นักวิทย์ฯ ค้นพบรอยแผลลึกบริเวณเปลือกโลก ในออสเตรเลีย 2 รอย
วานนี้ (23 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว การค้นพบรอบแผลลึกในแผ่นเปลือกโลก บริเวณในเขตลุ่มน้ำวอร์เบอร์ตัน ระหว่างเขตแดนรัฐเซาท์ออสเตรเลีย รัฐควีนส์แลนด์ และนอร์ทเทิร์นเทร์ริทอรี ในพื้นที่ชนบททางภาคกลางของประเทศออสเตรเลียจำนวน 2 หลุม โดยเชื่อว่าเป็นรอยที่หลงเหลืออยู่ของหลุมอุกกาบาตเก่าแก่ มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวถึง 400 กิโลเมตร มีความลึกกว่า 1.2 ไมล์ใต้ผิวโลก ซึ่งถือได้ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา

ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์พบว่าหลุมที่ปรากฏบริเวณ เปลือกโลกมี 2 รอย แต่ละรอยมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 120 ไมล์
ดร. แอนดรูว์ กลิคสัน จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) เปิดเผยว่า รอยแผลที่พบอาจเกิดจากอุกกาบาตก้อนเดียว ขนาด 10 กิโลเมตร ที่แตกแยกออกเป็น 2 ส่วน ก่อนกระทบบนผิวโลก

ดร. แอนดรูว์ กลิคสัน
โดยดร. แอนดรูว์ กลิคสัน กล่าวว่า ‘ขณะที่อุกกาบาตทั้งสองส่วน กระทบผืนโลกอย่างรุนแรง ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์ในยุคนั้นต้องสูญพันธุ์ไปจากโลก และอาจมีบทบาทสำคัญต่อวิวัฒนาการของโลก’
หลังจากการศึกษา ค้นคว้า ปรากฏการณ์ดังกล่าว ที่น่าจะเกิดขึ้นเมื่อราว 300 ล้านปีที่แล้ว อาจจะมีความสัมพันธุ์ยุคไดโนเสาร์ ซึ่งการวิจัยเรื่องราวในยุคโบราณครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารธรณีวิทยา ‘Tectonophysics’
MThai News
ที่มา abc


