แฉ! นักข่าวสื่อดังฉุนนักวิชาการ ชี้ปมไฟปริศนา

เพจดังแฉ นักข่าวสื่อดังไม่พอใจ นักวิชาการเผยที่มาไฟปริศนา

จากกรณีที่มีการแชร์เรื่องราวของบ้านไฟไหม้ปริศนาในพัทลุง จนอาจารย์วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์หลักสูตรนิติวิทยาศาสตร์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในแนวทางวิทยาศาสตร์ว่า เกิดจากมนุษย์เป็นคนทำ

11187758_10153318670548291_6347805895316417870_o

ซึ่งแฟนเพจ Drama-addict ได้โพสต์ข้อความเปิดเผยว่ากรณีนี้มีช่างภาพและนักข่าวของสื่อชื่อดังแสดงความไม่พอใจ ที่อาจารย์ท่านดังกล่าวออกมาแสดงความคิดเห็นแบบนี้ พร้อมกับบอกว่า ใครที่ไหนจะมาเผาบ้านตัวเอง และอยากให้อาจารย์มาลงพื้นที่พิสูจน์ด้วยตัวเอง ซึ่งนักข่าวคนดังกล่าวปักใจเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากสิ่งลี้ลับแน่นอน พร้อมทั้งบอกว่าประเด็นนี้อ.วีรชัยติดต่อบอกกับตนเอง

โดยเฟซบุ๊คของอ.วีรชัย จากที่ได้มีการนัดสื่อมวลชนแถลงข่าว ล่าสุดได้โพสต์ข้อความว่า มันจบแล้ว  งดแถลงข่าวใดๆ โปรดไปสัมภาษณ์รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ เจ้าของโปรเจค แผนวิยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 1 ในเป้าหมายระดับชาติคือ เปลี่ยนความคิดทางไสยศาสตร์ ให้เป็นวิทยาศาสตร์มีเหตุมีผลมากขึ้น และต้องกราบขออภัยสื่อมวลชน ที่โทรเข้ามาหาเนื่องจากวันนี้ทั้งวันตนไม่ได้รับสายเลย(50 กว่าสาย)เพราะสอนทั้งวัน ขอกราบขออภัยมา ณ โอกาสนี้ และตนไม่สะดวกที่จะไปร่วมรายการใดๆเนื่องจากสอนอยู่ต่างจังหวัดด้วย

ที่มา แฟนเพจ Drama-addict
MThai News

ต้องอ่าน! ดินไหวเนปาล ช่วยเป็นเงินดีกว่าสิ่งของ

ต้องอ่าน! แผ่นดินไหวเนปาล คิดก่อนบริจาค ช่วยเป็นเงินดีกว่าสิ่งของ 

ชาวสังคมออนไลน์ได้แชร์บทความจากเฟซบุ๊คของคุณจิระนันท์ พิตรปรีชา นักคิดนักเขียนชื่อดัง ซึ่งได้โพสต์ข้อความบทเรียนเกี่ยวกับอาสาและการบริจาคสิ่งของในยามประสบภัย โดยระบุว่าแนวทางการช่วยเหลือน้ำท่วมกทม.กับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เนปาล แตกต่างกันมาก จึงอยากให้คนที่มาบริจาคคำนึงถึงสภาพความขาดแคลนและวิธีการขนส่งจริงๆด้วย โดยเผยว่า จากประสบการณ์ที่ทำงานในช่วงน้ำท่วม พบว่า

nepal-b4after-dhur_3281854k

1)ของบริจาคล้นเกินและไปไม่ถึงพื้นที่ รถ/เรือเข้าไปไม่ได้ ตัวอย่าง ถนนสะพานข้ามแม่น้ำตาปีที่สุราษฎร์ขาด ขบวนรถส่งของลงใต้ก็ติดแหง็กไปหลายวัน ยังไงก็ไม่ทันการ พวกเราจึงโอนเงินบริจาคที่รวบรวมมาให้ทีมกู้ภัยในพื้นที่ไปซื้อน้ำดื่มที่หาดใหญ่ไปช่วยคนนบพิตำ(นครศรีฯ)เป็นอันดับแรก ของถึงผู้ประสบภัยทันเวลา ไม่ต้องยุ่งกับการขนส่งจากกรุงเทพฯด้วย.. แล้วนี่ ไกลถึงเนปาล ใครจะขนส่งให้ล่ะ ต่อให้หอบขึ้นเครื่องไปเองก็ได้แค่คนละ 20-30 โล เลิกคิดเรื่องนี้ได้เลย

