บิ๊กไบค์แจง ภาพก้มกราบตร.ไม่เจตนาให้เสื่อมเสีย

หนุ่มบิ๊กไบค์ชี้แจงโพสต์ภาพก้มกราบตำรวจด้วยตนเอง รับผิดพร้อมขอโทษไม่ได้มีเจตนาทำให้เจ้าหน้าที่เสื่อมเสียชื่อเสียง

วันนี้ (22 เม.ย. 58) นายโดม เผือกขจี “หนุ่มบิ๊กไบค์” ที่มีกรณีภาพก้มกราบตำรวจจราจร เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและขอโทษ ด.ต.บุญมี พัฒนแสง ผู้บังคับหมู่งานสายตรวจ 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจจราจร โดยได้นำภาพที่ตนก้มกราบ ด.ต.บุญมี พร้อมข้อความ “ขอเถอะครับ สะพานและอุโมงค์ปลอดภัยเพื่อคนทุกล้อ” โพสต์ลงในโลกออนไลน์ ทำให้ผู้ที่เห็นภาพเข้าใจผิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุบังคับให้ประชาชนที่ทำผิดกฎจราจรก้มกราบ

1429682672-3b82b6e2e9f62bcaac7bb7dfe0be9c18

ทั้งนี้ นายโดม เผือกขจี เผยว่า ภาพดังกล่าวไม่ได้มีการตัดต่อและตนเป็นผู้โพสต์ภาพเอง ถ่ายเพื่อต้องการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในฐานะประชาชนที่อยากให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่มีอำนาจอนุญาตให้รถจักรยานยนต์สามารถขึ้นสะพานและลงอุโมงค์ได้เท่านั้น ด้าน ด.ต.บุญมี กล่าวว่า มาก้มกราบก็รู้สึกตกใจ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ จนเห็นภาพตามสื่อต่างๆ ตนอยากให้แก้ข่าวดังกล่าวเพราะกระทบกับตน ทำให้คนอื่นมองว่าใจร้ายเกินกว่าเหตุ

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ได้แจ้งข้อกล่าวหา กับ นายโดม เผือกขจี 2 ข้อหา คือ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย และดูหมิ่นเจ้าพนักงาน

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สำนักข่าวไทย

MThai News

รวบ เดี่ยว สิงห์ทอง นักกีฬาทีมชาติ ค้ายาบ้า

ตร.ล่อซื้อพร้อมจับกุมนักกีฬาคนพิการทีมชาติค้ายาบ้า เจ้าตัวสารภาพทำไปเพราะใช้เงินที่ได้จากการแข่งขันหมด ไม่มีรายได้อื่นจึงประชดชีวิต

วันนี้(22 เม.ย. 58) เจ้าหน้าที่ได้มีการแถลงจับกุม นายวุฒิพล หรือเดี่ยว สิงห์ทอง นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ผู้ต้องหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ด้วยวานนี้ (21 เม.ย.58) ทางตำรวจได้วางแผนล่อซื้อยาบ้าจากนายวุฒิพล จำนวน 10 เม็ด ก่อนนำไปตรวจค้นบ้านพักที่ซอยพาณิชยการธนบุรี21 พบอีก 4 เม็ด รวม 14 เม็ด

CDK9CgkW4AEdpDK

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางกอกใหญ่ โดยนายวุฒิพลให้การสารภาพว่า ทำมาแล้ว 3 ครั้ง เนื่องจากเงินที่ได้จากการแข่งขันกีฬาหมดและไม่มีรายได้อื่น จึงประชดชีวิต ประกอบกับมีรุ่นพี่ชักชวน และตนเป็นผู้พิการตำรวจคงไม่สนใจมาจับกุม

CDK9Cg8WEAEq3kP

ทั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย แต่หากพบว่าระหว่างแข่งขันผู้ต้องหาใช้สารเสพติดจะทำการยึดเหรียญทั้งหมด

MThai News

ยูฟัน แชร์ลูกโซ่ข้ามชาติ ธุรกิจย้อมแมวจริงหรือ…?

จากปฏิบัติบุกทลายเครือข่าย บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัดที่เข้าข่ายเป็นธุรกิจ “แชร์ลูกโซ่ข้ามชาติ” ภายใต้การนำของพล.ต.ท. สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. และเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค นำหมายศาล บุกค้นทลายที่พักของเหล่าผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ยูฟัน สโตร์ พร้อมคุมตัวผู้บริหารและยึดทรัพย์หลายร้อยล้านบาท เมื่อวันที่10 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น

page4

ทำให้คำว่า “แชร์ลูกโซ่” ที่เปรียบได้ว่าเป็น อาชญกรรมทางเศรษฐกิจ ตุ๋นเงินคนอยากรวย ได้ถูกปลุกกระแสขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมา “ยูฟัน” อาจเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูมากนัก ได้กลับเป็นข่าวครึกโครม และอยู่ในความสนใจของประชาชน

เนื่องจากก่อนหน้านี้ประชาชนจำนวนไม่น้อย ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมและศูนย์แก้ไขปัญหาความมั่นคงว่าถูก ยูฟัน สโตร์ หลอกลวงในลักษณะแชร์ลูกโซ่ โดยไม่ได้เงินปันผลตั้งแต่ปี 2557 และจากการสืบสวนของตำรวจพบว่าบริษัทดังกล่าวเข้าข่ายเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่จริง จึงได้มีการยึดทรัพย์และออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องหลายบุคคล

