ลีกวนยู เข้าขั้นโคม่า! สิงคโปร์แห่ให้กำลังใจ

ลีกวนยู อดีตนายกฯสิงคโปร์อาการทรุดหนัก เข้าขั้นโคม่า หลังป่วยโรคปอดบวมตั้งแตก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ชาวเมทองลอดช่องต่างภาวนาให้กำลังใจ

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานข่าวว่า นายลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุตรชายของอดีตผู้นำ ลีกวนยู ระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า อาการของนายลีทรุดลงอีกครั้ง หลังเข้ารักษาโรคปอดบวมตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. กระทั่งเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อดีตผู้นำสิงคโปร์มีแนวโน้มอาการทรุดลงอย่างต่อเนื่อง

ลีกวนยู, สิงคโปร์, ป่วยหนัก, โรคปอดบวม

ชาวสิงคโปร์จำนวนมากต่างทยอยเดินทางไปวางสิ่งของ ดอกไม้

โดยคณะแพทย์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และให้ยาปฏิชีวนะกับนายลีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรายงานระบุว่า มีประชาชนเข้าไปเขียนข้อความแสดงความขอบคุณ และให้กำลังใจทั้งต่อตัวนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้นำสิงคโปร์ผ่านเฟซบุ๊กจำนวนมาก

ส่วนที่ด้านหน้าโรงพยาบาลสิงคโปร์ เจเนอรัล ชาวสิงคโปร์จำนวนมากต่างทยอยเดินทางไปวางสิ่งของ ดอกไม้ เพื่อแสดงความคารวะ และเขียนข้อความสรรเสริญให้กับอดีตท่านผู้นำ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

สำหรับนายลี กวนยู ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี 2502 ที่ประเทศอังกฤษมอบสิทธิปกครองตนเองให้สิงคโปร์ และเป็นผู้นำประเทศสิงคโปร์ไปสู่การประกาศเอกราชจากมาเลเซียในปี 2508 รวมทั้งเป็นผู้วางรากฐานการพัฒนาชาติ

ที่ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า นายลี ใช้อำนาจปกครองอย่างเข้มงวด โดยฝ่ายตรงข้ามของนายลี มักต้องถูกจองจำจากคดีความ ไม่ก็ล้มละลายจากการต่อสู้คดีในชั้นศาลที่มีราคาแพง

ต่อนายลี กวนยู สละตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2533 และดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีที่ปรึกษา เพื่อหลีกทางให้นายโก๊ะ จ๊กตง รองนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นขึ้นเป็นผู้นำ และต่อมา นายโก๊ะมอบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้กับนายลี เซียนลุง

ลูกชายคนโตของอดีตนายกฯแทนในปี 2547 ขณะที่พรรคกิจประชา หรือพีเอพี (Peopleงs Action Party) ของนายลีชนะการเลือกตั้งมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2502 จนถึง ปัจจุบัน ซึ่งพรรคพีเอพี มีสส.ถึง 80 ที่นั่ง จากทั้งหมด 87 ที่นั่งในรัฐสภาสิงคโปร์

ข้อมูลจาก ข่าวสด

MThai News

บุกค้นบ้านครูตร.ยึดไม้รวมมูลค่ากว่าล้านบาท-กระสุนปืนอื้อ!

ทหาร-ตร. บุกค้นบ้านครูตรวจ ยึดไม้ประดู่-ตะเคียนหิน และกระสุนปืนจำนวนมาก รวมมูลค่าของกลางกว่า 1 ล้านบาท เจ้าตัว อ้างของน้องชาย จนท.ไม่ปักใจ เร่งขยายผลต่อ

วันที่ 22 มี.ค.58 เวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ สนธิกำลังตรวจค้นบ้านเลขที่ 99 หมู่ 7 บ้านป่าไม้สหกรณ์ ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง หลังสายข่าวรายงานบ้านหลังดังกล่าว มีการซุกซ่อนไม้ประดู่ เลื่อยโซ่ยนต์ และอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีนายอเนก ตีเหล็ก อายุ 42 ปี เป็นครูผู้ช่วย สอนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน และยินยอมให้ทำการตรวจค้น