2)บะหมี่สำเร็จรูปเยอะมาก จนผู้ประสบภัยงงว่าส่งมาทำไม ไฟจะต้มน้ำก็ไม่มี ฝืดคอกินไม่ลงด้วย ข้าวกล่องของสด บูดเสียเป็นกองพะเนิน เพราะแพ็คไม่เป็น ขนไปแจกไม่ทัน และยังสร้างภาระให้อาสาสมัครที่มาช่วยลำเลียงมากๆ (ต้องดม เสียเวลาคัดทิ้ง) คนทำงานอยากได้เชือก เรือ เครื่องมือแพทย์พื้นฐาน หรืออุปกรณ์อื่นๆ ก็ไม่ค่อยมีใครบริจาคมา มีแต่ที่ไปกองอยู่ตามหน่วยงานรัฐซึ่งทีมอาสาคนนอกจะเข้าไปขอมาใช้งานก็ยุ่งยากลำบากเหลือทน

3)คนบริจาคถือโอกาสโละเสื้อผ้าเก่าเยอะเกินจนเป็นภาระหน่วยงานที่รับบริจาค (ที่ดอนเมืองตอนน้ำท่วมกรุง ยังมีภาพภูเขาเสื้อผ้าสูงเกือบชนเพดานที่ทำการท่าอากาศยาน แล้วในที่สุดของทั้งหมดที่คัดแยกขนส่งไม่ทันก็ต้องจมหายไปกับน้ำ) สำหรับกรณีนี้ ขอบอกว่าเนปาลมีเสื้อผ้าสิ่งทอขายตามตลาดเหลือล้น ราคาถูกกว่าบ้านเราด้วย ย่านทาเมลทั้งสายถนนขายแต่เสื้อผ้าoutdoor มีพนักงานการบินไทยแจ้งมาว่า เขาขอเต๊นท์กับผ้าห่มก่อนค่ะ)

4)การเดินทางไปช่วยด้วยตนเอง ถ้าทำอะไรไม่ค่อยเป็นก็จะกลายเป็นภาระคนอื่นเปล่าๆ และอาจเจ็บป่วยซะเองด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ขาดน้ำดื่ม ไฟฟ้าสำหรับหุงต้ม และห้องสุขา เนปาลยามนี้คงต้องการแพทย์และทีมกู้ภัยมือโปรที่มีอุปกรณ์ติดไปด้วยมากที่สุด

5)การบริจาคเงินทางหน่วยงานต่างๆ เราต้องตรวจสอบว่าจะเอาเงินไปช่วยแค่ไหนอย่างไร ขอเสนอให้เลือกองค์กรที่ส่งจนท.เข้าไปปฏิบัติงานจริงและทันการณ์ มิฉะนั้น เงินของท่านจะกลายเป็นถนนห่วยๆ ห้องสุขาแบบราดไม่ลงในอีกสามเดือนข้างหน้า (ผลจากการเปิดประมูลงานให้พวกรับเหมาก่อสร้างไปทำแทน) แล้วชาวบ้านก็ไม่ได้ใช้ แถมยังติดป้ายบริจาคคิดเป็นมูลค่าแพงกว่าให้เงินเขาไปสร้างกันเองตั้งสองสามเท่าให้เจ็บใจกันอีก

ดังนั้น ดีที่สุดคือให้เป็นเงิน กับองค์กรที่เชื่อถือได้เท่านั้น ให้โดยตรงเลยไม่ต้องผ่านใคร จะบริจาคแค่ครั้งนี้ หรือบริจาคช่วยระยะยาวด้วยก็มีลองใช้ charitynavigator.org เช็คดูก็ได้ว่าองค์กรไหนน่าเชื่อถือบ้างพวกเลขบัญชีอ้างว่าของกาชาดบ้างอะไรบ้างที่ส่งกันทาง LINE ให้ตรวจเช็คดีๆกับ website หรือ fb องค์กร หรือโทรไปถามให้แน่ใจ

ที่มา เฟซบุ๊ค Chiranan Pitpreecha

งัด ม.44 ตั้งศูนย์แก้ปัญหา อียูใบเหลืองประมงไทย

หัวหน้า คสช. ใช้ ม.44 ตั้ง “ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย” ให้ ผบ.ทร.คุม ผิดโทษปรับไม่เกิน 30 ล้าน

ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม

คำสั่งหัวหน้า คสช. ระบุว่า จากการที่ประเทศไทยได้รับการประกาศเตือนจากสหภาพยุโรปถึงการจัดให้มีมาตรการในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing : IUU Fishing)

101

ซึ่งหากไม่มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจังโดยเร่งด่วนภายในหกเดือน อาจมีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำของประเทศไทยในอนาคตและความมั่นคงของประเทศไทย ในภาพรวม

เพื่อให้เร่งแก้ปัญหาให้การทำการประมงดำเนินการได้ยั่งยืนและเป็นระบบ และยกระดับมาตรฐานการประมงของประเทศไทยให้สอดคล้องกับ มาตรฐานสากล รวมทั้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการประมง อุตสาหกรรมต่อเนื่อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

หากมิได้มีการป้องกันและแก้ไขโดยเร่งด่วน จะมีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจของประเทศได้ เพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ratchakitcha

MThai News