สาวหัวใส! เรียนจัดฟันจากเน็ตเปิดคลินิกเถื่อน

เจ้าหน้าที่บุกค้นคลินิกจัดฟันเถื่อนกลางเมืองกาฬสินธุ์ ยึดอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐานกว่า 100 รายการ สารภาพเรียนรู้วิธีจากอินเตอร์เน็ต รายได้หลายพันบาทต่อวัน

วันนี้ (8เม.ย.) เจ้าหน้าที่สาธารณสุข คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ร่วมกันจับกุมนางสาวอัยนา พาทอง และนางสาวศศิมา ลาดเลา หลังลักลอบเปิดคลินิกจัดฟันโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมด้วยของกลางอุปกรณ์การจัดฟันที่ไม่ได้มาตรฐานกว่า 100 รายการ

บุกทลายคลินิกจัดฟันเถื่อน

บุกทลายคลินิกจัดฟันเถื่อนกลางเมืองกาฬสินธุ์

ภายหลังสืบทราบว่า บริเวณตึกแถว เลขที่ 40/4 ถนนสุจินดา ต.กาฬสินธุ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ มีการเปิดเป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้าบังหน้า ส่วนข้างในลักลอบเปิดคลินิกรับจัดทำฟัน โดยขณะเจ้าหน้าที่บุกเข้าตรวจค้นพบนางสาวอัยนา กำลังจัดฟันให้กับลูกค้า จึงควบคุมตัวมาสอบสวน

จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น ภายในห้องเช่าเลขที่ 6/12 ถนนกุดยางสามัคคี ซึ่งลักลอบเปิดเป็นคลินิกรับจัดฟัน พบนางสาวศศิมา กำลังจัดฟันให้กับลูกค้าอีกเช่นกัน

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน รับสารภาพว่า รับจัดฟันให้กับวัยรุ่น โดยจะศึกษาวิธีการจัดฟันรูปแบบต่างๆ จากอินเตอร์เน็ต ซึ่งจะคิดราคาถูกกว่าคลินิกอื่นๆทั่วไป แต่ละวันจะมีรายได้หลายพันบาท เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก TNN24

MThai News

ครูแจงแล้ว! ภาพเด็กป.5ชูป้ายถูกไล่ออกว่อนเน็ต

ครูชี้แจง หลังภาพเด็กป.5 ชูป้ายถูกไล่ออกไม่เป็นธรรมว่อนเน็ต ยันไม่ได้ไล่แต่แจ้งเรื่องว่าจะย้ายให้เรียนโรงเรียนใกล้ๆ หรือให้ไปบวชเรียนก่อน หลังพบมีจิตใจไม่ปกติ มีความคิดเผาโรงเรียน และคิดทำร้ายครู จากการถูกจับได้ว่าสูบบุหรี่

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพของเด็กชายที่อ้างว่าเป็นนักเรียนแห่งหนึ่งในจ.สุราษฎร์ธานี ยืนถือป้ายร้องขอความเป็นธรรมผ่านโลกออนไลน์ หลังถูกทางโรงเรียนไล่ออกจากสาเหตุคิดวางแผนลอบเผาโรงเรียนนั้น

เด็กเผาโรงเรียน, ข่าวจังหวัดสุราษฎร์ธานี

เด็กเผาโรงเรียน

ล่าสุดทางครูประจำชั้นของนักเรียนคนดังกล่าว ก็ได้ออกมาชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่าทางโรงเรียนยังไม่ได้มีคำสั่งไล่เด็กคนดังกล่าวออกแต่เป็นการบอกกล่าวจะให้ย้ายไปเรียนโรงเรียนซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน หรือไม่ก็ให้ไปบวชเรียนสักพักก่อน เพราะเด็กคนนี้มีจิตใจไม่ปกติ คิดมีการจุดไฟในโรงเรียนจริง โดยใช้แอลกอฮอล์ที่มีอยู่ในโรงเรียนเทที่โคนเสาอาคารแล้วจุดไฟ

ซึ่งเรื่องนี้ถูกเปิดเผยจากเพื่อนนักเรียนด้วยกันที่เห็นพฤติกรรมของเด้กชายคนดังกล่าว นอกจากนี้เขายังพกอาวุธมีดมาในโรงเรียนเพื่อเตรียมทำร้ายผอ. ด้วย เนื่องจากไม่พอใจถูกลงโทษจากการสูบบุหรี่ และทำลายกล้องวงจรปิดของโรงเรียน ซึ่งการกระทำทั้งหมดของดรงเรียนเป็นไปด้วยความหวังดีไม่ได้เป็นการประจาน หรือกลั่นแกล้งอย่างที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด

