เชอรี่ สามโคก ร้องDSI ตรวจยาลดอ้วนอ้างชื่อ

เชอรี่ สามโคก เข้าร้องทุกข์ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลังโดนเจ้าของยาลดความอ้วนยี่ห้อหนึ่ง นำชื่อไปอ้างจนคนเข้าใจผิด

วันนี้ (20 เม.ย. 58) น.ส.ลฎาภา รัชตะอมรโชติ หรือเชอรี่ สามโคก เข้าร้องทุกข์ต่อหน่วยบริการประชาชนและบริการข้อมูลข่าวสาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ตรวจสอบยาลดน้ำหนักที่ใช้ชื่อ เชอรี่ สามโคก ว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ทั้งนี้ เชอรี่ สามโคก เผยว่า ตนใช้ชื่อ เชอรี่ สามโคก มาตั้งแต่ปี 2552 แต่ไม่ได้จดลิขสิทธิ์ชื่อไว้ ก่อนมีผลิตภัณฑ์ยาลดความอ้วน นำชื่อนี้ไปใช้ ตนจึงสอบถามไปยังเจ้าของทราบว่า เจ้าของก็ชื่อ เชอรี่ เลยไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี ต่อมามีผู้เข้าใจผิดคิดว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจำนวนมาก

เชอรี่ สามโคก , ดีเอสไอ , ยาลดความอ้วน

น.ส.ลฎาภา รัชตะอมรโชติ หรือ เชอรี่ สามโคก

นอกจากนี้ เชอรี่ สามโคก อ้างว่า ยาลดความดังกล่าวมีส่วนผสมที่เป็นอันตรายและไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา โอยเมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา มีพริตตี้ทานยาลดความอ้วนติดต่อกัน 21 วัน จนเกิดอาการช็อคเสียชีวิต ซึ่งคาดว่าเกิดจากการทานยาลดความอ้วนดังกล่าว ทำให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเข้าใจผิดว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม เชอรี่ สามโคก ได้ขอให้ดีเอสไอตรวจสอบ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าของผลิตภัณฑ์ออกมาขี้แจงถึงเจตนาการนำชื่อ เชอรี่ สามโคก ไปใช้ และฝากถึงผู้ที่คิดจะทานยาลดความอ้วนให้ตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด

ขอบคุณภาพ ‏@fm91trafficpro

MThai News

กฟน.ปิดถนนสุขุมวิท24 ย้ายสายไฟลงดิน

กฟน. – บช.น. เล็งปิดซอยสุขุมวิท24 ย้ายสายไฟฟ้าลงดิน 23 เม.ย. – 24 พ.ค. หวังเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายไฟฟ้า และปรับทัศนียภาพให้สวยงาม ขอประชาชนเข้าใจ

วันนี้ (20 เม.ย. 58) กฟน. ได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกรุงเทพมหานคร ออกแถลงการณ์โครงการเปลี่ยนระบบจำหน่ายไฟฟ้าจากระบบสายอากาศเป็นระบบสายใต้ดินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายไฟฟ้า และปรับทัศนียภาพพื้นที่ กทม. ให้สวยงาม

การไฟฟ้านครหลวง, ย้ายสายลงดิน

การไฟฟ้านครหลวง

โดยนายสมชาย โรจน์รุ่งวศินกุล ผู้ว่าการ กฟน. เผยว่า การออกแถลงข่าวครั้งนี้เพื่อแจ้งข่าวให้ประชาชนได้รับทราบถึงแผนปฏิบัติงาน เพื่อไม่ให้กระทบ หรือกระทบกับการดำเนินชีวิตของประชาชนน้อยที่สุด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวทาง กฟน. จำเป็นต้องมีการปิดถนนกำหนดให้เดินรถทางเดียวด้านพระราม4 ออกไปสุขุมวิท24 ในช่วงวันที่ 23 เม.ย. – 24 พ.ค. ก่อนที่จะเก็บงานส่วนที่เหลือ โดยปิดการจราจร 1 ช่องทาง ช่วงกลางคืน 22.00-05.00น. วันที่ 25 พ.ค. – 31 ต.ค.

