เผยภาพถ่าย เสียดสีสังคมไทยแบบเจ็บแสบ ในนิทรรศการ’พรรฦก’

เผยภาพถ่าย เสียดสีสังคมไทยแบบเจ็บแสบ ในนิทรรศการ’พรรฦก’

บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพถ่ายของ นาย ชฤต ภู่ศิริ ศิลปินถ่ายภาพมืออาชีพ ซึ่งกำลังจะจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายชื่อ “พรรฦก” หรือ Bizarre Land โดยงานดังกล่าวเป็นการนำเสนอผลงานภาพถ่ายภายใต้คอนเซปต์สิ่งที่ผิดปกติของสังคมที่เราปล่อยผ่านจนชินชาและกลายเป็นความปกติธรรมดา

4_82

เสียดสีสังคมและสะท้อนความมักง่ายเรื่อยเฉื่อยต่อความถูกต้องของสังคมไทย เช่นภาพถ่ายหนุ่มขับรถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายด้วยสาวแม่ลูกอ่อนที่กำลังอุ้มเด็กทารกทั้ง 3 ไม่สวมหมวกกันน็อคในขณะที่ด้านหลังมีรถเมล์และแท็กซี่ ซึ่งเป็นความประมาทอย่างมาก

ภาพคุณแม่วัยสาวจับลูกสาวแต่งหน้าทาปาก สวมมงกุฎแต่งชุดเจ้าหญิง ทำนองว่าพ่อแม่รังแกฉัน โดยภาพนี้สะท้อนความฝันของแม่ที่ยัดเยียดลงไปในตัวลูก

แต่ภาพที่เจ็บแสบที่สุดคือ ภาพเด็กชายกับเด็กหญิงอยู่ในห้องเรียนกัน2ต่อสอง มีป้ายข้อความด้านหลังบนบอร์ดเขียนว่า จงรักนวลสงวนตัว…. ทั้งนี้ใครสนใจชมนิทรรศการดังกล่าวจะเริ่มจัดแสดงในวันที่ 9 เมษายน – 30 พฤษภาคม 2558  ณ อาร์เดลเธิร์ดเพลสแกลเลอรี่

ภาพถ่ายโดย นาย ชฤต ภู่ศิริ / นิทรรศการพรรฦก

1_285

2_172

6_32

8_12

วันจักรีรำลึกสํานึกพระมหากรุณาธิคุณกษัตริย์

เช้าวันนี้ หลายหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชน ต่างร่วมจัดพิธีรำลึกระลึกจักรีบรมราชวงศ์ หรือ วันจักรี ณ สถานพระบรมราชานุสรณ์แห่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชในแต่ละแห่ง เพื่อแสดงกตเวทิตาคุณต่อพระมหากษัตราธิราชในพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกรัชกาล

โดยเฉพาะปฐมบรมราชวงศ์จักรี ที่ทรงเสด็จกรีฑาทัพถึงพระมหานคร ทรงรับอัญเชิญขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ดำรงราชอาณาจักรสยามประเทศ ในวันที่ 6 เมษายน 2325 นับจนถึงวันนี้ 233 ปีแล้ว

วันจักรี, วันจักรี 2558, สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช, รัชกาลที่1, ร.1

ขณะที่ ประเทศไทย เวลานี้ เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรง ดีกรีความร้อนแผ่ขยายบานปลายจนเกิดการแบ่งฝักฝ่ายชัดเจน ผลพวงมาจากปัญหาการบ้านการเมือง ที่ไม่สามารถหันหน้าเจรจาเข้าหากันได้ ความเดือดร้อนไม่พ้นใคร นอกจากเหล่าประชาชน และความเสียหายของประเทศชาติ

รัฐบาลทหารจึงเข้ามามีบทบาท นำทัพโดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีต ผบ.ทบ. เข้ายึดอำนาจการปกครอง และบริหารประเทศภายใต้การขับเคลื่อน คสช. เพื่อยุติความขัดแย้ง และสร้างความปรองดองของคนในชาติ บนเส้นทางขวากหนามครหาทั้งคนในชาติ และ นานาประเทศ

และ…หลายฝ่าย ยังทวงถามถึง “ประชาธิปไตย” อยู่เนืองๆ

กฏอัยการศึก ถูกบังคับใช้ เพื่อจัดระเบียบสังคม และแก้ปัญหาความมั่นคงในประเทศ แต่ ยังไม่สัมฤทธิ์ผลเท่าที่ควร เพราะยังมีกลุ่มต่อต้านเคลื่อนไหว หวั่นสร้างความขัดเเย้งเพิ่ม

มาตรา 44 หรือ ม.44 จำต้องออกโรง ในไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อเสริมทัพแทนกฏเก่า งัดไพ่ใบสุดท้าย มาใช้เร่งปฏิรูปให้เสร็จในเวลาอีกไม่กี่เดือน

เปลี่ยนจาก “กระบอง” มาเป็น “ดาบ” ให้กระชับมือ

ไม่สนเสียงคนในชาติ หรือ สหประชาชาติ จะดาหน้า ออกมากระตุกปม “อำนาจล้นฟ้า” ของผู้ถือดาบ

