ชาวบ้านเอือม! แฉคลิปเจ้าอาวาสมั่วสาวประเภทสอง

ชาวบ้านสุดเอือม แฉคลิปร้องเรียน หลังเจ้าอาวาสวัดปัตตานีแสดงอากัปกิริยาไม่เหมาะสมกับสาวประเภทสอง

ชาวบ้านใน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี สุดเอือมในพฤติกรรม ของเจ้าอาวาส วัดแห่งหนึ่งใน ต.แม่ลาน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี หลังจากที่มีการแชร์คลิปวิดีโอ ที่ถูกบันทึกไว้จากโทรศัพท์มือถือ เป็นภาพขณะที่มีผู้แต่งกายด้วยจีวรเหมือนพระสงฆ์ ได้แสดงอากัปกิริยาที่ไม่เหมาะสมกับสาวประเภทสองคนหนึ่ง โดยมีการถูกเนื้อต้องตัว ลูบคลำร่างกาย และการพูดคุยด้วยเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

369

หลังจากที่คลิปเผยแพร่ ทำให้ทราบว่า บุคคลในคลิปดังกล่าวเป็นเจ้าอาวาส วัดแห่งหนึ่งใน ต.แม่ลาน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และสาวประเภทสองคนนี้มักจะเดินทางมาหาพระสงฆ์เพื่อขอเงินบ่อยครั้ง แต่ยังไม่มีใครกล้าดำเนินการใดๆ ชาวบ้านจึงนำเรื่องมาร้องเรียนกับสื่อฯ ซึ่งชาวสังคมออนไลน์ที่ได้เห็นคลิปต่างพากันเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อท็จจริง เพราะการกระทำเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าเช้านี้ 

MThai News

ครูใจบุญ รับเลี้ยงสุนัขจรจัด จนเป็นหนี้มหาศาล

คุณครูใจบุญ รับเลี้ยงสุนัขจรจัดนานกว่า 30 ปี จนเป็นหนี้สหกรณ์สะสมถึง 1.5 ล้านบาท 

วันนี้ (7 เมษายน 2558) รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางช่อง 3 รายงานว่า นางสุดใจ วรรณโชติ อายุ 60 ปี คุณครูโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เลี้ยงสุนัขจรจัดมานานกว่า 30 ปี จนทำให้เป็นหนี้สหกรณ์สะสมถึง 1.5 ล้านบาท

21

คุณครู สุดใจ วรรณโชติ

ทั้งนี้ นางสุดใจ วรรณโชติ เล่าว่า เดิมเป็นคนไม่ชอบเลี้ยงสุนัข แต่เมื่อปี พ.ศ. 2524 มีสุนัขจรจัดมาอาศัยใต้ถุนบ้าน 1 ตัว จึงเลี้ยงดูให้อาหารจนสุนัขตัวดังกล่าวคลอดลูก ด้วยความสงสารเลยเริ่มเลี้ยงสุนัขตั้งแต่นั้นมา ซึ่งก็มีชาวบ้านนำสุนัขจรจัดหรือสุนัขพิการมาปล่อยทิ้งรวมแล้วกว่า 60 ตัว ทำให้มีสุนัขอยู่ทุกซอกทุกมุมของบ้าน โดยตนต้องยกบ้านให้เป็นที่อยู่ของสุนัขและย้ายไปอาศัยบ้านญาติที่อยู่ใกล้ ๆ แทน

นอกจากนี้ นางสุดใจ วรรณโชติ เล่าต่ออีกว่า เงินที่ตนหามาได้นั้น ส่วนใหญ่หมดไปกับการเลี้ยงสุนัข ทั้งค่ายา ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ค่ากรง จนเงินเดือนที่ได้ไม่เพียงพอ ต้องกู้เงินจากสหกรณ์มาใช้เลี้ยงสุนัข จนกระทั่งทุกวันนี้เป็นหนี้สหกรณ์ถึง 1.5 ล้านบาท

22

คุณครู สุดใจ วรรณโชติ

อย่างไรก็ตาม นางสุดใจ วรรณโชติ จะเกษียณอายุราชการในเดือน กันยายน นี้ ทำให้เกรงว่า จะไม่มีเงินใช้จ่ายสำหรับเลี้ยงสุนัขอีก ประกอบกับอายุที่มากขึ้นอาจจะเลี้ยงสุนัขเหล่านี้ไม่ไหว จึงอยากจะให้ผู้ที่รักสุนัขช่วยเหลือสุนัขเหล่านี้ด้วย

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก รายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์

MThai News

จตุพร-ณัฐวุฒิ ควงแกนนำนปช. บุก DSI

จตุพร-ณัฐวุฒิ ควงแกนนำนปช. บุก DSI สอบถามเปลี่ยนพนง.สอบคดี 99 ศพด้านนายกฯ ปัดกลั่นแกล้ง บอกเป็นไปตามกระบวนการ ลั่นเรื่องคดีเป็นไปตามพยาน-หลักฐาน

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (7 เม.ย. 58) แกนนำคนเสื้อแดงนำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นายแพทย์หวง โตจิราการ ได้เดินางไปที่กรมสอบสวนพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อเข้าสอบถามถึงกรณีการเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนบางส่วน ในคดีการเสียชีวิตจำนวน 99 ศพ จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, จตุพร พรหมพันธุ์, ดีเอสไอ, คดี99ศพ, เสื้อแดง

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จตุพร พรหมพันธุ์ง

โดยนายจตุพร เผยว่า การเดินทางพบอธิบดีกรมสอบสวนในครั้งนี้ เนื่องจากกังวลและเป็นห่วงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงสำนวนการสอบสวน เนื่องจากมีทหารเข้ามาทำงานหน้าที่ในคณะกรรมการชุดใหม่ ภายใต้รัฐบาลที่มาจากทหาร จึงจำเป็นที่จะต้องเข้ามาขอคำชี้แจงดังกล่าว

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็ได้กล่าวว่า ไม่ได้มาในฐานะคนเสื้อแดง แต่มาในฐานะครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่อาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ด้านนายแพทย์เหวงนั้น ได้กล่าวช่วงหนึ่งว่า อยากให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย สามารถส่งตัวแทนเข้ารับฟังการสอบสวนได้หรือไม่เพื่อความโปร่งใสในคดี

อย่างไรก็ตามนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ ได้กล่าวชี้แจงภายหลังกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงเข้าพบ ว่า ดีเอสไอไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงคณะพนักงานสอบสวนอย่างที่เป็นข่าว แต่เป็นการเพิ่มเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่มาจากทหารเข้ามา เพื่อมาประสานงานกับทหารที่เกี่ยวข้องในคดี อีกทั้ง ยังเป็นการทดแทนคณะพนักงานสอบสวนชุดเดิมที่เกษียณอายุราชการ

ส่วนกรณีที่ตัวแทนกลุ่มนปช. จะขออนุญาตเข้ามารับฟังการสอบสวนนั้น เรื่องดังกล่าวไม่สามารถทำได้ เพราะอาจกระทบต่อรูปคดี แต่หากทนายความของผู้เกี่ยวข้องที่เข้าให้ปากคำกับดีเอสไอ ก็สามารถเข้าร่วมรับฟังได้ ซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมาย

ทั้งนี้รายงานข่าวได้ระบุต่ออีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาคามสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้กล่าวช่วงหนึ่งหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงเดินทางไปยังกรมสอบสวนพิเศษ เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวข้างต้นด้วยว่า

ยืนยันไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง แต่เป็นการดำเนินไปตามระบบงานที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนตามอายุ ส่วนที่อ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้นคงไม่ถูก เพราะเรื่องคดีก็ว่ากันตามวัตถุพยาน และหลักฐาน ดังนั้นอยากให้สื่อมวลชนให้ความร่วมมือไปเป็นพยานด้วย เพราะขณะเกิดเหตุถือกล้องกันอยู่เต็มไปหมด และน่าจะรู้ว่าใครคนไหนเป็นคนลงมือทำ

ภาพจาก ข่าวสด

MThai News