น้องสาวกานต์แจ้งความเสกโลโซส่งคลิปเสียงข่มขู่

“นนนพัฐส์” น้องสาวกานต์ แจ้งความ นักร้องดัง “เสก โลโซ” คุกคาม ที่ สน.โคกคราม หลัง ส่งคลิปเสียงโทรศัพท์ข่มขู่

ที่ สน.โคกคราม เวลา 19.50 น. วันที่ 6 เม.ย. นางสาวนนนพัฐส์ อนิวัตติ์ธนากร อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 46/130 ถนนพหลโยธิน 52 แยก 43 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. น้องเมียเสกโลโซ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ธีรนันท์ ทองเทพ พงส.สน.โคกคราม และ พ.ต.อ.กิตติเชษฐ์ ศักยภาพวิชานนท์ ผกก.สน.โคกคราม

610307-01

นางสาวนนนพัฐส์ เปิดเผยนักว่า นำหลักฐานคลิปเสียงโทรศัพท์ที่เสกขู่ต่างๆ นานา และภาพจากโพสต์ในโซเชียลมีเดียมาเป็นหลักฐาน นนนพัฐส์ กล่าวว่า เป็นปกติที่ทางพี่เสกจะส่งไลน์ มาด่า แต่ก็ไม่รุนแรงถึงขู่ฆ่า ครั้งนี้รุนแรงจึงตัดสินใจแจ้งความตำรวจ ส่วนมูลเหตุที่พี่เสกขู่นั้นเข้าใจว่า เมื่ออาทิตย์ก่อนตนไปรับลูกของเสกมา เมื่อพี่เสกรู้เข้าก็มาเคาะกระจกรถ ตนจึงขับรถหนี เขาคงหวงลูกจึงมาขู่ฆ่าตน

ซึ่งตนจะดำเนินคดีทุกข้อหา อย่างข่มขู่ และหมิ่นประมาท ส่วนชีวิตก็ยังปกติ แต่มีความกลัวมากขึ้นว่าจะไม่ปลอดภัย ต่อมา 20.25 น. นางวิภากร ศุขพิมาย (กานต์) เมียเสก พร้อม เสฏกานต์ ศุขพิมาย อายุ 18 ปี ลูกเสก เดินทางมาที่ สน. พร้อมเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนมีคดีความกับเสก 20 คดี อยู่ในศาล แต่กระบวนการช้าบางคดีพยายามไกล่เกลี่ย ทางตนไปศาลทุกครั้งเพื่อให้จบ แต่เสกไปบ้างไม่ไปบ้าง สุดท้ายก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมีการคุกคามคนของตน แฟนคลับตน

ซึ่งครั้งนี้คุกคามครอบครัวน้องเมีย เสกเคยด่าพ่อของตน เห็นว่าไม่ไหวแล้วเลยให้น้องมาแจ้งความ แต่ก่อนเคยคิดว่าต้องจ้างตำรวจทหารมาตามครอบครัวเราหรือ นี่เมืองไทยนะจะมีคนแห่ตาม อย่างพี่เสกที่ไปหว่านเงินจ้างคน 20 คนเดินตาม ตนคิดว่ามันเกินไป แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจแล้ว เพราะเสกคุกคามตลอด คิดว่าเริ่มไม่ปลอดภัย

และที่มาแจ้งความเพื่อแสดงว่าเราสู้ เรายอมโดนทำฝ่ายเดียวมานาน เราสู้เราไม่กลัวแล้ว เราไม่ยอมโดนทำฝ่ายเดียว ด้านเสฏกานต์ หรือ “น้องเสือ” ลูกเสกกล่าวว่า พ่อทำไปทำไม “บ้าพลังหรือ” 7 เดือนแล้วมีคดีความ เขายังคุกคามคนอื่นตลอดกฎหมายทำอะไรไม่ได้

610307-02 610307-03

เตือนพายุฤดูร้อน บริเวณประเทศไทยตอนบน

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา”พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 07 เมษายน 2558

บริเวณความกดอากาศสูงได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้และเวียดนามตอนบนแล้ว และคาดว่าจะลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 7-10 เมษายน 2558 โดยในขณะที่บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

610309-01

โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วยประกาศ ณ วันที่ 7 เมษายน 2558 เวลา 05.00 น.กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 7 เมษายน 2558 เวลา 11.00 น.

ใจร้อนเป็นเหตุ แท็กซี่ท้าชก ตร.สุดท้าย ?

