วอนน้ำใจ! ช่วยน้องใหม่ ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง

วอนน้ำใจชาวเน็ต! ช่วยน้องใหม่ ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง

บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพพร้อมข้อความขอความช่วยเหลือ เพื่อหวังว่าแชร์ดังกล่าวจะมีผู้ใจบุญยื่นมือเข้ามาช่วย โดยเป็นเรื่องราวของ ด.ญ.ขนิษฐ์ชญาน์ กุลธนบุญวัฒน์ หรือ น้องใหม่ อายุ2ขวบ4เดือน ซึ่งป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ตั้งแต่อายุ4เดือน น้องใหม่ต้องเจาะคอไม่สามารถหายใจเองได้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา

11167800_1446181245502541_1337891220222665885_n

ไม่มีแรงขยับแขนขาหรือยกแขนขาน้องใหม่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลยต้องให้อาหารทางสายยาง ซึ่งต้องมีคนดูแลตลอดเวลาตั้งแต่อายุ4เดือนจนถึงปัจจุบัน ในช่วงเวลากลางวันคุณยายจะดูแลน้อง ส่วนช่วงเย็นคุณแม่เลิกงานแล้วจะมาดูแลน้องใหม่แล้วจะตื่นตี4ออกจากรพ.ไปทำงานทุกวัน ปัจจุบันโรคที่น้องใหม่เป็นอยู่ยังไม่มีทางรักษา ซึ่งคุณหมอจะรักษาตามอาการ ทุกวันนี้ครอบครัวอยู่ด้วยความหวังขอเพียงปาฎิหารย์เท่านั้น

โดยขณะนี้น้องใหม่นอนรักษาตัวอยู่ที่รพ.ปทุมธานี อาคารจิตติเกษรตรงธรรม ชั้น3 เตียง13 และต้องการขอรับบริจาคสิ่งของดังนี้
– นมผงเอส26สูตร2
– สำลี กระดาษทิชชู่แพมเพิสxl/xxlแบบเทปกาวเพราะน้องใหม่นอนติดเตียงตลอดเวลาจะใช้แพมเพิสเกือบวันละ10ผืน

ทั้งนี้หากผู้ใจบุญท่านใดอยากช่วยเหลือสามารถโอนเงินเข้าที่ บัญชีช่วยเหลือคือ บัญชี น.ส.จิดาภา กุลธนบุญวัฒน์ ธนาคารกสิกรไทย ออมทรัพย์ เลขที่ 045-2-12581-3 หรือ ธนาคารกรุงเทพ ด.ญ.ขนิษฐ์ชญาน์ กุลธนบุญวัฒน์ ออมทรัพย์เลขที่ 017-7-09822-5 หรือติดต่อ น.ส.จิดาภา กุลธนบุญวัฒน์ บริษัท เมโทรฮอนด้าออโตโมบิล จำกัด 111 ถ.สายไหม แขวงสายไหม เขตสายไหม กทม.10220 โทรศัพท์ 0935146499

MThai News

ว่าที่เจ้าบ่าวซิ่งกระบะ ชนเสาไฟแฟนสาวดับคาที่

ว่าที่เจ้าบ่าวขับกระบะกลับจากเล่นสาดน้ำสงกรานต์ แหกโค้งชนเสาไฟฟ้า ว่าที่เจ้าสาวนั่งท้ายกระบะดับคาที่ เพื่อนบาดเจ็บอีก 3 ราย

วันนี้ (16 เม.ย.)เวลา 18.00 น. ตำรวจสภ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างข้างทางมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณถนนสามสายในฝั่งตะวันออก ม.4 ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์โรงพยาบาลสามโคกและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

14291968491429197023l

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิไทรทันสีแดง ทะเบียน ถฉ 4827 กทม. เสียหลักแหกโค้งชนติดอยู่กับเสาไฟฟ้าส่องสว่างข้างทาง ที่กระบะท้ายรถพบศพนางสาวสำเภา ฟักศรี อายุ 33 ปี สภาพศีรษะติดอยู่กับเสาไฟ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 รายเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำตัวส่งโรงพยาบาลสามโคกไปก่อนแล้ว ทราบชื่อ 1.นางสาวสุภามาส คลองแสง อายุ 32 ปี 2.นายพิเชษฐ์ อุไลพันธ์ อายุ 37 ปี และ 3.เด็กหญิงนิชิภา อายุ 9 ขวบ ทั้งหมดนั่งมาที่กระบะท้ายรถ ส่วนคนขับอาศัยช่วงชลมุลหลบหนีไปก่อนแล้ว

