7 วันอันตราย สงกรานต์ สุรินทร์ตาย8เจ็บ 65

7 วันอันตราย สงกรานต์ สุรินทร์ ผ่านไป 4 วัน เกิดเหตุ 63 ครั้ง ตาย 8 บาดเจ็บ 65 ทะลุเป้าจากปีก่อน

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า มาตรการช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลสงกรานต์ ปี 2558 รัฐบาลให้ทุกจังหวัดแข่งกับตัวเอง โดยเอาสถิติช่วงเทศกาลของปีที่ผ่านมา สุรินทร์ เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 49 คน

ปีนี้ได้เพิ่มจุดตรวจหลัก จากเดิม 34 จุด เป็น 39 จุด เพิ่มจุดตรวจบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 ถนนโชคชัย-เดชอุดม เข้มตรวจเมาแล้วขับ

611734-01

หากพบจับดำเนินคดีทันที นำกำลังสุนัขตำรวจจาก ตชด.21 ร่วมตรวจค้นหาสารเสพติด และวัตถุระเบิดตามสถานีขนส่ง และสถานที่สำคัญ ตลอดช่วงเทศกานต์สงกานต์ สรุปยอดสะสม 4 วัน ระหว่างวันที่ 9-12 เมษายน2558 จ.สุรินทร์ เกิดอุบัติเหตุ 63 ครั้ง บาดเจ็บ 65 คน ตาย 8 คน เป็นชาย 8 คน

แยกเป็นอำเภอเมืองสุรินทร์ 1 คน ท่าตูม 2 คน จอมพระ 1 คน กาบเชิง 1 คน สังขะ 1 คน ปราสาท 1 คน โดยเฉพาะวันที่ 12 เมษายน 2558 เกิดอุบัติเหตุ 22 ครั้ง บาดเจ็บ 19 คน ตายมากถึง 5 คน เป็นชาย 5 คน พื้นที่ อำเภอท่าตูม 2 คน จอมพระ 1 คน สำโรงทาบ 1 คน กาบเชิง 1 คน

ดื่มเหล้าฉลองสงกรานต์กลางวัน อาจช็อกตาย

เตือนให้ระวัง ดื่มเหล้าฉลองสงกรานต์ช่วงกลางวัน อาจจะช็อกเสียชีวิตได้ เนื่องจากอากาศร้อนอบอ้าว

วันนี้ (12 เม.ย.2558) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่า สภาพอากาศในประเทศร้อนอบอ้าวมาก โดยเฉพาะในช่วงกลางวันบางพื้นที่อุณหภูมิสูงถึง 40 องศา เกินอุณหภูมิปกติของร่างกาย ทั้งนี้อากาศที่ร้อนจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น หากดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงกลางวันหรือช่วงอุณหภูมิสูง อาจมีความเสี่ยงเกิดอาการช็อกได้

156799-2

เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้หลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังขยายตัว จนความร้อนในร่างกายสูงขึ้น ต้องระบายความร้อนออก  โดยปรับเปลี่ยนอัตราและการหมุนเวียนของโลหิต เพื่อปรับระดับอุณหภูมิให้ปกติ ทำให้เกิดอาการหอบ ใจสั่น เหงื่อออก ปัสสาวะบ่อย อาจส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว

ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงอากาศร้อน เพื่อลดความเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ มีความเสี่ยงมากขึ้น  ในสภาวะที่อากาศร้อนอบอ้าวจะทำให้แอลกอฮอล์ถูกดูดซึมผ่านเข้าสู่กระแสโลหิตได้เร็ว  อาจเกิดปัญหาเส้นเลือดแตกได้

MThai News

ม.44 จี้ รุกป่า-ล่าบึ้ม ป่วนสงกรานต์เดือด!!

ก่อนเข้าเทศกาลสงกรานต์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กร้าวเสียงแข็ง จ่อคิวบู๊เล่นงานกลุ่มกระทำผิดกฏหมายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่อง รุกเขารุกป่า ไม่เว้นแต่เหล่าข้าราชการ ที่เข้าเกียร์ว่าง งานการล่าช้า และที่สำคัญ ส่อทุจริต ขณะที่ 100 รายชื่อข้าราชการเอี่ยวโกง ล่าสุดส่งถึงมือ “บิ๊กตู่”แล้ว รอพิจารณาบทลงโทษ

และ “หัวใจ” การขับเคลื่อนเรื่องทั้งหมดนี้ คือ ม.44 หรือ มาตรา 44 ที่จะถูกนำใช้เป็น “ดาบ” ฟาดฟันปัญหา เพื่อให้ได้ผลงานรวดเร็ว และ มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

เรียกได้ว่า…เดือด รับปีใหม่ไทย !

แต่…คำกร้าวนี้ ควันยังไม่ทันจาง ควันอื่นกลับปะทุระอุแทนที่ หลัง 2 วันก่อน (11เม.ย.58) เกิดเหตุเพลิงไหม้สหกรณ์โค-ออป และเหตุคาร์บอมชั้นใต้ดินห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย จ.สุราษฏ์ธานี เขย่าขวัญรับมหาสงกรานต์ ส่งผลกระทบต่อคนในพื้นที่และเศรษฐกิจท่องเที่ยว

ม.44, รุกที่ป่าสงวน, สนามแข่งโบนันซ่า, เขาใหญ่, ห้ามบิน, คาร์บอมสมุย, วันสงกรานต์

ส่วนผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถจับตัวผู้ต้องสงสัย เจ้าของโพสต์ข้อความเฟสบุ๊ค “คืนนี้จัดหนักที่สุราษฎร์” ได้ทันควันที่ย่านนนทบุรี พบ เป็นแนวร่วม นปช.

