‘ป๋าเปรม’ แน ะเร่งสร้างความเป็นธรรม 3จว.ใต้

พล.อ.เปรม ย้ำ ไทยไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น ลดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เร่งสร้างความเป็นธรรมเป็นไทยในชายแดนใต้

วันที่ 9 เม.ย.58 พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานเปิดโครงการ “สานใจไทยสู่ใจใต้” รุ่นที่ 23 ที่ สโมสรทหารบก เทเวศร์ โดยมีผู้เข้าร่วม 5,000 คน โดยมีเยาวชนที่เข้าร่วมทำแบบสอบถามความรู้สึกในหัวข้อ ปัญหาที่เด็กอยากแก้ และความดีที่อยากทำ

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, งานสานใจไทยสู่ใจใต้, 3 จังหวัดชายแดนใต้, 3 จว.ใต้

ซึ่งจากรายงาน ส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ความไม่สงบให้ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่ต้องการให้มีการแบ่งแยกชนชั้น เพราะไทยไม่มีการแบ่งแยก เพื่อลดความแตกแยก คนในชุมชนต้องมีเอื้ออาทรต่อกัน

ขณะที่ พล.อ.เปรมกล่าวให้โอวาทว่า การแก้ไขความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ในเรื่องของความเป็นไทย ความจงรักภักดีต่อสถาบัน และความเป็นธรรม ให้กับคนในพื้นที่ เป็นสิ่งที่เร่งแก้ไขโดยด่วน เพื่อลดปัญหา ส่วนความขัดแย้งด้านศาสนานั้น เป็นเรื่องอดีตไปแล้ว เพราะปัจจุบันความขัดแย้งเกิดจากสาเหตุอื่น

ขอบคุณภาพ bangkokbiznews

MThai News

เผย ผช.นักบิน วางยาขับปัสสาวะกัปตัน ก่อนนำเครื่องโหม่งโลก

สื่อนอกกระพือข่าว ผู้ช่วยนักบินเที่ยวบินมรณะ เยอรมันวิงส์ วางยาขับปัสสาวะกัปตัน เปิดทางบังคับเครื่องโหม่งโลก

วานนี้ (8 เม.ย.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ รายงานกระแสการกระพือข่าวของนายอันเดรียส ลูบิตซ์ วัย 27 ปี ผู้ช่วยนักบินของเที่ยวบินมรณะ จากสายการบิน เยอรมันวิงส์ ที่พุ่งโหม่งเทือกเขาแอลป์เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 150 ราย ซึ่งกระแสดังกล่าวข่าวระบุว่า นายลูบิตซ์แอบวางยาขับปัสสาวะในกาแฟของนายแพทริก ซอนเดนไฮม์เมอร์ วัย 36 ปี กัปตันของเที่ยวบิน เพื่อให้เขาออกจากห้องนักบิน เพื่อไปเข้าห้องน้ำ และทำการล็อกห้องนักบิน เพื่อให้ทางสะดวก สามารถก่อเหตุได้ง่ายขึ้น

เยอรมันวิงส์,ผู้ช่วยนักบิน,วางยาขับปัสสาวะ,เครื่องบินตก,ผู้ช่วยนักบินฆ่าตัวตาย

รายงาน ระบุว่า นายลูบิตซ์ได้ลอบใช้ยาขับปัสสาวะ ใส่ลงไปในเครื่องดื่มกาแฟของนายแพทริก เพื่อให้เขาเดินไปเข้าห้องน้ำบนเครื่องบิน ซึ่งอยู่นอกห้องนักบิน ก่อนจงใจบังคับเครื่องให้พุ่งชนเทือกเขาแอลป์ จนเครื่องแหลก และขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

โดยทางอัยการได้ปฏิเสธที่จะออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้ โดยคาดว่า จะมีการเผยถึงข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของนายลูบิตซ์ภายในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้จากหลักฐานประวัติการสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของนายลูบิตซ์ เผยให้เห็นว่า เขาพยายามค้นหาวิธีการฆ่าตัวตายก่อนลงมือเพียง 24 ชั่วโมง ทั้งยังสืบทราบว่า เขาเคยตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า รวมถึงปัญหารุมเร้าเรื่องความรัก ซึ่งถูกนำมาประกอบกับชนวนเหตุของโศกนาฏกกรมที่เกิดขึ้น

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อสังคมออนไลน์ได้ออกมาเผยแพร่ภาพของนายนายแพทริก ซอนเดนไฮม์เมอร์ กัปตันของเที่ยวบิน ที่เชื่อว่า พยายามพังห้องนักบินเพื่อเข้าไปควบคุมสถานการณ์เลวร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นในขณะนั้น จากหลักฐาน การถอดเทปเสียงที่ถูกบันทึกในห้องนักบิน ก่อเครื่องดิ่งลง ที่แสดงให้เห็นว่าเขาพยายามเคาะประตูอย่างรุนแรงเพื่อเข้าไปควบคุมสถานการณ์ โดยการกระทำดังกล่าวแสดงออกถึงความพยายามที่จะรักษาชีวิตของคนบนเครื่องเอาไว้

