ประมูลทรัพย์สินพงศ์พัฒน์ รอบ 2 ปชช.ร่วมคึกคัก

ปปง.เปิดประมูลทรัพย์สิน ‘พงศ์พัฒน์’อดีตผบช.ก. รอบ2 ปชช.แห่ร่วมงานวันแรกคึกคัก คาดเม็ดเงินสะพัดกว่า20-30ล้านบาท

วันนี้ (23 มี.ค.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ยึดได้จากคดีในเครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้งาน “มหกรรมขายทอดตลาด ตัดวงจรการฟอกเงิน นำเงินคืนสู่แผ่นดิน” ครั้งที่ 2 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลจำนวนมาก

ประมูลทรัพย์สิน'พงศ์พัฒน์'รอบ2คึกคัก

ประมูลทรัพย์สิน’พงศ์พัฒน์’รอบ2คึกคัก

โดยพ.ต.ท.หญิง เอมอร ไชยบัวแดง รองเลขาธิการปปง. ฝ่ายบริหาร เปิดเผยว่า ในครั้งนี้ มีทรัพย์สินที่นำมาร่วมประมูลกว่า 965 รายการ ทำให้ต้องแบ่งนำมาประมูลวันละประมาณ 240 รายการ เช่น ถ้วยชามโบราณลวดลายจีน , ตู้ไม้ ,เครื่องไม้แกะสลักต่างๆ , ชุดพระพุทธรูป , เทวรูปโบราณ เป็นต้น และทรัพย์สินที่ได้รับความสนใจมากคือ เก๋งจีนไม้แกะสลักลวดลายมังกร 2 หลัง โดยราคาเริ่มประมูลที่ 500,000 และ 400,000 บาท ที่มีการสู้ราคาจนจบการประมูลที่ 3,600,000บาท

ส่วนทรัพย์สินชิ้นแรกที่เริ่มประมูลคือ พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงงาน ขนาดจำลองครึ่งพระองค์ ราคาเริ่มต้นที่ 50,000บาท และไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ชุดเตียงนอนไม้โบราณแบบฮ่องเต้ชุดใหญ่ ซึ่งราคาเปิดประมูลอยู่ที่ 5 แสนบาท ก่อนจะมีผู้สนใจเสนอราคานานกว่า 12 นาที ก่อนที่มีผู้ที่เสนอราคามากที่สุด 3,600,000 บาท

โดยการประมูลในครั้งที่ 2 นี้ มีผู้ให้ความสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมแล้วมากกว่าวันละ 1,000 คน คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดจากการประมูลทรัพย์สินกว่า 20-30 ล้านบาท ซึ่งถือว่ายังน้อยกว่าการเปิดประมูลครั้งแรกที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 มีนาคมที่ผ่านมา ที่มีเงินสะพัดถึง 38 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์สินที่มีราคาการประมูลสูงสุด ในครั้งแรก คือ ชุดนาฬิกาข้อมือโรเล็กซ์ จำนวน 4 เรือน มีราคาเริ่มต้นที่ 950,000 บาท และราคาไปจบลงที่ 1,500,000บาท

ทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่นำมาเปิดประมูลเป็น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องถ้วยชามเบญจรงค์ และ ตุ๊กตาปั้น โดยการประมูลจะมีไปตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 25 มี.ค.นี้ ซึ่งจุดเด่นในวันพรุ่งนี้คือภาพวาดสีน้ำมัน บ้านริมน้ำเมืองเนเธอร์แลนด์ อายุกว่า 109 ปี มูลค่าไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท จะถูกนำมาประมูลในราคาเริ่มต้นที่ 15 ล้านบาท

และทรัพย์สินที่เหลือจากการประมูลใน 2 ครั้งนี้จะถูกรวบรวมไปประมูลร่วมกับทรัพย์สินในคดีอื่นต่อไป โดยเงินที่ได้จากการประมูลทางสำนักงาน ปปง. จะส่งเข้ากระทรวงการคลัง พร้อมดอกเบี้ย หลังการพิจารคดีเสร็จสิ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก จส.100

MThai News

บิ๊กตู่เสียใจ สิ้นลีกวนยู ลุยครม.สัญจร แม้พบระเบิด

‘ประยุทธ์’ เสียใจสิ้น ‘ลีกวนยู’ โอดใครทำงานหนักมักตายเร็ว เปรียบ ตัวเองที่ไม่รู้อยู่ถึงไหน ลั่น จัดต่อ ครม.สัญจร ไม่หวั่นแม้พบอาวุธสงครามใกล้พื้นที่

วันที่ 23 มี.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เลื่อนกำหนดการเดินทางเยือนประเทศสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ หลังนายลีกวนยู อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรก และผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ ถึงแก่อสัญกรรมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา(23 มี.ค.)

