หากจะกล่าวถึงงานมอเตอร์โชว์ สิ่งที่ทุกคนนึกถึงเป็นอันดันดับแรก คงจะเป็นรถ (รึป่าว) แต่สำหรับหนุ่มๆหลายท่านแล้ว หากไปงานมอเตอร์โชว์สิ่งที่พลาดไม่ได้ คงจะเป็นพริตตี้สาวสวยสุดน่ารัก MThai ข่าวภาคซ่าส์วันนี้ ขอหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับงานมอเตอร์โชว์และเรื่องของรถมาพูดกัน
มอเตอร์โชว์คนมาดูรถ หรือมาดูพริตตี้?
เมื่อคุณไปงานมอเตอร์โชว์คุณเห็นหรือนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก ระหว่างรถยนต์ และพริตตี้? แม้ว่างานจะถูกจัดขึ้นเพื่อแสดงรถ แต่สิ่งที่หลายๆท่านนึกถึงคงหนีไม่พ้นสาวๆพริตตี้เป็นแน่ เป็นที่ถกเถียงกันบนโลกออนไลน์อยู่บ่อยครั้งว่า ใครไปงานมอเตอร์โชว์หลักๆคือจะไปดูพริตตี้ ไม่ได้ไปดูรถ แต่อีกฝั่งหนึ่งก็ออกมาโต้เถียงว่า เฮ้ย!! พวกเราไม่ได้ตั้งใจไปดูพริตตี้สักหน่อย ไปงานมอเตอร์โชว์ก็ต้องดูรถสิ
อย่างไรก็ตามจุดประสงค์หลักของการจัดงานคือแสดงรถ ถ้างั้นไม่ต้องมีพริตตี้ก็ได้รึป่าว? ถามว่าได้ไหมมันก็คงได้ แต่วัตถุประสงค์ของผู้จัดงานคือ ถ้ามีการนำพริตตี้สาวสวยมาแสดงคู่กับรถ มันก็จะสามารถดึงดูดผู้คนที่มาร่วมงานได้มากขึ้น เป็นข่าวได้ง่ายขึ้นไง

รถเพิ่มมากขึ้น ถนนไม่เพิ่มตาม มีมาตรการอะไรมาแก้ไขปัญหาตรงนี้?
รถใหม่ก็เอา รถเก่าก็ไม่ทิ้ง เกิดอีกสักกี่ชาติรถก็ยังติดค่ะคุณ! งานมอเตอร์โชว์จัดขึ้นทุกปี แสดงว่าคนซื้อรถก็ต้องเพิ่มขึ้น ปัญหาที่จะตามมาก็คงหนีไม่พ้นเรื่องรถติด แม้ว่ารถจะเป็นสิ่งที่สามารถอำนวยความสะดวกให้เราได้เป็นอย่างดี แต่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า การจราจรในบ้านเราค่อนข้างจะติดขัด เรื่องรถติดคือปัญหาที่ไม่ว่า จะรัฐบาลไหนก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้
ผู้คนจำนวนไม่น้อยยังคงตั้งข้อสงสัยไหมว่า จำเป็นหรือไม่ที่ทุกคนหรือทุกบ้านจะต้องมีรถเป็นของตัวเอง จริงอยู่ว่าการซื้อรถมันคือสิทธิส่วนบุคคล แต่บางบ้านมีรถ บ้านละ4-5คัน ถ้าในอนาคตรถมีจำนวนมากขึ้น การจราจรจะแย่ลงกว่าเดิมรึป่าว? ควรมีมาตการเข้ามาแก้ไขปัญหาตรงนี้ไหม
ในมุมมองของคนที่มีรถมองว่า ก็ระบบขนส่งหรือรถโดยสารสาธารณะมันยังมีไม่มากพอ ฉันก็ต้องดูแลตัวเองสิ รถเมล์บางครั้งก็รอนานเหลือเกิน บางวันโชคดี 5นาทีมาละ บางวันต้องรอเป็นชั่วโมง คนที่เร่งรีบไปทำงานมันก็เกินจะทนจริงๆนะ แม้บ้านเราจะมีรถไฟฟ้าแล้ว แต่มันก็ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมดอยู่ดี ฉะนั้นการพึ่งพาตัวเอง ใช้รถส่วนตัวสะดวกและปลอดภัยที่สุด

ต่างประเทศรถถูกกว่าไทย แต่ยังมีบางคนขับรถเก่ากันอยู่เลย?
หลักๆคือระบบการขนส่งเขาค่อนข้างจะดี รถเมล์รถไฟ มีมากพอที่จะรองรับประชากรในเมืองได้ จึงทำให้บางคนคิดว่าไม่จำเป็นที่ต้องมีรถเป็นของตัวเองก็ได้ เพราะรถโดยสารสาธารณะก็ดีอยู่แล้ว ปัญหาเรื่องรถติดเลยไม่ค่อยเกิดขึ้นกับประเทศฝั่งยุโรปหรือประเทศที่เจริญแล้ว
อีกอย่างคือประกันรถแพง ยิ่งใหม่ยิ่งแพง ภาษีก็เช่นกัน ค่าซ่อมบำรุงสูง ค่าจอดรถ ถ้ายิ่งที่บ้านไม่มีที่จอด ก็ต้องเช่า ที่จอดรถเป็นรายเดือน รถใหม่ราคาแพงก็มีความเสี่ยงสูงในการโดนทุบกระจกหากไปทิ้งไว้ข้างถนน แต่รถเก่าก็ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะวิ่งได้ตามใจฉันนะ มันก็ต้องผ่าน การตรวจสภาพรถ ทุกปี เป็นไปได้ว่า ในเมื่อผู้คนไม่นิยมซื้อรถใหม่กันมากนัก ปริมาณรถก็ไม่เพิ่มขึ้น จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการจราจร
และอีกอย่างคืออัตราการเก็บภาษีรายได้ประเทศที่เจริญแล้วอย่าง ประเทศ อังกฤษ ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ค่อนข้างสูง เป็นไปได้ว่า การไม่มีรถเป็นของตัวเอง นั่นคือการลดภาระค่าใช้จ่ายลงไปด้วย ทำให้การจราจรในประเทศที่กล่าวมาข้างต้นไม่ค่อยจะเป็นปัญหาสักเท่าไหร่
MThai News