ยูฟัน คือ? บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด เป็นบริษัทสัญชาติมาเลเซียก่อนเข้ามาปักหลักตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย เลขที่ 18 ซอยบางนา-ตราด 25 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร และได้จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2556 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท โดยแจ้งประกอบธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต ทั้งยังมีการออกสกุลเงินเองเรียกว่า ยู โทเคน (UToken Cash) ใช้แทนสกุลเงินปกติ แต่อยู่ในรูปแบบดิจิตอล ซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราในโลกออนไลน์ โดยมีค่าสมัครเป็นสมาชิกคนละ 17,000 บาทฃ

9999

ส่วนวิธีการฉ้อโกงมี 3 รูปแบบคือ ไม่จ่ายผลตอบแทนตามแผนที่ระบุต่อนายทะเบียน มีการชักชวนให้สมาชิกเข้ามาร่วมเครือข่ายโดยได้รับผลตอบแทนจากการชวนบุคคลอื่นเข้าร่วม และกู้ยืมเงินเพื่อฉ้อโกงประชาชน โดยมีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อถูกหลอกสูญเงินเป็นจำนวนมาก

ซึ่งเจ้าของบริษัทแท้จริงยังระหว่างหลบหนี แต่ได้ให้บุคคลอื่นดำเนินการถือหุ้นไว้แทนในลักษณะนอมินี และเปิดบริษัทจำนวน 2 แห่ง คือ บริษัทยูฟัน สโตร์ จํากัด ดำเนินธุรกิจขายตรงจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเครื่องสำอาง ซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา และบริษัทยูฟัน พร็อพเพอร์ตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด ดำเนินธุรกิจประเภทกิจกรรมของตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์

แต่ 2 บริษัท มีชาวมาเลเซียเป็นเจ้าของที่แท้จริงอีกทอดหนึ่ง ซึ่งมีการว่าจ้างให้นอมินี เข้าดำเนินการถือหุ้นแทน เพื่อหลีกเลี่ยงจากตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัทดังกล่าว ดำเนินธุรกิจไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ในการขอจดทะเบียนเป็นบริษัทขายตรง เพราะไม่พบว่ามีการซื้อขายสินค้าเหมือนธุรกิจขายตรงอื่น และดำเนินธุรกิจโดยออกสกุลเงินของตนเองใช้ในหมู่สมาชิก ซึ่งเป็นสกุลเงินสมมุติ สำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนกันในโลกออนไลน์

โดย สคบ.ได้เพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทไปเมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมาและ ปปง.ได้ยึดทรัพย์จากเครือข่ายดังกล่าวได้แล้วกว่า 250 ล้านบาท ขณะที่ยอดรวมความเสียหายทั้งสิ้น 3.8 หมื่นล้านบาท ผู้เสียหาย 120,000 ราย และเข้าแจ้งความแล้ว 130 ราย มูลค่า 35 ล้านบาท

1429514037-62bf1edb36141f114521ec4bb4175579

จากการร้องเรียนของประชาชนผู้ตกเป็นเหยื่อ จากหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าธุรกิจยูฟันนั้นเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่อย่างแท้จริง แต่อีกด้านของสมาชิกกว่า 100 คน รวมตัวเรียกร้องความยุติธรรม อ้างได้รับผลกระทบจากการถูกกล่าวหา พร้อมยืนยันเต็มใจ ไม่ได้ถูกหลอกลวง แต่กลับต้องเสียหาย…

หากเปรียบเทียบธุรกิจ “ยูฟัน กับ แชร์ลูกโซ่” ที่มีลักษณะไม่ได้เน้นบริการขายของ แต่เน้นการหาสมาชิกจำนวนมากๆ คล้ายสินค้าที่ทำให้ผู้คนติดพันนั้นอาจไม่ต่างกัน เป็นการระดมทุนจากประชาชนที่แพร่และขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากจ่ายผลตอบแทนสูง

ระยะแรกผู้ที่เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ จะต้องเสียเงินในอัตราสูงเป็นค่าสมาชิกหรือค่าสินค้าต่างๆ และสมาชิกใหม่ต้องหาสมาชิกเพิ่ม ซึ่งก็คือการหลอกคนอื่นต่อไปอีกเป็นทอดๆ เพื่อจะได้เงินคืน ยิ่งหาได้มากก็จะได้เงินคืนกลับมามาก ได้ผลกำไรมากกว่าที่ลงทุนไป

เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ในกลุ่มสมาชิกไม่สามารถนำเงินมาหมุนได้อีกต่อไป ทั้งบริษัทและผู้จัดการก็จะหนี ทิ้งไว้แต่เพียงหนี้สินกับคนที่อยู่ในระดับล่าง เกิดความเดือดร้อนอย่างกว้างขวาง

ยูฟัน จะใช่แชร์ลูกโซ่หรือไม่ สุดท้ายเรื่องจะจบอย่างไร คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจดำเนินการ และคงต้องรอผู้บริหารใหญ่ออกโรงชี้แจงข้อเท็จจริงให้กระจ่าง

แต่สิ่งที่เป็นอุทธาหรณ์ของเรื่องนี้ คงทำให้นักลงทุนที่อยากรวยด้วยวิธีง่ายๆได้ฉุกคิดมากขึ้น ก่อนที่จะตกเป็น “เหยื่อ” ธุรกิจเหล่านี้…

MThai News