สำหรับโครงการย้ายสายไฟลงใต้ดินกฟน. ได้ดำเนินการไปแล้ว อาทิ โครงการปทุมวัน ตามแนวพื้นที่ท่องเที่ยว และโครงการจิตรลดา รอบเขตพระราชฐาน ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ โครงการพหลโยธิน ช่วงห้าแยกลาดพร้าว-อนุสาวรีย์ชัยฯ ,โครงการพญาไท ตามแนวก่อสร้างรถไฟฟ้าและถนนศรีอยุธยา ,โครงการสุขุมวิทสายหลักตามแนวรถไฟฟ้าซอย1-77 และซอยหลักเช่น นานา สวัสดี สายน้ำทิพย์ สุขุมวิท15และ22 ,และโครงการถนนราชวิถี ถนนราชปรารภ ถนนพระราม5 ถนนเพชรบุรี และถนนพระราม1

ขณะที่โครงการในอนาคตที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว ได้แก่ โครงการนนทรี ถนนนราธิวาาราชนครินทร์ ถนนนางลิ้นจี่ ถนนเลียบทางด่วน ,โครงการถนนพระราม3 ,โครงการถนนรัชดาภิเษก-อโศก ,และโครงการถนนรัชดาภิเษก-พระราม9

MThai News

ชายหน้าคล้ายภาพสเก็ตช์ บึ้มสมุย ยันบริสุทธิ์

เจ้าของพัทลุงเคเบิ้ลทีวี บุคคลหน้าเหมือนภาพสเก็ตช์ คาร์บอมบ์สมุย เข้าพบตำรวจ แสดงตัวยืนยันความบริสุทธิ์ ปัดไม่เกี่ยวข้อง

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยแพร่ภาพสเก็ตช์ใบหน้าคนร้ายที่เป็นคนขับรถ มาก่อเหตุคาร์บอมบ์ เซ็นทรัล เฟสติวัล เกาะสมุย จากนั้นนำไปแจกจ่ายให้ตำรวจในพื้นที่กระจายกำลังออกตามล่าตัว และมีการระบุเบื้องต้นทราบชื่อและนามสกุลของคนร้ายที่่่ก่อเหตุแล้วเป็นชายชาว จ.พัทลุง และอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับนั้น

ชายหน้าเหมือนภาพสเก็ตช์ บึ้มสมุย พบตร.

ชายหน้าเหมือนภาพสเก็ตช์ บึ้มสมุย พบตร.

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00น. วันนี้ (20 เม.ย.) นายนุกูล ยงหนู อายุ 59 ปี เจ้าของพัทลุงเคเบิ้ลทีวี ซึ่งเป็นบุคคลที่มีใบหน้าคล้ายกับภาพสเก็ตช์ดังกล่าว ได้เดินทางมาที่ สภ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อแสดงตัว และปฎิเสธไม่มีส่วนเกี่ยงข้องกับคดีคาร์บอมบ์แต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้าน พ.ต.อ.ภวัต ประชาญสิทธิ์ ผกก.สภ.เมืองพัทลุงเผยว่า ขณะนี้ยังไม่พบการออกหมายจับตัวนายนุกูล ในขั้นต้นจึงทำได้เพียงทำการสอบปากคำ เพื่อรวบรวมรายละเอียดรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบตามขั้นตอน พร้อมกันนี้จะได้ประสานให้พื้นที่เกาะสมุยได้รับทราบเรื่องดังกล่าว หากต้องการตัวนายนุกูล ก็จะแจ้งให้เจ้าตัวทราบเพื่อเดินทางไปยังพื้นที่ สภ.บ่อผุดต่อไป

ภาพจาก เดลินิวส์

MThai News