ดต.เมากร่าง ล็อกคอจ่อหัวสาวเสิร์ฟ3นัดดับอนาถ

ดาบตำรวจ สภ.คอหงส์เมากร่าง ฉุนร้านอาหารไม่เปิดให้นั่งดื่มเหล้าต่อ คว้าปืนล็อกคอจ่อยิงศีรษะเด็กเสิร์ฟ 3 นัดซ้อนดับอนาจ ขณะยืนรอมอบตัว ด้านผบก.ภ.จ.สงขลา สั่งออกราชการ ตั้งคกก.สอบวินัย

เมื่อเวลา 00.05 น.วันนี้(17 เม.ย.) ตำรวจ สภ.คอหงส์ รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่บริเวณหน้าร้านอาหารเฟอรารี่ผับ ถนนกาญจนวณิชย์ หมู่ 4 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.สุริยา ฝาหล๊ะ อายุ 34 ปี เป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. 3 นัด เข้าบริเวณศีรษะ นอนหงายจมกองเลือดเสียชีวิต

ดต.เมากร่าง ล็อกคอจ่อหัวสาวเสิร์ฟ3นัดดับอนาถ

ดต.เมากร่าง ล็อกคอจ่อหัวสาวเสิร์ฟ3นัดดับอนาถ

โดยผู้ก่อเหตุคือ ด.ต.ณชาตรี นันธิโย ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คอหงส์ ซึ่งยังอยู่ในอาการเมาสุรา และไม่ได้หลบหนีไปไหนหลังเกิดเหตุได้เข้ามอบตัวต่อตำรวจ จึงได้ควบคุมตัวไว้พร้อมอาวุธปืนของกลางที่ใช้ก่อเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.ณชาตรี ซึ่งเมาสุรามาจากที่อื่น ได้เข้ามาในร้านอาหารดังกล่าว พร้อมสั่งเหล้า เพื่อจะนั่งดื่มต่อ และมีความคุ้นเคยกับร้านอาหารเป็นอย่างดี โดยเจ้าของร้านระบุว่าจะปิดร้านแล้ว ทำให้ ด.ต.ณชาตรี ไม่พอใจเดินกลับไปที่รถยนต์หยิบอาวุธปืนออกมา พร้อมกับพูดว่าจะเอาปืนไปยิงปีศาจ หลังจากนั้นได้เดินปรี่เข้าไปสวมกอดผู้ตาย ซึ่งเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้าน ใช้อาวุธปืนจ่อยิงศีรษะผู้ตาย 3 นัดซ้อน ล้มทรุดลงจมกองเลือดเสียชีวิตคาที่ จากนั้นเดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คอหงส์ ดังกล่าว

ด้านพล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้มีคำสั่งให้ดงต.ณชาตรี ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมกับแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และคุมตัวเข้าห้องขัง เพื่อรอตั้งคณะกรรมการสอบสวนดำเนินคดีทั้งวินัยและอาญาต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

MThai News

‘เอกนัฏ’ซัด’ทักษิณ’หยุดทำร้ายประเทศเสียที

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โพสต์เฟซบุ๊กตอกกลับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ให้หยุดทำร้ายประเทศไทย คนไทย เสียที

จากกรณีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ถึงพระสุเทพ ปภากโร ว่า เลิกมุสา เราหยุดแล้ว ท่านหยุดหรือยัง เนื่องจาก พระสุเทพ ได้กล่าวกลับชาวบ้านถึงเรื่องคาร์บอมบ์ที่เกาะสมุย ว่า ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับกรรมนั้น

ล่าสุดวันนี้ (17 เม.ย. 58) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ตอกกลับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงกรณีดังกล่าวว่า ให้หยุดทำร้ายประเทศไทย คนไทย เสียที

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ , ทักษิณ ชินวัตร

เอกนัฏ โพสต์ซัด ทักษิณ หยุดทำร้ายประเทศไทยเสียที

ทักษิณ ‘หยุด’ คิด

เพื่อไทย ‘หยุด’ ทำ… ร้ายประเทศไทยเสียที

พระสุเทพตอบกับสื่อมวลชนกรณีคาร์บอมบ์ว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ต้องไปสืบสวน “ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับกรรมนั้น หนีไม่พ้น” ผมก็แปลกใจเหมือนกันว่าที่คุณทักษิณกับพรรคที่ชื่อเพื่อไทยผลัดกันรับลูก ผลิตวลีกันตุตะ เราหยุดแล้ว ท่านหยุดรึยัง อย่ามุสา หาว่าพระไปกล่าวหาเขานั้น อ้างคำพูดของพระตั้งแต่เมื่อไร ปั้นนํ้าหลอกด่าฟรีหรือเป็นการกินปูนร้อนท้องชิงให้ข่าวดับกระแสหรือไม่

แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้ ที่ผ่านมาใครอยู่เบื้องหลังขบวนการณ์ทำร้ายประเทศกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ ยังคงเป็นคำถามที่ยังอยู่ในใจผมเสมอ???