MThai News
ที่มา express

จับตา! โคโยตี้สงกรานต์ อย่าถึงขั้นเลยเถิด

หนึ่งปีมีหน วันสงกรานต์วนมาถึงอีกครั้ง เหล่าคนไทยต่างถือโอกาสนี้ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เข้าวัดเข้าวาทำบุญ เพื่อเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในปีใหม่ไทย วัฒนธรรมอันสวยงามที่คนไทยหวงแหน สืบทอดมาตั้งแต่โบราณ และยังเป็นโอกาสดีที่จะพบปะสังสรรค์ กลับมาเจอเพื่อนฝูง

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

แต่นานวัน ยุคสมัยเปลี่ยน เทศกาลสงกรานต์เริ่มผิดเพี้ยนไปจากเดิม จากการรดน้ำกลายเป็นสาดน้ำ ความรุนแรงเพิ่มขึ้น ความสนุกสนานเพิ่มขึ้น ภาพที่เห็นกลายเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่เต้นสนุกสนานราวกับในผับบาร์ โดยเฉพาะบรรดาสาวๆ ที่แต่งกายรัดติ้ว โชว์เต้นโคโยตี้ท่ามกลางสายตาบรรดาเสือสิงห์ทั้งหลาย ไม่อายผีสางเทวดา

แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคงไม่เพียงพอในการกวดขันดูแล หากมีกรณีแก้ผ้า โชว์โป๊ โชว์เป้า ในหลายๆปีที่ผ่านมา มีกรณีอุทาหรณ์ให้เห็น หนุ่มสาวอารมณ์คึกด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ใจกล้า แก้ผ้าโชว์ของสงวน บรรดาเหล่าผองเพื่อนกองเชียร์ต่างสงเสียงเกรียวกราว แม้ว่าจะไม่มีใครมาจับกุม แต่คลิปที่เผยแพร่ออกไปสู่สาธารณชน กลับเป็นหลักฐานย้อนกลับมาเอาผิดได้

แม้จะมีการตักเตือนจากกระทรวงวัฒนธรรม ไม่ให้นุ่งน้อยห่มน้อยเล่นสงกรานต์ แต่คนส่วนใหญ่กลับชอบที่จะดู ภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้นถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ถึงความไม่เหมาะสม ขัดกับวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ภาพพจน์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่เกิดกับตัวบุคคล แต่สะท้อนถึงเทศกาลความเป็นไทยที่กำลังหายไป พร้อมกับการแทนที่ของเทศกาลฉาว

เกิดการตั้งคำถามว่า จะมีบทลงโทษอย่างไร เมื่อมีกรณีเลยเถิด แก้ผ้าโชว์ เพื่อป้องกันมิให้ประเพณีอันดีงาม ต้องกลายเป็นประเพณีเสื่อมในสายตาชาวโลก

ตามกฎหมายแล้ว ผู้ที่แก้ผ้าเต้น จะถูกตั้งข้อหา กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท ส่วนผู้สนับสนุนรับโทษไม่เกิน 2 ใน 3 การกระทำลักษณะนี้เป็นเพียงความผิดลหุโทษและเป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคล

มาถึงปีนี้ สงกรานต์ 2558 อย่าลืมข้อห้าม ที่จะมีการควบคุมกันอย่างจริงจัง อันได้แก่

1.ต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย

2.ห้ามจำหน่ายและห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณที่มีการจัดกิจกรรมงานสงกรานต์

3.ห้ามเล่นน้ำที่มีสิ่งเจือปน แป้ง น้ำแข็ง และโฟม

4.ห้ามใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง

5.ห้ามขับรถกระบะบรรทุกน้ำในการเล่นน้ำสงกรานต์ไปในที่ชุมชนหรือบริเวณจัดงาน

6.รณรงค์ไม่ให้มีการแสดงหรือการเต้นที่ไม่เหมาะสม

7.ขอให้จัดกิจกรรมที่สอดคล้องและส่งเสริมประเพณีไทย

8.กำหนดเวลาการเล่นน้ำที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการเกิดอาชญากรรมในยามวิกาล

มาตรการข้างต้นนี้ หากปฏิบัติตามกันอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยลดปัญหาต่างๆ ทั้ง อุบัติเหตุ อาชญากรรม อนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีงาม เพราะหากไม่มีการควบคุม ก็เป็นที่น่าเสียดาย ที่ประเพณีอันดีงามกำลังจะเลือนหายไป สิ่งที่ปรากฏต่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และสื่อมวลชนจากต่างประเทศ จะสะท้อนภาพของความเสื่อมทราม ความรุนแรงของคนไทย

เพชรพิริยะ

MThai News

ขอบคุณภาพจากสมาชิกยูทูป piyanut upathum