อย่างไร ก็ต้องให้โอกาส “รัฐบาลทหาร” ทำงานเต็มที่ไปก่อน ผิดถูก ดีร้ายอย่างไร ประชาชนทั้งประเทศ จะเป็นผู้ตัดสิน

ในห้วงสถานการณ์บ้านเมือง “อึมครึม”แบบนี้ เนื่องใน “วันจักรี” ขอรำลึกย้อน ว่าเหตุใด คนไทย จึงควรรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไทย

ขอหยิบยกแนวเขียนของ “นิติภูมิ นวรัตน์” ที่ได้กล่าวไว้ในวันจักรี รณรงค์ให้หัวใจไทยรู้ประวัติเป็นมา เพื่อกตเวทิตาต่อคุณมหากษัตริย์ไทย

พ.ศ 2324 เกิดศึกทางกัมพูชา พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดเกล้าฯให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกถืออาญาสิทธิ์เป็นแม่ทัพไปปราบ และทรงถอดฉลองพระองค์พระราชทานให้ด้วย เหมือนกับจะเป็น

บุพนิมิตว่า สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกจะได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินต่อไปในภายภาคหน้า และกาลก็เป็นจริงดังนั้น

ต่อมา เกิดการจลาจลขึ้นในกรุงธนบุรี เมื่อสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกกลับสู่พระนคร บรรดาเหล่าข้าราชการและราษฎรทั้งปวงได้อัญเชิญพระองค์ให้ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน องค์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2325 เพื่อปกครองไพร่ฟ้าประชาราษฎร์สืบต่อไป ขณะนั้น พระองค์ทรงเจริญพระชนมพรรษาได้ 48 พรรษา

หลังจากขึ้นครองราชย์แล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดให้มีการสร้างพระนครขึ้นใหม่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาเยื้องกับกรุงธนบุรี ราชธานีเดิม และทำพิธียกเสาหลักเมืองเมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ปีขาล จุลศักราช 1144 ตรงกับวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325

พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความผาสุก ตั้งมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรม และสามารถนำพาประเทศชาติให้รอดพ้นวิกฤติต่างๆมาได้ด้วยพระปรีชาสามารถ ไม่ว่าจะเป็นการล่าอาณานิคม สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ฯลฯ

วันจักรี, วันจักรี 2558, สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช, รัชกาลที่1, ร.1

และที่สำคัญ ชาติรัฐที่จะอำนวยความรู้สึกมั่นคงอย่างสูงสุดให้กับประชาชนคนผู้อยู่อาศัยในอาณาเขตแดนแคว้นถิ่นนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นชาติรัฐที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศประชาชนคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ทราบว่าหลายประเทศในโลกของเราใบนี้มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข

อาทิ  ญี่ปุ่น บรูไนดารุสซาลาม มาเลเซีย ราชอาณาจักรภูฏาน ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน ราชอาณาจักรบาห์เรน รัฐกาตาร์ รัฐคูเวต สหรัฐอรับเอมิเรตส์ ราชอาณาจักรสเปน ราชอาณาจักรเบลเยียม ราชอาณาจักรสวีเดน ราชอาณาจักรเดนมาร์ก ราชอาณาจักรนอร์เวย์ ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ราชรัฐลักเซมเบิร์ก สหราชอาณาจักร และราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

ขอทิ้่งท้าย ด้วยสำนึกมหากรุณาธิคุณ ยุคสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระมหากษัตริย์ไทยสามารถปกป้องอาณาจักรไว้ถึงลูกหลานได้ เช่น สงครามพระเจ้าปะดุงของพม่ายกกองทัพมาตีมากมายถึง 7 ครั้ง และพม่ายกกำลังมาถึง 9 ทัพ หรือแม้แต่ในสมัย รัชกาลที่ 5 พวกฝรั่งมังค่า ต้องการเราเป็นอาณานิคม หลายประเทศในเอเชียกลับตกเป็นอาณานิคม ยกเว้น ประเทศไทย

ที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนมาจากพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีของไทยทั้งสิ้น

หมดความนี้ ล้วนแต่ ปวงชนชาวไทย จะพินิจคิดดูเถิด เหตุใด เราจึงต้อง “รักชาติ และ พระมหากษัตริย์ ดุจดวงใจให้เท่าชีพชีวา

แกล้วนลิน

MThai News

โจ๋โหดไล่ฆ่าอริ เหยื่อซิ่งหนีชนพ่วงดับ รุมตื้บซ้ำ

แก็งวัยรุ่นอ่างทองโหด เขม่นกันในงานเกณฑ์ทหาร ขี่จยย.กว่า 10 คันไล่ฆ่า เหยื่อซิ่งรถหนีชนรถพ่วงดับสยอง ไม่หนำใจกรูรุมกระทืบศพ ส่วนเพื่อเจ็บสาหัส