MThai News

จริงหรือ? ไอเอสใช้ ‘ความรัก’ ชักจูงนักสู้สตรี

ไอเอสใช้ความรัก ชักจูงสตรีจากทั่วโลก เพื่อเป็นหมาก ในการสร้างรัฐอิสลามที่สมบูรณ์

นับตั้งแต่กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือ กลุ่มไอเอส แจ้งเกิดจากการก่อเหตุสะเทือนขวัญ สั่นประสาทชาวโลก ในการแพร่คลิปฉากสังหารตัวประกันหลายราย ซึ่งนอกจากนี้ ยังมีความโจษจันในการความสามารถการชักจูงวัยรุ่นชาวตะวันตกเพื่อเข้าร่วมกลุ่มได้หลายหมื่นราย

schoolgirls_3208827b

ก่อนหน้านี้มีการเสนอข่าวหญิงสาวทางฝั่งตะวันตก หลบหนีจากบ้าน ออกนอกประเทศ เดินทางผ่านตุรกี และจบลงที่การเข้าพิธีสมรสกับนักรบญิฮาดในตะวันออกกลาง หลังจากถูกชักจูงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ Twitter, Tumblr, LinkedIn และ ask.fm. ที่น่าตกใจคือ พวกเธอเหล่านั้น ละทิ้งชีวิตที่สมบูรณ์แบบ สะดวกสะบาย ในประเทศที่เจริญแล้ว เพื่อก้าวเข้าสู่สมรภูมิสงครามที่เต็มไปด้วยอันตราย เพราะเหตุใด ?

ทั้งนี้นักวิเคราะห์ ระบุว่าเป็นไปได้ที่พวกเธอเหล่านี้ จะมีความคิดต่อต้าน แนวคิดเสรีนิยมตะวันตก และไม่ต้องการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมตะวันตกที่ประสบกับความล้มเหลว หรืออาจเป็นไปได้ว่า กลุ่มไอเอส พยายามยื่นข้อเสนอลวง เพื่อให้พวกเธอเข้าถึงสิทธิสตรี ทั้งในด้าน ประเพณี และความเชื่อ พวกเธอจะได้รับอิสระเล็กๆน้อยๆ จากการเดินทางไปทำงาน หรือ ทำกิจกรรมในที่สาธารณะ

กลุ่มไอเอส,ไอเอส,รัฐอิสลาม

ขอบคุณภาพจาก : AP

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า หญิงสาวคนหนึ่งชื่อแอนนา กลายเป็นคนดังในสื่อสังคมออนไลน์ หรือ เน็ตไอดอล หลังจากหมั้นหมายกับนักรบชื่อดังในกลุ่มไอเอส ซึ่งจากเรื่องราวดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า การตัดสินใจแต่งงานกับนักรบญิฮาด มีความเกี่ยวโยงกับ ค่านิยมทางสังคม และการตีตราให้คุณค่ากับบุคคลในกลุ่ม

พร้อมกันนี้อิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญ ในการใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อถ่ายทอด นำเสนออุดมคติของกลุ่มรัฐอิสลามให้หญิงสาวเหล่านี้เกิดความคล้อยตาม

กระนั้น พวกเธอคาดหวังที่จะมีชีวิตที่ดี ควบคู่ไปกับวัตถุประสงค์เดียวกัน จากการหว่านล้อมที่ ‘โรแมนติก ที่ไร้เดียวสา’

เมื่อมองถึงวิสัยทัศน์ของกลุ่มไอเอส ซึ่งต้องการจัดตั้งรัฐอิสลาม ซึ่งเป็นเขตปกครองตามอุดมการณ์ของกลุ่ม ดังนั้น การสร้างประชากรภายใต้อาณัติของตนเอง จะต้องเริ่มจากการสร้างครอบครัวเพื่อผลิตสมาชิกใหม่ ให้บังเกิดในสังคมเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง การเพิ่มสมาชิกสตรี ให้เข้ามาเป็นผู้ผลิตประชากรเหล่านี้ จึงถือเป็นสิ่งสำคัญ ไอเอสจึงใช้แนวคิด ‘mothers of the new state’ เป็นหมากเพื่อประกอบเป็น ‘โรงงานผลิตประชากรใหม่’ ในการดำเนินยุทธศาสตร์สำคัญ

MThai News