อุทาหรณ์ !! ใจร้อนเป็นเหตุ แท็กซี่ท้าตำรวจต่อย สุดท้าย..?

บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจาก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ชื่อ อุทาหรณ์ !! เพราะความใจร้อนเป็นเหตุ !! โดยเผยรายละเอียดของเหตุการณ์ว่า ที่บริเวณห้างพันธ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ได้เกิดเหตุการณ์คนขับแท็กซี่ในภาพที่ 3 ได้ขับรถแท็กซี่ไปจอดรับผู้โดยสารในช่องบัสเลน (Bus lane) ห่างจากป้ายรถเมล์ 50 เมตร

10421301_793015494145907_1414014783520173267_n

และได้ถูกดาบตำรวจท่านหนึ่งของสภ.เมืองนนทบุรีขอดูใบขับขี่ ซึ่งคนขับแท็กซี่ก็ไม่ให้ดู และได้ลงจากรถไปอธิบายให้กับตำรวจฟัง แต่ระหว่างที่ลงไปนั้น บังเอิญรถแท็กซี่สตาร์ทไม่ติด จึงทำให้เกิดการกีดขวางการจราจร และได้มีการโต้เถียงกันทั้งสองฝั่งด้วยคำไม่สุภาพ คนขับแท็กซี่จึงได้ท้าดาบตำรวจให้ถอดเครื่องแบบออกมาต่อยกัน

ทำให้ดาบตำรวจเกิดอารมณ์ จึงเรียกตำรวจด้วยกันมาเพื่อใส่กุญแจมือคนขับแท็กซี่จนเกิดการชุลมุนหน้าห้างพันธ์ทิพย์งามวงศ์วานขึ้น และสามารถใส่กุญแจมือคนขับแท็กซี่ไว้ได้ ส่วนรถแท็กซี่ของคนขับที่สตาร์ทไม่ติด ตำรวจต้องลากรถมาที่สภ.เมืองนนทบุรี ซึ่งดาบตำรวจคนดังกล่าว ในขณะที่ขอดูใบขับขี่ก็ไม่มีใบสั่ง เพียงแต่ตั้งใจว่าจะขอดูใบขับขี่แล้วจับตักเตือน แต่เนื่องจากความร้อนของอากาศ ทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิดอารมณ์ร้อนขึ้นมา เรื่องจึงบานปลายต้องนำตัวคนขับแท็กซี่ไปยังโรงพักสภ.เมืองนนทบุรี และเอาเข้าห้องขัง ตามภาพที่ 1โดยตำรวจตั้งข้อหา 4 ข้อหา ดังนี้

1. เข้าช่องห้ามบัสเลน

2.จอดรถกีดขวางการจราจร

3.แต่งกายไม่สุภาพ

4.ไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่ทันที

หลังจากที่เข้าไปในห้องขังแล้ว ก็ได้ประสานญาติมา ซึ่งก็เป็นครอบครัวของคนขับแท็กซี่ตามภาพ 2 ที่มีลูกยังเล็กอยู่ 4 คน โดยทางทีมงานชมรมก็ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับดาบตำรวจที่จับกุมคนขับแท็กซี่ ซึ่งดาบเองก็รู้สึกเสียใจ เพราะเห็นสภาพของครอบครัวของคนขับแท็กซี่ สุดท้ายทางชมรมก็เป็นผู้ประสานขอประกันตัวคนขับแท็กซี่วงเงิน 20,000 บาท และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งศาลแขวงนนทบุรี ได้ปรับคนขับแท็กซี่เป็นเงิน 1,500 บาท และเสียค่าปรับที่สภ.เมืองนนทบุรี 1,000 บาท สาเหตุจากความใจร้อนของทั้งสองฝ่าย

“…อากาศร้อน ๆ แบบนี้ ก็ต้องใจเย็นกัน จากเรื่องแค่นิดเดียว แต่บานปลายจนเดือดร้อนกันทั้งครอบครัว สำหรับเจ้าหน้าที่ ก็ขอให้โปรดให้ความเมตตาธรรม อะไรที่ตักเตือนได้ก็ตักเตือน โดยเฉพาะคนที่หาเช้ากินค่ำ ทุกคนต่างก็ไม่ได้อยากมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ สภาพเศรษฐกิจขณะนี้ก็ลำบากอยู่แล้ว ก็ต้องเห็นใจซึ่งกันและกัน..”

ที่มา ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม