จตุพร-ณัฐวุฒิ ควงแกนนำนปช. บุก DSI สอบถามเปลี่ยนพนง.สอบคดี 99 ศพด้านนายกฯ ปัดกลั่นแกล้ง บอกเป็นไปตามกระบวนการ ลั่นเรื่องคดีเป็นไปตามพยาน-หลักฐาน
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (7 เม.ย. 58) แกนนำคนเสื้อแดงนำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นายแพทย์หวง โตจิราการ ได้เดินางไปที่กรมสอบสวนพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อเข้าสอบถามถึงกรณีการเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนบางส่วน ในคดีการเสียชีวิตจำนวน 99 ศพ จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จตุพร พรหมพันธุ์ง
โดยนายจตุพร เผยว่า การเดินทางพบอธิบดีกรมสอบสวนในครั้งนี้ เนื่องจากกังวลและเป็นห่วงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงสำนวนการสอบสวน เนื่องจากมีทหารเข้ามาทำงานหน้าที่ในคณะกรรมการชุดใหม่ ภายใต้รัฐบาลที่มาจากทหาร จึงจำเป็นที่จะต้องเข้ามาขอคำชี้แจงดังกล่าว
ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็ได้กล่าวว่า ไม่ได้มาในฐานะคนเสื้อแดง แต่มาในฐานะครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่อาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ด้านนายแพทย์เหวงนั้น ได้กล่าวช่วงหนึ่งว่า อยากให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย สามารถส่งตัวแทนเข้ารับฟังการสอบสวนได้หรือไม่เพื่อความโปร่งใสในคดี
อย่างไรก็ตามนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ ได้กล่าวชี้แจงภายหลังกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงเข้าพบ ว่า ดีเอสไอไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงคณะพนักงานสอบสวนอย่างที่เป็นข่าว แต่เป็นการเพิ่มเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่มาจากทหารเข้ามา เพื่อมาประสานงานกับทหารที่เกี่ยวข้องในคดี อีกทั้ง ยังเป็นการทดแทนคณะพนักงานสอบสวนชุดเดิมที่เกษียณอายุราชการ
ส่วนกรณีที่ตัวแทนกลุ่มนปช. จะขออนุญาตเข้ามารับฟังการสอบสวนนั้น เรื่องดังกล่าวไม่สามารถทำได้ เพราะอาจกระทบต่อรูปคดี แต่หากทนายความของผู้เกี่ยวข้องที่เข้าให้ปากคำกับดีเอสไอ ก็สามารถเข้าร่วมรับฟังได้ ซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมาย
ทั้งนี้รายงานข่าวได้ระบุต่ออีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาคามสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้กล่าวช่วงหนึ่งหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงเดินทางไปยังกรมสอบสวนพิเศษ เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวข้างต้นด้วยว่า
ยืนยันไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง แต่เป็นการดำเนินไปตามระบบงานที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนตามอายุ ส่วนที่อ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้นคงไม่ถูก เพราะเรื่องคดีก็ว่ากันตามวัตถุพยาน และหลักฐาน ดังนั้นอยากให้สื่อมวลชนให้ความร่วมมือไปเป็นพยานด้วย เพราะขณะเกิดเหตุถือกล้องกันอยู่เต็มไปหมด และน่าจะรู้ว่าใครคนไหนเป็นคนลงมือทำ
ภาพจาก ข่าวสด
MThai News