CAw7_SOUMAAWdeM1

จากกำหนดการเดิมที่จะเดินทางในวันพรุ่งนี้ 24-26 มี.ค. แต่ในส่วนการเยือนบรูไน ยังคงกำหนดการเดิม ยกเว้นว่าทางการบรูไนจะขอเลื่อนออกไปก่อน

พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจกับการจากไปของ นาย ลี กวน ยู ระบุ เป็นกำลังใจให้ตลอดระยะเวลาที่ท่านป่วย เชื่อคงเพราะทำงานหนัก แม้อายุ90 กว่าปีแล้ว อาจจะอยู่ต่อได้อีก ชี้ คนทำงานหนักมักตายเร็ว รวมถึงตนเอง ที่ไม่รู้อยู่ถึงกี่ปี เพราะทุกวันนี้ทำงานจนปวดสมอง

ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือครม. นอกสถานที่ที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 27 มี.ค. นี้ ยืนยัน ยังคงจะมีการประชุมตามปกติ แม้จะมีการพบอาวุธสงครามใกล้บริเวณที่ประชุม ครม.

MThai News

ถูกด่าฟรี!เช็คแล้วฝรั่งทาง ด่วนลงรถตู้ ไม่ใช่แท็กซี่

ตำรวจแจง  ภาพครอบครัวฝรั่งถูกทิ้งบนทางด่วน ที่แท้นั่งรถตู้มาจากสระแก้ว และเป็นคนขอลงจากรถเอง

วันนี้ (23มี.ค.) จากกรณีที่ สมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่ง ได้มีการแชร์ภาพครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กำลังยืนอยู่บนทางด่วน หอบสัมภาระข้าวของพะรุงพะรัง

พร้อมระบุข้อความว่า ฝีมือของแท็กซี่ไล่นักท่องเที่ยวลงบนทางด่วน ซึ่งเรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

aaaa

ล่าสุด เดลินิวส์ รายงานว่า พ.ต.ท.ศุรชัช สุวรรณศรี รอง ผกก.6 บก.ทท. เปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ได้รับการยืนยันจาก สน.ทางด่วน 2 บก.จร.ว่า นักท่องเที่ยวที่ปรากฏอยู่ในภาพนั้น เดินทางมาด้วยรถตู้โดยสารจาก จ.สระแก้ว จุดหมายปลายทางคือถนนข้าวสาร

ซึ่งก่อนหน้านี้ได้วิ่งมาตามเส้นทางด่วนอย่างปกติ กระทั่งมาถึงด่านอโศก 2 คนขับรถตู้ได้จอดให้นักท่องเที่ยวแวะเข้าห้องน้ำ แต่ปรากฏว่านักท่องเที่ยวฝรั่งดังกล่าวได้เดินมาหาคนขับรถตู้ พร้อมแผนที่กรุงเทพฯ

ก่อนจะสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ทำนองว่า ต้องการจะเดินทางไปซอยสุขุมวิท 71 ทางคนขับได้บอกให้กลับไปขึ้นรถ แล้วไปลงที่ถนนข้าวสารก่อน แล้วค่อยเดินทางไปตามที่ต้องการ แต่ทางนักท่องเที่ยวไม่ยอม ดึงดันที่จะขนสัมภาระลงมาจากรถตู้เอง

จากนั้นนักท่องเที่ยวก็เดินเท้าเพื่อหาทางลงจากทางด่วน จนมีผู้พบเห็นและถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียล จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ สำหรับการส่งต่อข้อความที่ระบุว่า นักท่องเที่ยวถูกแท็กซี่ไล่ลงจากรถนั้นไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้ทางตำรวจทางด่วน 2ได้ประสานโบกแท็กซี่หรือแนะนำให้ทางนักท่องเที่ยวลงบันไดทางด่วนสู่พื้นด้านล่างให้แก่ครอบครัวของนักท่องเที่ยวนี้ เพื่อขึ้นรถต่อไปยังจุดหมาย

สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น สาเหตุเกิดจากภาพเพียงภาพเดียว และคำพูดของผู้ที่ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย และภาพลักษณ์ของรถแท็กซี่สุวรรณภูมิ จนกลายเป็นจำเลยของสังคมพ.ต.ท.ศุรชัชกล่าว

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์