ยกฟ้องธาริต หมิ่นพระสุเทพ ทุจริตโรงพัก396แห่ง

ศาลพิพากษายกฟ้อง “ธาริต” คดีหมิ่นประมาท “พระสุเทพ”มีส่วนทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ชี้หลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

วันนี้ (26 มี.ค.) ศาลอาญา นัดอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีที่พระสุเทพ ปภากโรหรือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฟ้องหมิ่นประมาท นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนระหว่างวันที่ 20 ม.ค.- 5 ก.พ.56 พาดพิงนายสุเทพ ขณะเป็นรองนายกรัฐมนตรี มีผลประโยชน์จากการทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทนจำนวน 396 แห่งทั่วประเทศ

ศาลยกฟ้อง 'ธาริต'หมิ่น พระสุเทพ ทุจริตโรงพัก396แห่ง

ศาลยกฟ้อง ‘ธาริต’หมิ่น ‘พระสุเทพ’ทุจริตโรงพัก396แห่ง

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การพิจารณาว่าจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ ต้องดูที่ถ้อยคำ ข้อความ เจตนา และความเข้าใจของวิญญูชนทั่วไป โดยการให้สัมภาษณ์ของนายธาริต เป็นการให้สัมภาษณ์ตามอำนาจหน้าที่ของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่จะรายงานความคืบหน้าคดีที่อยู่ในความสนใจในขณะนั้น ส่วนการใช้คำว่า “นายสุเทพเป็นผู้สั่งการ” เป็นการให้สัมภาษณ์ตามที่พนักงานสอบสวนผู้ใต้บังคับบัญชารายงาน เพราะนายสุเทพ มีตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโครงการก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการทุจริตจริง เพราะยังมีการก่อสร้างจำนวนมากที่ไม่แล้วเสร็จ เมื่อพิจารณาตามพยานหลักฐานและสำนวนประกอบคำให้การโจทย์ ยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอ ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง

หลังฟังคำพิพากษาเสร็จสิ้น นายธาริตซึ่งวันนี้เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง มีสีหน้ายิ้มเป็นปกติ และปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ ก่อนขึ้นรถกลับในทันที

ขอบคุณข้อมูลจาก จส.100

MThai News

งามไส้ไทยแลนด์! มือดีพ่นสีรถไฟ จากสิงคโปร์เละ

เจ้าหน้าที่การทางรถไฟ จ.กาญจนบุรี ออกมาประณามผู้ไม่หวังดี หลังใช้สีสเปรย์ทำลายทรัพย์สิน ขบวนรถไฟท่องเที่ยวหรูหรา ‘อีสเทิร์น โอเรียนเตล ปรินเซส’ จากประเทศสิงคโปร์

วานนี้ (25 มี.ค.) นายสถานีรถไฟจ.กาญจนบุรี เปิดเผยเรื่องราว กรณีที่เมื่อวันอังคารที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานีรถไฟกาญจนบุรี พบว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดี ก่อเหตุใช้สีสเปรย์ ฉีดพ่นใส่ขบวนรถไฟท่องเที่ยวหรูหรา ‘อีสเทิร์น โอเรียนเตล ปรินเซส’ จากประเทศสิงคโปร์ ได้รับความเสียหาย ทั้งยังเป็นการสร้างชื่อเสียให้กับประเทศไทย

c1_508209_150325222846_620x413

โดย‘นายประสพ ภู่สามสาย’ เจ้าหน้าที่ประจำสถานีรถไฟกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ยืนยันว่ากระแสข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง โดยขบวนรถไฟท่องเที่ยวอีสเทิร์น โอเรียนเตล ปรินเซส 22 ซึ่งวิ่งขบวนมาจากประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ได้รับความเสียหายบริเวณตู้โดยสาร มีสีสเปรย์พ่นเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวย่อ ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดทราบความหมาย

ตามรายงานระบุว่า รถไฟท่องเที่ยวขบวนดังกล่าวได้เดินทางมาจาก จ.กาญจนบุรี เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ก่อนจะจอดค้างคืนที่สถานีรถไฟกาญจนบุรี จนกระทั่งเวลา 03.00 น. เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ทางเจ้าหน้าที่ได้เดินทางตรวจตราความเรียบร้อย และพบว่าโดยสารที่ 4 ด้านหน้า มีรอยสีสเปรย์ สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน คำว่า TGBM และ TG.B.M.2015

เบื้องต้น จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ไม่สามารถจับภาพผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ จึงได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี อย่างไรก็ตามนายประสพ ได้อ้อนวอนให้ผู้ก่อเหตุหยุดทำลายทรัพย์สินผู้อื่น เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้ทั้งทางจังหวัด และ ประเทศ เสื่อมเสียชื่อเสียง