ใครละครับ…ที่มีอำนาจสั่งพรรคใหญ่ให้ดันกฏหมายนิรโทษกรรมฝืนใจประชาชนได้

ใครละครับ…พอแกนนําและมวลมหาประชาชนออกมาต่อสู้กับการออกกฏหมายนิรโทษกรรมอยู่เบื้องหลังการใช้อาวุธสงครามโจมตีอย่างโหดเหี้ยม

ใครละครับ…ที่มีอิทธิพลจนเจ้าหน้าที่เกรงกลัวจับผู้ร้ายไม่ได้ซักคน แล้วมาใส่ร้ายประชาชนอีก

ใครก็แล้วแต่อย่างที่พระท่านพูด “ทำกรรมอะไรไว้ ก็รับกรรมนั้น” ไปก็แล้วกัน

แต่อยากแนะนำพรรคเพื่อไทยว่าต่อไปจะพังเพราะพูดและทำแต่เรื่องที่คุณทักษิณ คิด ทำจนคนดีมีฝีมือลูกพรรคและมวลชนแม้กระทั่งกลุ่มคนเสื้อแดงต้องเอือมจนทะยอ ยกันตีตัวห่าง วันๆเอาแต่ตั้งโต๊ะด่ารัฐบาล แขวะคนนู้นคนนี้ ตีกินผลงานเก่าๆ สร้างปัญหาไว้ก็ไม่คิดชี้แจงยังมาแนะเพื่อแขวะรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ทำขาดทุนสร้างหนี้ไว้บาน ทำเป็นมาแนะ แต่ฟังจริงๆไม่เห็นมีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน อย่าผยองนะครับขอบอก การเมืองไม่แน่นอนอย่าคิดแต่ว่าลงเมื่อไรก็ชนะ ถ้าไม่อยากเสื่อมก็ควร ‘หยุด’ เพื่อพิจารณาตัวเองเสียก่อน ถ้าสำนึกก็ ‘หยุด’ ทำร้ายประเทศไทย และ ‘หยุด’ ทำร้ายคนไทยเสียที

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์
โฆษก กปปส.
กรรมการและเลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ

MThai News

สั่งจำคุกนักข่าวรุ่นเก๋า7 ปี ฐานแฉความลับรัฐบาล

ศาลกรุงปักกิ่ง ตัดสินจำคุกนักข่าวอาวุโส 7 ปี ข้อหาเปิดเผยข้อมูลลับของรัฐบาลต่อสื่อต่างชาติ

นักข่าว,ผู้สื่อข่าว,จีน,สั่งจำคุก,7ปี

วันนี้ (17 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว ศาลกรุงปักกิ่งในประเทศจีน ได้ตัดสินจำคุก ‘เกา หยู’ นักข่าวอาวุโส วัย 71 ปี เป็นเวลา 7 ปี ข้อหาเปิดเผยข้อมูลลับของรัฐบาลต่อต่างชาติ จากกรณีส่งเอกสารของพรรคคอมมิวนิสต์ เกี่ยวกับแผนการปราบปรามแนวคิดทางการเมืองแบบเสรีนิยมในประเทศ ที่อาจจะส่งผลให้อำนาจเกิดความสั่นคลอน ให้กับ เดอะ มิเรอร์ มีเดีย กรุ๊ป สำนักข่าวจีนที่มี ที่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม เกา หยู และครอบครัว รวมถึงทนายความ ยืนยันว่า ว่าจะเข้ายื่นอุทธรณ์ เพราะข้อหาไม่มีมูล เนื่องจากข้อมูลดังกล่าว ถูกเผยแพร่อยู่ทั่วไปในเว็บไซต์ของทางการจีนอยู่แล้ว และไม่ถือเป็นความลับแต่อย่างใด

ทั้งนี้ องค์การนิรโทษกรรมสากล ระบุว่า เกา หยู เป็นเหยื่อขิงการจำกัดสิทธิเสรีภาพ และกฏหมายที่หล่ะหลวมของรัฐบาลจีน ในการบังคับใช้กับนักเคลื่อนไหวเพื่อระงับเสรีภาพการแสดงออก

เกา หยูเป็นผู้สื่อข่าว ที่มีมีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักในประเทศจีน ทั้งยังเป็นผู้ที่อาจหาญ วิพากษ์วิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์ และยึดมั่นในอุดมการณ์เสรีนิยมอย่างเปิดเผย โลดแล่นในวงการฐานันดรที่ 4 มาเป็นเวลานานกว่า 35 ปี และครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ที่เธอต้องเผชิญกับการตัดสินโทษ ข้อหาละเมิดกฏหมาย

MThai News

ที่มา  theguardian