วานนี้ (5 เม.ย.) มีรายงานข่าวแจ้งว่าที่โรงพยาบาลป่าโมก จ.อ่างทอง ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมาก แห่กันไปดูศพของเพื่อน หลังเพื่อนถูกกลุ่มคู่อริไล่กวดตามหาเรื่อง จนต้องขี่รถหนี แล้วเสียหลักพุ่งชนรถพ่วงจนเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังโรงพยาบาลป่าโมก เมื่อไปถึงพบบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลมีกลุ่มวัยรุ่นกว่า 20 คน ได้จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แก๊งโจ๋โหด! ขี่จยย.ไล่ฆ่าอริ เหยื่อซิ่งหนีชนพ่วงดับ

แก๊งโจ๋โหด! ขี่จยย.ไล่ฆ่าอริ เหยื่อซิ่งหนีชนพ่วงดับ

จากการสอบถามทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันเดียวกันได้เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พุ่งชนรถพ่วงที่กำลังจะเลี้ยวเข้าโกดังน้ำตาล เป็นเหตุให้มีบาดเจ็บสาหัส 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย บริเวณหน้าโกดังน้ำตาลของ บริษัทร่วมกิจอ่างทองคลังสินค้า จำกัด ริมถนนสายอ่างทอง-ป่าโมก (สายใน) ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก ซึ่งในที่เกิดเหตุ พบรถพ่วงยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 70-2851 นครสวรรค์ หมายเลขทะเบียนตัวลูก 70-2931 นครสวรรค์ จอดอยู่ในสภาพบริเวณกันชนหน้าเหล็กยุบงอ ใต้รถพ่วงด้านหน้า พบรถจักรยายนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีขาว หมายเลขทะเบียน กนธ-705 อ่างทอง ล้มอยู่ด้านใน

ใกล้กันพบนายศิริศักดิ์ กลิ่นชู อายุ 18 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้าลำตัวบิดงอ มีเลือดไหลออกจากปากและจมูกห่างออกไปไม่มาก พบร่างนายสิงหราช คำมี อายุ 18 ปี นอนหายใจรวยริน อยู่ในสภาพมีเลือดออกจากปากและจมูกอาการสาหัส

จากการสอบถามเพื่อนของผู้ตายกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายพร้อมเพื่อนๆ ได้เดินทางไปดูการเกณฑ์ทหารที่หอประชุมของที่ว่าการอำเภอป่าโมก ระหว่างที่กำลังดูอยู่นั้น ได้พบกับกลุ่มของนายกุ้ง นายวุฒิ และนายตั้ม ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่รู้จักกันในนามกลุ่มเด็กบ้านสาย และพวกกลุ่มบ้านสำเภาลอย ซึ่งเป็นคู่อริกันและอยู่คนละหมู่บ้าน เกิดมาเขม่นกันในงานเกณฑ์หหาร จนมีการมาฉุดกระชากกัน จากนั้นห็นท่าไม่ดีจึงได้ไปบอกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพาออกมานอกบริเวณ เพื่อจะได้เดินทางกลับบ้าน ซึ่งระหว่างนั้น กลุ่มอริได้พยายามปีนรั้วที่ว่าการอำเภอตามออกมา จนตนต้องรีบขึ้นรถหนี โดยตนพร้อมเพื่อนอีกประมาณ 8 คน ได้ขึ้นรถกระบะขับหนีออกมา ส่วนนายศิริศักดิ์ได้ขี่จักรยานยนต์หลบหนีออกมา โดยมีนายสิงหราชซ้อนท้าย แล้วขับหลบหนีกันไปคนละทาง ซึ่งตนมารู้อีกทีว่านายศิริศักดิ์กับนายสิงหราชถูกกลุ่มคู่อริไล่กวดตามไป จนรถไปเกิดอุบัติเหตุชนกับรถพ่วงจนเสียชีวิตและบาดเจ็บ

ด้านคนขับรถพ่วง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถมาเพื่อจะส่งของยังโกดังของบริษัทดังกล่าว ขณะจอดรอจะเลี้ยวเข้า ก็ได้สังเกตเห็นว่ามีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากขี่รถจักรยานยนต์กว่า 10 คัน ขี่ไล่กวดตามรถของผู้ตายมาด้วยความเร็ว จากนั้นผู้ตายได้ขี่รถมา แล้วหักรถหลบกลุ่มคู่อริ มาพุ่งชนเข้าที่หน้ารถของตนอย่างจัง ซึ่งเมื่อรถของผู้ตายพุ่งชนแล้ว กลุ่มวัยรุ่นที่ไล่กวดตามมา ได้กรูกันลงจากรถมารุมกระทืบผู้ตายและเพื่อนที่นอนบาดเจ็บอยู่อย่างไม่ยั้ง จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวก็ขี่รถหลบหนีกันไป

ด้่นตำรวจ สภ.ป่าโมก ระบุว่าคดีดังกล่าวนั้นแบ่งเป็น 2 เหตุการณ์ โดยเหตุการณ์แรกนั้น เป็นเหตุอุบัติเหตุทางจราจร ซึ่งก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 เป็นเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย ซึ่งตอนนี้พอจะรู้กลุ่มของผู้ก่อเหตุแล้ว ซึ่งจะได้เรียกกลุ่มเพื่อนๆ ของผู้ตาย และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

MThai News