ทั้งนี้ ขบวนรถไฟท่องเที่ยวอีสเทิร์น โอเรียนเตล ปรินเซส ได้ออกเดินทางกลับประเทศสิงคโปร์แล้ว พร้อมกับนำเอาเทปกาวสีเขียวปิดทับข้อความดังกล่าวเอาไว้ชั่วคราว ก่อนเดินทางไปบังมาเลเซีย และสิงคโปร์ พร้อมทั้งเร่งตามจับตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษให้เร็วที่สุด

MThai News

ที่มา bangkokpost

เรียกสุทิน คลังแสง จูน ทัศนคติ ดึงนปช.ปราศรัย

ทหารเชิญตัว “สุทิน คลังแสง” อดีตส.ส.เพื่อไทย เข้ารายงานตัวปรับทัศนคติ หลังเปิดคอนเสิร์ต ดึงนักการเมือง-นปช.ขึ้นเวทีปราศรัยพาดพิงทางการเมือง ส่อฝ่าฝืนกฎอัยการศึก

เมื่อเวลา 16.00 น. วานนี้ (25 มี.ค.) ที่ห้องประชุมดอกคูณ ทหารกองบัญชาการมณฑลมหารบกที่ 23(มทบ.23) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจขอนแก่น ได้เชิญ นายสุทิน คลังแสง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และนายเดชคำรณ สิงคลีบุตร ส.อบจ.เขต อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เข้ารายงานตัวและปรับทัศนคติ หลังเปิดเวทีคอนเสิร์ตลูกทุ่งในเขต อ.บ้านไผ่ พร้อมทั้งนำอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย แกนนำแนวร่วมกลุ่ม นปช. รวมไปถึงนักการเมืองท้องถิ่น ขึ้นเวทีปราศรัย

ทหารเรียก 'สุทิน คลังแสง'ปรับทัศนคติ

ทหารเรียก ‘สุทิน คลังแสง’ปรับทัศนคติ

ซึ่งมีข้อความที่เข้าข่ายฝ่าฝืนคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. รวมทั้งพาดพิงทางการเมือง ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎอัยการศึก โดยใช้เวลานานกว่า 30 นาทีในการพูดคุยจึงทำการปล่อยตัว พร้อมทำบันทึกข้อตกลงในการปฎิบัติตามคำสั่งของ คสช. อย่างเคร่งครัดด้วย

นายสุทิน คลังแสง กล่าวว่า มทบ.23 ได้ประสานในการมาให้ปากคำ จากกรณีเปิดเวทีคอนเสิร์ตลูกทุ่งในชื่อวง “สวรรค์บ้านนา” ในงานบุญผะเหวด ซึ่งถือเป็นงานประจำปีของชาวบ้านในเขต อ.บ้านไผ่ โดยคณะได้จัดแสดงกันภายในวัดศรีบุญเรือง ต.บ้านไผ่ เมื่อช่วงวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเจ้าภาพได้เชิญผู้นำท้องถิ่นและอดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมงาน ประกอบด้วย นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย, นางระเบียบรัตน์ พงษ์พาณิชย์ อดีต ส.ว.ขอนแก่น และ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายก ทม.บ้านไผ่ ซึ่งประเด็นร้องเรียนและมีการเชิญตัวมาชี้แจงนั้น คงเป็นบางช่วงบางตอน ที่การปราศรัยพบปะประชาชนพาดพิงไปทางการเมืองที่ระบุว่า “ขอให้ประชาชนรอต่อไปอีกสักระยะหนึ่งเราก็จะกลับมาเหมือนเดิม”

แต่ทั้งนี้ ยังคงมั่นใจว่าการร้องเรียนจากการเปิดเวทีคอนเสิร์ตดังกล่าว น่าจะโดนกลั่นแกล้งทางการเมืองจากกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดที่โยงเข้าประเด็นทางการเมือง ทั้งที่การจัดตั้งวงดนตรีขึ้นมานั้นเป็นไปตามต้องการของชาวบ้านและได้มีการจดเป็นวิสาหกิจชุมชนของจ.มหาสารคาม อย่างถูกต้อง และทุกเวทีที่เปิดคอนเสิร์ตนั้นมีการกำชับในการห้ามพูดถึงเรื่องการเมืองหรือยุ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยเด็ดขาด เพราะคสช.มีคำสั่งออกมาอย่างชัดเจน ทุกคนจะต้องปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ด้านพล.ต.วรทัต สุพัฒนานนท์ ผบ.มทบ.23 กล่าวว่า จากการพูดคุยกันทุกฝ่ายมีความเข้าใจที่ตรงกัน ซึ่ง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ชี้แจงด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนและชี้แจงเป็นเอกสารและยืนยันในการปฎิบัติตามคำสั่งของ คสช.และไม่ฝ่าฝืนกฎอัยการศึก ซึ่งการเชิญตัวมาชี้แจงและปรับทัศนคติดังกล่าวนี้ เพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ในพื้นที่ จนนำไปสู่การเลือกตั้งในที่สุด ตามนโยบายของ คสช.ที่ได้กำหนดไว้

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์

MThai News