การบินไทยแจงเพิ่ม ปมยกเลิกตั๋วFirst Class

การบินไทยชี้แจงเพิ่มเติมกรณีกระแสวิจารณ์ยกเลิก First Class ของเด็ก 2 ขวบ เอาไปประเคนให้ VIP นามสกุลดัง เตรียมหารือตัวแทนการขายบัตรโดยสาร กันเกิดเหตุซ้ำ

จากกรณีที่มีกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ถึงกรณี การบินไทยยกเลิกตั๋ว First Class ของเด็ก 2 ขวบ เอาไปประเคนให้ VIP นามสกุลดังนั้น ล่าสุดบริษัท การบินไทย จำกัด ( มหาชน ) ได้ออกชี้แจงกรณีดังกล่าวเพิ่มเติม โดยระบุว่า

tg78(1)

บริษัท การบินไทย จำกัด ( มหาชน ) ขอเรียนให้ทราบว่า บริษัทฯ ได้ชี้แจงและทำความเข้าใจกับผู้โดยสารถึงกระบวนการสำรองที่นั่งและการออกบัตรโดยสารซึ่งผู้โดยสารได้เข้าใจเป็นอย่างดี และบริษัทฯ ต้องขอขอบคุณผู้โดยสารเป็นอย่างยิ่ง บริษัทฯ ขอยืนยันว่า มิได้มีการนำที่นั่งของผู้โดยสารไปให้กับผู้โดยสารท่านอื่น โดยขอชี้แจงเพิ่มเติมในรายละเอียดข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ทราบอีกครั้ง ดังนี้

1. เที่ยวบิน TG 676 วันที่ 11 เมษายน 2558 ทำการบินด้วยเครื่องบินแบบ A380 ซึ่งมีชั้นหนึ่งจำนวน 12 ที่นั่ง ชั้นธุรกิจจำนวน 60 ที่นั่ง และชั้นประหยัดจำนวน 435 ที่นั่ง

2. คณะผู้ร่วมเดินทางกับผู้โดยสารท่านนี้มีทั้งสิ้น 4 ท่าน ได้แก่ ผู้ใหญ่จำนวน 3 คน และเด็ก 2 ขวบ 2 เดือน จำนวน 1 คน

3. ณ วันที่คณะผู้โดยสารเริ่มทำการสำรองที่นั่ง ในวันที่ 7 มีนาคม 2558 ที่นั่งในชั้นหนึ่งเหลืออยู่ จำนวน 3 ที่นั่ง จาก 12 ที่นั่ง ซึ่งผู้โดยสารชั้นหนึ่งของเที่ยวบินดังกล่าวอีกจำนวน 9 คน ได้ดำเนินการจ่ายเงินและออกบัตรโดยสารไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558

4. คณะของผู้โดยสารจำนวน 4 คน ได้ทำการสำรองที่นั่งแยกกัน (มีรหัสสำรองที่นั่ง /Booking Number ต่างกัน) ดังรายละเอียดต่อไปนี้

-วันที่ 23 มกราคม 2558 ตัวแทนจำหน่ายสำรองที่นั่ง เที่ยวบิน TG676/11 April กรุงเทพฯ-นาริตะและ TG677/15 April นาริตะ-กรุงเทพฯ ในชั้นหนึ่ง (First Class) สามารถยืนยันที่นั่งได้ทั้งไปและกลับ สำหรับผู้โดยสาร 2 ท่าน คือผู้โดยสาร (ผู้โดยสารลำดับที่ 1) และเด็ก 2 ขวบ (ผู้โดยสารลำดับที่ 2)โดยระบบมีกำหนดออกบัตรโดยสารภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 แต่ไม่ได้มีการออกบัตรโดยสารตามเวลาที่กำหนด ทำให้ที่นั่งถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ

-วันที่ 7 มีนาคม 2558 ตัวแทนจำหน่ายสำรองที่นั่ง เที่ยวบิน TG676/11 April กรุงเทพฯ-นาริตะและ TG641/16 April นาริตะ-กรุงเทพฯ ในชั้นหนึ่ง (First Class) สำหรับผู้โดยสาร 2 ท่าน คือผู้โดยสาร (ผู้โดยสารลำดับที่ 1) และเด็ก 2 ขวบ (ผู้โดยสารลำดับที่ 2) โดยในระบบการสำรองที่นั่งไม่ได้ระบุว่าเป็น CHILD หรือ INFANT

