ระทึก! พุ่งชาร์ตฝรั่งคลั่งขู่โยนลูกตกชั้น3ห้างดัง(คลิป)

ฝรั่งคลั่งทะเลากับภรรยา อุ้มลูกน้อยขู่จะโยนลูกลงจากชั้น 3 กลางห้างดังเชียงใหม่ โชคดี พลเมืองดี วิ่งเข้าชาร์จช่วยได้ทัน

วันที่ 2 เม.ย.58 โลกออนไลน์แห่แชร์และแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง หลังเฟซบุ๊กเพจ จังหวัดเชียงใหม่ CM108.com ได้โพสต์คลิปวิดีโอเผยให้เห็นชาวต่างชาติรายหนึ่ง ส่งเสียงโวยวายขณะอุ้มลูกน้อย โดยปรากฏภาพคล้าายจะจะโยนเด็กลงมาจากชั้น 3 ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ แต่โชคดีมีเจ้าหน้าที่วิ่งเข้าชาร์จได้ทันสถานการณ์

ฝรั่งคลั่ง, ฝรั่งคลั่ง จะโยนลูกลงจากชั้น 3 ,คลิประทึก , ฝรั่งคลั่ง โวยวาย

พร้อมปรากฏข้อความผู้ใช้รายหนึ่งอ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์ ระบุ ชาวต่างชาติคนดังกล่าวเกิดมีปากเสียงกับภรรยาชาวไทย พร้อมมีอาการคล้ายคนเมายาเสพติด ก่อนตะโกนขู่ว่าจะโยนลูกลงไปจากตึก ขณะที่ภรรยา ไม่สามารถช่วยเหลืออะไร นอกจากยกมือไหว้ขอชีวิตลูก จนมีพลเมืองดีวิ่งเข้าชาร์จได้ทัน ซึ่งเป็น พนักงานร้านไอศกรีม ไม่ใช่ รปภ.ของห้างแต่อย่างใด

ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊กเพจ จังหวัดเชียงใหม่ CM108.com

MThai News

พสกนิกร จุดเทียนชัยถวายพระพร สมเด็จพระเทพฯ

ภาครัฐ เอกชน และประชาชน พร้อมใจสวมใส่เสื้อสีม่วง ร่วมกิจกรรมจุดเทียนชัย เทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ ณ ท้องสนามหลวงกันอย่างเนืองแน่น

วันที่ 2 เมษายน 2558 ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมสวมใส่เสื้อสีม่วงที่มีตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระชนมายุครบ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 เดินทางมาที่ท้องสนามหลวงเพื่อรอเข้าร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายราชสดุดี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, จุดเทียนชัยถวายพระพร, เทิดพระเกียรติ, สมเด็จพระเทพฯ

โดยเวลา 19.19 น. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานในพิธีกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พร้อมนำข้าราชการ และประชาชน กล่าวถวายพระพรชัยมงคล ด้านหน้าพระฉายาลักษณ์

ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แล้ว ในเวลา 21.00-24.00 จะมีชุดการแสดงเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและมหกรรมเฉลิมฉลองดนตรีไทย ดนตรีสากล และบทเพลงลูกทุ่ง ทำการแสดง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, จุดเทียนชัยถวายพระพร, เทิดพระเกียรติ, สมเด็จพระเทพฯ

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 17.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินด้วยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง เพื่อเสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจ ทรงจุดเทียนมหามงคล เทียนเท่าพระองค์

รวมถึงเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปนพเคราะห์องค์อภิบาล องค์แทรกพระชนมายุ และจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ และพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, จุดเทียนชัยถวายพระพร, เทิดพระเกียรติ, สมเด็จพระเทพฯ

เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงศีล และสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ จึงถวายพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม และผ้าไตรแด่พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์และถวายพระธรรมเทศนา

พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ จึงถวายน้ำเทพมนต์และใบมะตูม และเมื่อพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถาจบและหลั่งทักษิโณทก ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เพื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ขอบคุณภาพ สำนักข่าวไทย / TPBS
MThai News

4 สมาคมสื่อ ออกแถลงการณ์ค้านคำสั่ง คสช.

4 สมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน ออกแถลงการณ์ค้านคำสั่งคสช.ใช้อำนาจคุมการเสนอข่าว ชี้หัวหน้าคสช. ควรให้นโยบายที่ชัดเจนต่อเจ้าหน้าที่ หวั่นกระทบสถานะประเทศ

วันนี้ (2 เม.ย.)  4 สมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน ประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาการหนังสือพิมพ์ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ร่วมกันออกแถลงการณ์คัดค้านคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เม.ย.58

2

ในข้อ 5 ที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย มีอำนาจออกคำสั่งห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลาย ซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด และได้กำหนดโทษผู้กระทำความผิดไว้ 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้เนื่องจากเห็นว่า เป็นการให้ดุลพินิจกับเจ้าหน้าที่อย่างกว้างขวาง ไม่มีหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขในการปฏิบัติที่ชัดเจนว่า ข้อความใดทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร

โดย 4 องค์กรวิชาชีพสื่อสารมวลชน มีความเห็นร่วมกันว่า หัวหน้า คสช. ควรให้นโยบายที่ชัดเจนต่อเจ้าหน้าที่ หรือกำหนดมาตรการหรือเงื่อนไขในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตามอำนาจในวรรคสองของข้อ 5 ที่ชัดเจน เพื่อประชาชนทั่วไปและสื่อมวลชนทุกแขนงซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำสั่งดังกล่าว จะได้มีความสบายใจขึ้นว่า การใช้อำนาจตามบทบัญญัติ มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวจะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ดังที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้สัญญาประชาคมไว้ เพราะคำสั่งดังกล่าวกระทบสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างยิ่ง เพราะกรณีนี้น่าจะกระทบต่อการประเมินสถานะของประเทศในด้านสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชนของประชาคมโลก และจะเป็นปัญหาที่ถูกหยิบยกมากล่าวถึงในวันสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนโลกวันที่ 3 พ.ค.นี้

ขอบคุณข้อมูลภาพจากสายตรงภาคสนาม

MThai News