จากการสอบถามนางสาวสุภามาส คลองแสง หนึ่งในคนเจ็บระบุว่า ตนพร้อมเพื่อนทั้งหมดรวม 5 คนได้ไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่วัดป่างิ้วและไปเล่นต่อที่บ้านเพื่อน โดยมีนายบุญส่ง น้อยหร่าย อายุ 31 ปี เป็นคนขับและเป็นว่าที่เจ้าบ่าวกำลังจะแต่งงานกับผู้ตายเร็วๆนี้  ซึ่งหลังจากเลิกเล่นสาดน้ำกันแล้ว ทั้งหมดกำลังจะกลับบ้านพักที่เชียงรากน้อย ซึ่งเพื่อนรวม 4 คนตัวเปียกจึงนั่งกระบะท้าย เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งและรถวิ่งมาด้วยความเร็วจึงแหกโค้งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างข้างทางจนรถค้างอยู่บนเสาไฟ หลังเกิดเหตุนายบุญส่ง ว่าที่เจ้าบ่าว ตกใจได้หลบหนีไป

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำผู้เสียชีวิตส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ส่วนคนขับที่หนีไปนั้นจะได้ติดตามตัวมาสอบถามข้อเท็จจริงอีกครั้ง

1429196991_201504162046362-20050222192603

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

MThai News

ล่าแก๊งขุดศพตายโหง จากป่าช้า เชื่อทำคุณไสย

ชาวบ้านโนนสา อุดรธานี โร่แจ้งความศพตายโหงถูกขโมยศีรษะ หายไปจากป่าช้า คาดฝีมือพระอ้างตีหวยจากศพ เอาไปทำไสยศาสตร์ เชื่อทำเป็นขบวนการ

จากกรณีคนร้ายเข้าไปขโมยศพลักษณะ “ตายโหง” จากป่าช้าในพื้นที่บ้านโนนสา ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายนำไปประกอบพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (16 เม.ย.) ตำรวจสภ.ประจักษ์ศิลปาคม เดินทางไปยังป่าช้าสาธารณะ บ้านโนนสา ม.14 ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม เพื่อทำการตรวจสอบและทำการสืบสวน หลังจากที่นางบัวลี ชูเรียง อายุ 63 ปี และนางอนงค์ หีบแก้ว อายุ 65 ปี ชาวบ้านโนนสวา ได้เข้าแจ้งความว่า มีคนร้ายเข้ามาขโมยศพลูกสาวของนางบัวลี ที่เสียชีวิตพร้อมกับลูกที่อยู่ในท้องอายุประมาณ 5 เดือน และศพลูกชายของนางอนงค์ ที่ถูกทำร้ายเสียชีวิต ซึ่งศพทั้ง 2 ฝังอยู่ที่ป่าช้าดังกล่าว

1429184249_201504161756212-20041020130510

นางอนงค์ เปิดเผยว่าเมื่อเช้าวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งผู้ใหญ่บ้านว่ามีชาวบ้านที่เดินเข้าไปหาของป่าในบริเวณป่าช้าดังกล่าว พบหลุมฝังศพของลูกชาย ถูกคนร้ายขโมยขุด กระจุย กระจาย นอกจากนั้นยังพบว่า ที่หลุมศพโบกซีเมนต์ซึ่งเป็นที่เก็บศพของลูกสาวของนางบัวลี ที่ฝังอยู่ใกล้กัน ก็ถูกคนร้ายใช้ของแข็งทุบที่เบ้าเป็นรู แล้วคนร้ายได้เอาศีรษะไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้ง 2 นั้น ได้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านโนนสา และหมู่บ้านใกล้เคียงเป็นอย่างมาก เนื่องจากป่าช้าที่สาธารณะประโยชน์แห่งนี้ ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งเชื่อว่าคนที่มาขโมยเอาศพไปครั้งนี้ ไม่น่าที่จะนำเอาไปทำในทางที่ดี น่าที่จะเอาไปทำสิ่งเลวร้าย

ด้านตำรวจระบุว่า จากการสอบพยานชาวบ้านหลายปาก พอที่จะได้แนวทางทางว่า เมื่อประมาณหลายเดือนที่ผ่านมาได้มีพระภิกษุอายุประมาณ 60-65 ปี รูปหนึ่งอ้างว่ามาจากบุรีรัมย์ เข้ามาหลอกชาวบ้านที่ชอบเล่นหวย ให้พาไปหาศพที่ตายโหงใหม่ๆ แล้วพาพระภิกษุรูปดังกล่าว ทำการขูดเอาตัวเลขหรือหวย จากนั้นก็ได้ย้อนกลับมาขโมยศพไป พร้อมกับพระภิกษุรูปดังกล่าว ก็หายไปด้วย

นอกจากนี้เมื่อเดือนที่ผ่านมา ศพเด็กชาย 2 ศพซึ่งเป็นพี่น้องกัน อายุ 8 ขวบ และอายุ 9 ขวบ จมน้ำตาย นำมาฝังก็ถูกขโมยศีรษะที่ป่าช้าบ้านเชียงแหว ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ซึ่งคาดว่าจะเป็นพระภิกษุ รายนี้เช่นเดียวกัน ที่ไปก่อเหตุขโมยศีรษะเด็กทั้งสองศพการกระทำเช่นนี้ คาดว่าจะไปทำไสยศาสตร์ เครื่องรางของขลัง หรือพวกคุณไสย ซึ่งคาดว่าจะทำเป็นขบวนการเพราะดูแล้วไม่ใช่ว่ามีแต่พระภิกษุรูปเดียวดังกล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

MThai News