคำไปแล้วกว่า30ปาก เหลือเพียง 10 กว่ารายเท่านั้น คาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 13 เมษายนนี้ และจะยื่นให้ฝ่ายเลขานุการพิจารณาความว่าครบถ้วนพอที่จะยื่นส่งอัยการพิจารณาการส่งฟ้องศาลได้หรือไม่ โดยนิติบุคคลจำนวน 46 ราย ที่เรียกสอบปากคำในสำนวนนี้ เป็นผู้รับเช็คกว่า 200 ฉบับ

ขอบคุณข้อมูลจาก TNN24

MThai News

หวาดเสียว ! หนุ่มเครียด ปีนเสาไฟฟ้าแรงสูง 50 เมตร

หนุ่มอุบลฯ เครียดปีนเสาไฟฟ้าแรงสูง 50 เมตร บริเวณริมถนนสายเอเชียอ.บางปะอิน พระนครศรีอยุธยา จนท.เจรจานานกว่า5 ชั่วโมง ส่งบุตรชายปีนเสาเข้าเกลี้ยกล่อม นำตัวลงมาปลอดภัย

วันนี้ (27 มี.ค.) เวลา 11.00 น. เกิดเหตุระทึก นายบุญสม ดวงกระโทก อายุ 42 ปี ชาวจ.อุบลราชธานี ทำงานก่อสร้างย่าน ต.คลองจิก อ.บางปะอิน ปีนขึ้นไปบนเสาไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งมีความประมาณ 50 เมตร อยู่กลางทุ่งหน้า ริมถนนสายเอเชีย หน้าโรงเรียนเซนต์แอนโทนี อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายบุญสมทำท่าจะกระโดดลงมาตลอดเวลา

หนุ่มอุบลฯเครียด ปีนเสาไฟฟ้าแรงสูง

หนุ่มอุบลฯเครียด ปีนเสาไฟฟ้าแรงสูง

ทั้งนี้ รายงานแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ รวมทั้งภรรยาและบุตรชายนายบุญสม ได้พยายามเกลี้ยกล่อมให้ลงมาด้านล่าง แต่ไม่สำเร็จและไม่มีตอบสนองหรือแจ้งความประสงค์ใดๆ

สำหรับการเตรียมความพร้อมในการช่วยชีวิต เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำอุปกรณ์ที่จำเป็นเช่น เบาะลม มาเตรียมรองรับด้านล่าง ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าอาจจะเกิดจากปัญหาครอบครัว เนื่องจากภรรยาชายดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกับสามีมีปากเสียงทะเลาะกัน เพราะจับได้ว่ามีสามี มีภรรยาน้อย ทำให้นายบุญสมเกิดอาการเครียด จึงก่อเหตุดังกล่าว

ล่าสุด หลังจากผ่านไปนานกว่า 5 ชั่วโมง จนท.พาบุตรชาย ปีนเสาเข้าเกลี้ยกล่อม และนำตัวลงพื้นล่างด้วยความปลอดภัย

ขอบคุณภาพจาก จส.100

MThai News