โดรนปริศนา? โผล่ดาดฟ้าทำเนียบผู้นำญี่ปุ่น

โดรนปริศนาจอดบนดาดฟ้าทำเนียบนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในกรุงโตเกียว พบขวดบรรจุสารกัมมันตรังสีอยู่ภายใน

วานนี้ (22 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศญี่ปุ่นพบอากาศยานไร้คนขับ หรือ ‘โดรน’ ขนาดเล็ก ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่าภายในบรรจุสารกัมมันตรังสีเล็กน้อย อยู่บนดาดฟ้าทำเนียบนายกรัฐมนตรี ‘ชินโสะ อาเบะ’ แห่งญี่ปุ่น

โดรน,กัมมันตรังสี,นายกรัฐมนตรี,ชินโสะ อาเบะ,ญี่ปุ่น

เบื้องต้นไม่มีรายงานการบาดเจ็บหรือความเสียหายใดๆ ตำรวจนครบาลกรุงโตเกียว เจ้าหน้าที่ของทำเนียบฯ เปิดเผยว่า เห็นโดรนขนาดเล็กบนดาดฟ้าทำเนียบนายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงเช้าวันพุธ จึงเร่งแจ้งความไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เข้ามาตรวจสอบ และพบว่าโดรนลำนี้ติดตั้งกล้องขนาดเล็ก, พลุไฟ และขวดพลาสติกบรรจุสารเคมีในปริมาณที่ไม่ส่งผลร้ายต่อมนุษย์ในทันที จากการคาดการณ์เบื้องต้น เป็นไปได้ว่าระบบการบินของโดรนอาจล้มเหลวขณะทะยานบนท้องฟ้า จนร่วงหล่นลง

แต่อีกนัยหนึ่ง โดรนปริศนาขณะประมาณ 50 เซนติเมตร มีใบพัด สี่ ด้านลำนี้อาจเป็นที่มาของผู้ไม่ประสงค์ดี ซึ่งทางด้าน นายโยชิฮิเดะ สุกะ หัวหน้าสำนักงานเลขานุการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกมาเปิดเผยว่า การค้นพบโดรนบรรจุสารกัมมันตรังสีดังกล่าว ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวล เกี่ยวกับภัยจากการก่อการร้าย อาจมีผู้ไม่ประสงค์ดี ฉวยโอกาสก่อการร้าย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก หรือ การประชุมสุดยอด จี7 ที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ ดังนั้นรัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการตรวจสอบ ถึงที่มาของอากาศยานไร้คนขับลำนี้อย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรี กำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางไปเยือน ประเทศอินโดนีเซียเพื่อร่วมประชุมผู้นำ เอเชีย-แอฟริกา

โดรน,กัมมันตรังสี,นายกรัฐมนตรี,ชินโสะ อาเบะ,ญี่ปุ่น

โดรน,กัมมันตรังสี,นายกรัฐมนตรี,ชินโสะ อาเบะ,ญี่ปุ่น

MThai News
ที่มา aljazeera

ระทึก! ภูเขาไฟชิลี ปะทุครั้งแรกในรอบ54 ปี สั่งอพยพแล้วกว่าพันคน

รัฐบาลชิลีสั่งอพยพประชาชน 1,500 คน ในเมืองเอ็นเซนาดา หลังภูเขาไฟกัลบูโก เริ่มปะทุและพ่นเถ้าถ่าน หวั่นได้รับอันตราย

วานนี้ (22 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว ทางการ ชิลีแจ้งเตือนอันตราย สั่งอพยพประชาชน 1,500 คน จาก 270 ครัวเรือน ในพื้นที่สีแดงในเมืองเอ็นเซนาดา ใกล้กับ ‘ภูเขาไฟกัลบูโก’ ทางตอนใต้ของประเทศ หลังภูเขาไฟลูกดังกล่าวเริ่มปะทุและพ่นเถ้าถ่านออกมาจนปกคลุมชุมชนในบริเวณโดยรอบ ขณะนี้กองทัพได้เข้ามาควบคุมสถานการณ์ความวุ่นวายชั่วคราวในพื้นที่สีแดง