ม.44 ได้ออกโรงเต็มใบ หลังใช้ปฏิบัติภารกิจ ปิดทีวีคนเสื้อแดง 7 วัน คราวนี้ ทำหน้าที่ “ล้วงตับ” พบเบาะแส นำพาผลจับกุม รวดเร็วฉับไวได้ผลเกินคาดหมาย ตามสโลแกน “ม.44 มีไว้ใช้กับผู้กระทำผิด ไม่ล่วงละเมิดสิทธิใคร? “

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ทหาร – ตร. ต่างยังน้ำท่วมปาก ชี้แจงถึงความชัดเจนในเหตุนี้ไม่ได้ บ้างอ้างเชื่อมโยง 3 จังหวัดชายแดนใต้ อ้างป่วนคะนองเมือง และอ้างเชื่อมโยงการเมือง โดยเหตุนี้ พบ มีลักษณะคล้ายระเบิดย่านบางบัวบอง นนทบุรี

และอีกหลายฝ่าย ต่างกังวลถึง 2 เหตุที่เกิดขึ้นพร้อมกันว่า อาจเป็นผลพวงจาก แผนป่วน 100 จุด ตามคำให้การของผู้ต้องหา คดีปาระเบิดศาลอาญาก่อนหน้านี้ ก็เป็นได้

ถือเป็น ระเบิดท้าท้ายอำนาจ มาตรา 44 !!!

รัฐบาล จึงควรเร่งทำงานเชิงรุกสกัดกั้นเหตุจำพวกนี้ให้ได้ โดยเฉพาะห้วงเวลาท่องเที่ยวใหญ่เทศกาลสงกรานต์นี้ ถือเป็นผลงาน โบว์แดง ที่จะป้องกัน ประวัติศาสตร์ซ้่ำรอย ซึ่งหวั่น อาจกระจายรอยซ้ำในพื้นที่อื่นๆ

หากยับยั้งไม่ได้ งานนี้ มีหวังคะแนนความนิยมรัฐบาล อาจตกอันดับฮวบใหญ่ ไหนจะพิษปัญหาเศรษฐกิจ พิษการบินระหว่างประเทศ พิษขบวนการใต้ดินเคลื่อนไหวการเมือง และพิษปัญหารุกที่ดินมาอย่างยาวนาน

และที่สำคัญ หลังหยุดยาวนี้ ปัญหามาแรงแซงทุกทาง คือ เรื่องรุกที่ดินป่าสงวนเขาใหญ่โดยเฉพาะที่ดินของนายสงกรานต์ เตชะณรงค์ ที่จัดทำสนามแข่งรถ จนถูกร้องเรียนใหญ่โต และ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ก็ถูกเอี่ยวมีที่ดินรุกล้ำ รวมถึง แกนนำรุ่นใหม่ กปปส. ที่โดนหางเร่ไปด้วย โดยการเสนอชื่อจาก “เฮียชู” ถึงขั้น ติงรัฐ ใช้ ม.44 ต้องไม่ 2 มาตรฐาน จัดการให้ถ้วนหน้า

ม.44, รุกที่ป่าสงวน, สนามแข่งโบนันซ่า, เขาใหญ่, ห้ามบิน, คาร์บอมสมุย, วันสงกรานต์

เรื่องนี้..จัดการไม่ง่าย เพราะสะสมมายาวนาน มีผู้มีอิทธิพล มีชื่อเสียงพัวพันอยู่มาก และยังไม่นับรวมรุกที่ดินในจังหวัดอื่นๆ จึงเรื่องประชาชนต่างเฝ้าจับตาเป็นมันส์ ว่าจะมีจุดจบอย่างไร ?

นอกจากนี้ ม.44 ยังนำมาใช้ล้างไส้กรมการบินพลเรือน ให้แล้วเสร็จใน1 เดือน และแก้ปัญหามาตรฐานการบินระหว่างประเทศให้ได้ หลังสร้างวีรกรรม ให้ไทยส่อถูกห้ามบินในหลายประเทศ

เห็นได้ชัด เรื่องใดยาก ม.44 จำเป็นต้องมีบท ใช้เฉพาะเรื่อง เท่าที่จำเป็น ป้องกันครหา “บ้าอำนาจ”

มหาสงกรานต์ปีนี้…นับเป็นมหาสงครามสารพัดปัญหา (รอบหลัง) ที่รอการสะสาง ช่างใหญ่หลวงนัก สำหรับ “บิ๊กตู่” ผู้ถือ “ดาบ ม.44″ กวัดแกว่งไล่ฟันปัญหาให้จบสิ้น ก่อนการเลือกตั้งปีหน้า แม้จะมีคำทายทักอาจได้อยู่ยาว 3 ปี

แต่ นาทีนี้ ประชาชนเพียงขอพรปีใหม่ไทย แค่ในคำสัญญาที่ให้ไว้ ในบทเพลงคืนความสุข

ท่อนที่ว่า “เราจะตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงาม จะคืนกลับมา”

แล้วเมื่อใด…ถึง…จะกลับคืนมาเสียที ???

แกล้วนลิน

MThai News