-วันที่ 8 มีนาคม 2558 ตัวแทนจำหน่ายดำเนินการสำรองที่นั่ง ชั้นธุรกิจ เที่ยวบิน TG640/11 April เส้นทางกรุงเทพฯ-นาริตะ และเดินทางกลับเที่ยวบิน TG673/16 April เส้นทาง โอซากา-กรุงเทพฯ ให้กับเด็ก 2 ขวบโดยที่นั่งได้รับการยืนยันทั้งไปและกลับ (กรณีนี้ถือว่าเป็นการสำรองที่นั่งซ้ำซ้อนสำหรับผู้โดยสารชื่อเดียวกันที่ทำการสำรองที่นั่งในวันที่ 7 มีนาคม 2558 ทำให้ระบบตรวจสอบและดำเนินการยกเลิกการสำรองที่นั่งที่ทำการ Booking ครั้งแรกในวันที่ 7 มีนาคม 2558 และยังคงยืนยันที่นั่งชั้นธุรกิจที่จองไว้ในครั้งที่ 2 ในวันที่ 8 มีนาคม 2558)

-วันเดียวกัน 8 มีนาคม 2558 ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารได้มีการทำสำรองที่นั่ง ชั้นหนึ่ง ให้กับผู้โดยสารอีก 1 ท่าน (ผู้โดยสารลำดับที่ 3) โดยที่นั่งได้รับการยืนยันทันที

-วันที่ 9 มีนาคม 2558 ระบบได้ทำการยกเลิกการสำรองที่นั่ง ชั้นหนึ่ง ของเด็ก 2 ขวบ เนื่องจาก Booking ซ้ำซ้อน ทำให้ที่นั่งในชั้นหนึ่งวาง 1 ที่นั่งจากการถูกระบบยกเลิก

-วันที่ 9 มีนาคม 2558 ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารได้มีการทำสำรองที่นั่ง ชั้นหนึ่งให้กับผู้โดยสารอีก 1 ท่าน (ผู้โดยสารลำดับที่ 4) โดยที่นั่งได้รับการยืนยันทันที

-วันที่ 10 มีนาคม 2558 ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารได้ทำการยกเลิกการสำรองที่นั่งในชั้นธุรกิจของผู้โดยสารเด็ก 2 ขวบ ส่งผลให้ผู้โดยสารรายนี้ไม่มีชื่อในระบบสำรองที่นั่งในทุกชั้นบริการกับการบินไทย

-วันที่ 16 มีนาคม 2558 ตัวแทนจำหน่ายทำสำรองที่นั่งให้กับผู้โดยสารเด็ก 2 ขวบ ในชั้นหนึ่ง สำหรับเที่ยวบิน TG676/11 April เส้นทางกรุงเทพฯ-นาริตะ และ TG677/15 April นาริตะ-กรุงเทพฯ รวมทั้ง TG641/16 April นาริตะ-กรุงเทพฯ ด้วย แต่ทั้งสองเที่ยวบินขาไปและขากลับ ยังเป็น Waitlist

-วันที่ 20 มีนาคม 2558 ระบบทำการยืนยันเที่ยวบินขากลับเที่ยวบิน TG641/16 April นาริตะ-กรุงเทพฯ ในชั้นหนึ่งเท่านั้น โดยเที่ยวบินขาไป ชั้นหนึ่ง ยังไม่ได้รับการยืนยัน

-วันที่ 2 เมษายน 2558 ตัวแทนจำหน่ายได้ทำการสำรองที่นั่งชั้นประหยัดเพิ่มเติมในเที่ยวบินขาไป TG 676/11April และระบบสามารถยืนยันที่นั่งในชั้นประหยัดได้ใน เวลา 15.52 น. ต่อมาตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารได้ทำการออกบัตรโดยสารให้ผู้โดยสาร ในวันที่ 3 เมษายน 2558 ตามชั้นบริการที่ได้รับการยืนยันที่นั่ง คือ ขาไป ชั้นประหยัด และขากลับ ชั้นหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้โดยสารเป็นอย่างยิ่งที่เข้าใจถึงเหตุการณ์ ตามที่บริษัทฯ ได้ชี้แจงให้ทราบ และบริษัทฯ จะดำเนินการหารือกับตัวแทนการขายบัตรโดยสาร เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับผู้โดยสารท่านอื่นอีกต่อไป

ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Thai Airways

MThai News

แอมเนสตี้โพสต์FB ไทยล้าหลัง เพราะยังมีโทษประหารชีวิต

แอมเนสตี้โพสต์FB ไทยล้าหลัง เพราะยังมีโทษประหารชีวิต

แฟนเพจ Amnesty International Thailand ได้โพสต์ข้อความเปิดเผย รายงานสถานการณ์โทษประหารชีวิตประจำปี 2557 ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่ามีการประหารชีวิตใน 22 ประเทศ เท่ากับจำนวนประเทศในปีก่อนหน้านี้ ถือว่าลดลงอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับ 20 ปีก่อนในปี 2538 ซึ่งในขณะนั้นแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลบันทึกข้อมูลการประหารชีวิตที่เกิดขึ้นได้ 42 ประเทศ ชี้ให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนในระดับโลกของรัฐต่างๆ ที่ออกห่างจากโทษประหารชีวิต

1412056895-2132-o

ซาลิล เช็ตติ (Salil Shetty) เลขาธิการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่าว่า ตัวเลขเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า โทษประหารชีวิตกำลังกลายเป็นอดีต มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ยังคงประหารชีวิตบุคคล ซึ่งพวกเขาต้องส่องกระจกทบทวนอย่างจริงจัง และถามตัวเองว่ายังคงต้องการจะละเมิดสิทธิการมีชีวิตรอดต่อไปหรือไม่ หรือจะเข้าร่วมกับประเทศส่วนใหญ่ในโลกที่ละทิ้งการลงโทษที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรมมากสุดเช่นนี้

ไทยถือเป็นประเทศส่วนน้อยที่ยังใช้และมีโทษประหารชีวิตอยู่ ปัจจุบัน 140 ประเทศทั่วโลกยกเลิกโทษประหารชีวิตในทางกฎหมายและในทางปฏิบัติแล้ว (ไม่มีการประหารชีวิต 10 ปีติดต่อกันถือว่ายกเลิกโทษประหารชีวิตในทางปฏิบัติ)

MThai News

แรงงานประมง68คนในอินโดฯ ถึงไทยแล้ว ญาติรอรับแน่นสนามบินดอนเมือง

แรงงานประมงไทย 68 คน เดินทางจากเกาะอัมบน อินโดนีเซีย ถึงประเทศไทยแล้ว ญาติรอรับแน่นสนามบินดอนเมือง ขณะยังเหลือแรงงานตกค้างอีกกว่า 800 คน

วันนี้(9 เม.ย.) ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายกองทัพอากาศจัดเตรียมเครื่องบินลำเลียง C130 เดินทางไปรับแรงงานไทยและเจ้าหน้าที่ทางการไทยที่เกาะอัมบน ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งได้ถึงเกาะอัมบนช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ (8 เม.ย.) และได้นำแรงงานไทยกว่า 68 คน ออกจากเกาะอัมบนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

68 แรงงานประมงในอินโดฯ ถึงไทยแล้ว

68 แรงงานประมงในอินโดฯ ถึงไทยแล้ว

ล่าสุด เครื่องบินลำเลียง C130 ได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานดอนเมืองแล้ว ซึ่งได้ดำเนินการตรวจคนเข้าเมือง และจะต้องเดินทางไปยัง ศูนย์ช่วยเหลือแรงงานไทยของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่บริเวณคลอง 5 จังหวัดปทุมธานี เพื่อช่วยเหลือส่งกลับภูมิลำเนาต่อไป

ขณะที่ ญาติของแรงงานทั้ง 68 ครอบครัว ต่างมารอกันที่ท่าอากาศยานดอนเมืองด้วยความหวัง หลังจากที่ไม่ได้พบหน้าแรงงานที่ตกเรือในอินโดนีเซียมาเป็นเวลาหลายปี

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ยังเหลือแรงงานไทยอีกกว่า 800 คนยังติดค้างกับเรือกว่า 120 ลำที่เกาะอัมบน เบนจินา รวมทั้งคนตกเรือที่เกาะตวลอีกกว่า 70 คน ซึ่งภารกิจการช่วยเหลือแรงงานยังไม่จบเพียงเท่านี้ จะต้องมีการดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก VOICETV

MThai News