ภูเขาไฟระเบิด,ชิลี,อพยพ,ภูเขาไฟกัลบูโก

ขณะที่ หน่วยงานเหมืองแร่และธรณีวิทยาแห่งชาติชิลี ออกประกาศเตือนผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ แจ้งเตือนภัยในระดับสูงสุดไปยังประชาชน และห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้บริเวณภูเขาไฟอย่างเด็ดขาดแล้ว ทั้งนี้ การปะทุดังกล่าวค่อนข้างเหนือความคาดหมาย ทั้งทางการท้องถิ่นไม่ได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างเต็มที่นัก

จากการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ภูเขาไฟปะทุ มีควันสีขาวพวยพุ่งออกมาปกคลุมทั่วเมือง ส่งผลให้การจราจรกลายเป็นอัมพาต เนื่องจากประชาชนหลั่งไหล อพยพออกนอกพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยล่าสุด กระทรวงศึกษาธิการชิลีได้สั่งปิดโรงเรียนในพื้นที่ประสบภัยแล้ว ขณะที่ มีรายงานเที่ยวบิน 3 เที่ยวที่จะเดินทางไปยังเมืองปวยร์โต มอนต์ ต้องถูกยกเลิก

อย่างไรก็ตาม ชิลีเป็นประเทศที่มีภูเขาไฟตั้งอยู่ทั่วประเทศ กว่า 90 แห่ง ซึ่งภูเขาไฟชื่อ แคลบูโค ถือเป็นจุดที่อันตรายที่สุดในประเทศ

ภูเขาไฟระเบิด,ชิลี,อพยพ,ภูเขาไฟกัลบูโก

ภูเขาไฟระเบิด,ชิลี,อพยพ,ภูเขาไฟกัลบูโก

MThai News

ที่มา  lemonde

วิชา ยันบุญทรงทุจริตข้าว เวียนขายในประเทศ

สนช. เริ่มประชุมเพื่อพิจารณาถอดถอน “บุญทรงและพวก” ปมทุจริตข้าวจีทูจี ขณะ “วิชา” เปิดแถลงสำนวนคดี ยืนยันผิดจริง ระบุไม่มีการส่งออก ยังเวียนขายในประเทศ

วันนี้ (23 เม.ย.) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาวาระเร่งด่วนในการดำเนินกระบวนการถอดถอน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ และนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งกรณีการทุจริตในโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี

593831-01

โดยในการประชุม นายวิชา มหาคุณ ตัวแทนคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะผู้กล่าวหา ได้แถลงเปิดสำนวนคดี ก่อนที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน คือ นายบุญทรง นายภูมิ และนายมนัส ได้ร่วมกันแถลงคัดค้านสำนวนคดีของฝ่าย ป.ป.ช.

ทั้งนี้ นายวิชาระบุว่า หลังจากที่มีการยื่นคำร้องขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และข้าราชการ ในช่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ บริหารประเทศในขณะนั้น มีการทุจริตในโครงการระบายข้าวจีทูจี ซึ่งดำเนินการผิดขั้นตอนตามที่คณะกรรมการระบายข้าวได้วางยุทธศาสตร์ไว้

ซึ่งการตรวจสอบการระบายข้าวในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีเพียงครั้งเดียว ที่ได้ระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐกับประเทศเกาหลีเหนือเท่านั้น และมีความล้มเหลว จึงไม่สามารถที่จะนำมากล่าวอ้างได้ ส่วน 2 บริษัท ของประเทศจีน ที่รัฐบาลไทยในขณะนั้นนำกล่าวอ้างนั้นไม่เป็นความจริง เพราะจากการตรวจพบว่าไม่ได้มีประกอบการค้าข้าวโดยตรง และไม่ใช่บริษัทตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีน แต่ข้าวนั้นได้วนเวียนขายในระบบการค้าข้าวในประเทศ และไม่ได้มีการส่งออกไปยังประเทศที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม กระบวนการการถอดถอนนั้นจะเหมือนกับกรณีการถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทุกประการ ซึ่งเมื่อแถลงเปิดคดีเสร็จแล้ว ก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการซักถามคู่กรณีขึ้น 1 คณะ และกำหนดวันซักถามคู่กรณี ซึ่งเบื้องต้นวิป สนช.กำหนดไว้วันที่ 30 เม.ย.นี้ ก่อนที่จะแถลงปิดคดีวันที่ 7 พ.ค.และลงมติว่าจะถอนถอนทั้ง 3 คนหรือไม่ ในวันที่ 8 พ.ค.2558

MThai News