บุกค้นบ้านครูตำรวจ, ไม้ประดู่, ตะเคียนหิน, กระสุนปืน, ยึดไม้, บุกจับ
ผลการตรวจค้นพบ กระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 120 นัด กระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 245 นัด ปลอกกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 142 ปลอก อีกทั้งยังพบไม้ประดู่แปรรูปแผ่น 28 แผ่น ไม้ประดู่แปรรูปเหลี่ยม 25 เหลี่ยม และไม้ตะเคียนหิน 1 ท่อน รวมไม้ของกลางทั้งสิ้น 54 ท่อน/เหลี่ยม/ชิ้น ปริมาตร 3.016 ลูกบาศก์เมตร มูลค่ากว่า 1,000,000 บาท

เจ้าหน้าที่ จึงควบคุมผู้ต้องหานายอเนก พร้อมของกลางมาสอบสวนที่ สภ.โนนดินแดง พร้อมแจ้งข้อหา “มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่, มีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีไม้หวงห้ามแปรรูปชนิดอื่น (ไม้ประดู่) ไว้ในความครอบครองเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไม้หวงห้ามอันยังไม่ได้แปรรูปไว้ในครอบครอง”

ขณะที่เจ้าตัว ยังให้การปฏิเสธ อ้างของกลางทั้งหมดเป็นของน้องชาย ที่มาพักอาศัย แต่ขณะตรวจค้นน้องชายได้ออกไปธุระข้างนอก ซึ่งตนเองนานทีจะเข้ามาที่บ้านหลังนี้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ รอทำการขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ขอบคุณภาพ posttoday

MThai News

พ่อพิมพ์เสื่อม! เด้งครูตุ๋ย 4 นร.จ่อฟันอาญา ออกราชการ

รมว.ศึกษาธิการ สั่งเด้ง ครูโรงเรียนดังในกทม. “ตุ๋ย”4 น.ร.ชาย ระหว่างไปดูงานที่สิงคโปร์ ไปช่วยราชการ รอสอบสวน ลั่น หากผิดจริง ไล่ออกราชการและรับโทษตามกฏหมาย

จากกรณีมีผู้ปกครองของนักเรียนชายชั้นป.2 ของโรงเรียนชื่อดัง ย่านรามคำแหง กทม. เข้าไปร้องเรียนกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อ้างลูกชายและเพื่อนๆ อีก 3 คน ถูกครูชายรายหนึ่งลักษณะกระตุ้งกระติ้งล่วงละเมิดทางเพศ ขณะเดินทางไปศึกษาดูงานโครงการนักเรียนวิทยาศาสตร์สู่สากลที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 8-11 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น

ครูตุ๋ยนักรียน, ครูล่วงละเมิดนักเรียน, ล่วงละเมิดเด็ก, พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย

ล่าสุด พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบเร่งด่วน หากพบครูดังกล่าวผิดจริง ให้ลงโทษอย่างเด็ดขาด เพราะผิดจรรยาบรรณครูร้ายแรง และผิดกฏหมาย โดยหลังมีคำสั่งให้ครูผู้ถูกกล่าวหามาช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.2)

ซึ่งในวันที่ 23 มี.ค.นี้ ผู้ถูกกล่าวหาต้องมารายงานตัว หรือ ไม่เกิน 15 วันที่จากวันที่เรียกตัว หากไม่มา ถือว่าขาดราชการและให้ออกราชการทันที และระหว่างนี้ทาง สพม.2 กำลังเร่งสอบสวนข้อเท็จจริงพร้อมดูแลสภาพร่างกายและจิตใจของเด็กจะต้องทำอย่างเต็มที่ ไม่ให้เด็กรู้สึกแย่ จนไม่สามารถเรียนและใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ส่วนผู้ปกครองจะแจ้งความดำเนินคดีกับครูดังกล่าวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจผู้ปกครอง เพราะเป็นสิทธิ์ที่กระทำได้ และจะได้เป็นคดีตัวอย่าง ให้บุคลากรการศึกษาไม่กล้าประพฤติผิด

MThai News