เจ้าหน้าที่ป่าไม้พิษณุโลก เข้าบุกยึดสวนปาล์มตระกูล “วิชัยดิษฐ์”บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเขากระยาง มูลค่าความเสียหาย 2.4 ล้านบาท พร้อมดำเนินคดี
วานนี้ (20 เม.ย.) นายมานพ สายอุ่นใจ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก ออกคำสั่งให้นายสำรวย ชุมบุญ หัวหน้าสายตรวจป่าไม้สายที่ 1 และนายพงษ์ศักดิ์ ประสมทรัพย์ หัวหน้าหน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ 14 (น้ำคลาด) สนธิกำลังป่าไม้พื้นที่ข้างเคียง เข้าตรวจยึดสวนปาล์มบริเวณบ้านโป่งดินดำ หมู่ 26 ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เนื่องจากสืบทราบว่า มีการบุกรุกทำสวนแปลงขนาดใหญ่มาเป็นเวลานาน และคนในพื้นที่ระบุว่า เป็นของนายทุนอดีตนักการเมืองตระกูลดัง

บุกยึดสวนปาล์มตระกูล ‘วิชัยดิษฐ์’
โดยเจ้าหน้าที่สายตรวจป่าไม้ ขับไปตามร่องแปลงสวนปาล์มน้ำมันเป็นแถว อายุเฉลี่ยประมาณ 9 ปี แต่ไม่พบว่าผู้ใดแสดงตัวและยืนยันเป็นเจ้าของจากการสอบถามผู้ใหญ่บ้านบ้านโป่งดินดำ ทราบว่า เจ้าของสวนปาล์ม เป็นของ นางสาวปารียา วิชัยดิษฐ์ เป็นหลานของนักการเมืองคนดัง ตระกูล ”วิชัยดิษฐ์”
โดยที่ดินดังกล่าวนั้นจับพิกัดวัดได้เนื้อที่ 35 ไร่ และนำไปเทียบกับภาพถ่ายปี 45 พบว่า เดิมเป็นสภาพป่า อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขากระยาง จึงดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีที่สภ.นครไทย ตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54 ข้อหาแผ้วถาง และตาม พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติมาตรา 14 ข้อหายึดถือครอบครองป่าสงวน โดยไม่ได้รับอนุญาต มูลค่าความเสียหายแก่รัฐ 2.4 ล้านบาท
นายพงษ์ศักดิ์ ประสมทรัพย์ เปิดเผยว่า ระหว่างตรวจยึดในพื้นที่ไม่พบเจ้าของ แต่คนในพื้นที่ทราบดีว่า เป็นของนายทุนใต้ ระบุว่าเป็นหลานของคนตระกูล “วิชัยดิษฐ์” เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ซื้อสวนปาล์มต่อจากนายทุนคนหนึ่ง วันนี้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว โดยที่พื้นที่ข้างเคียงโดยรอบ จนท.ป่าไม้ก็ตรวจยึดผืนป่ามาแล้ว และกำลังให้ตำรวจ สภ.นครไทย ออกหมายเรียก ซึ่งพื้นที่สวนปาล์มดังกล่าว นายทุนได้ซื้อต่อมาอีกทอดที่ปลูกไว้เมื่อปี 52 และเป็นพื้นที่บุกรุกใหม่
นอกจากนี้ บริเวณฝั่งตรงข้ามถนนของพื้นที่ยังพบว่า มีไม้มะค่า และไม้กระยาเลยอื่นๆถูกโค่นทิ้งรวม 11 ท่อน ทราบว่า ราษฎรพื้นที่ใกล้เคียงเป็นเจ้าของ จนท.ป่าไม้จึงดำเนินการตรวจยึดไม้ท่อน และพื้นที่ 5 ไร่เศษ เนื่องจากอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขากระยางเช่นกัน และดำเนินการแจ้งความที่ สภ.นครไทย หาผู้กระทำความผิด ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 11 และ 69 ข้อหาทำไม้ และมีไม้ยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง และตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติมาตรา 14 ข้อหากระทำการใดๆ เป็นอันเสื่อมเสียป่าสงวนแห่งชาติอีกด้วย
ขอบคุณภาพจาก โพสต์ทูเดย์
MThai News


