นิมนต์พระทำพิธีแก้เคล็ด ไฟไหม้บ้านปริศนา

เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุไฟไหม้ปริศนานานกว่า 1 เดือน นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป ทำพิธีปัดรังควานแก้เคล็ด เพื่อเป็นสิริมงคล

จากกรณี บ้านเลขที่ 144 หมู่ที่ 6 ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ที่เกิดไฟปริศนาลุกไหม้บ้านต่อเนื่องนานกว่า 1 เดือน นั้น ล่าสุด (28 เม.ย. 58) นายล้อม ศักดิหวาน อายุ 63 ปี เจ้าของบ้าน ได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป มาทำบุญถวายภัตตาหารที่บ้านหลังดังกล่าว โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาร่วมให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ไฟไหม้ปริศนา , ไฟไหม้ , พระสงฆ์

เจ้าของบ้านไฟไหม้ปริศนา นิมนต์พระ 9 รูป ทำพิธีปัดรังควานแก้เคล็ด

ทั้งนี้ จุดประสงค์การนิมนต์พระมานั้น เพื่อทำพิธีสวดปัดรังควานและแก้เคล็ดตามความเชื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งขณะที่ทำพิธีไฟก็ยังลุกไหม้ติดต่อกันถึง 3 ครั้ง รวมทั้งสิ้นตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา ไฟลุกไหม้แล้ว 213 ครั้ง

นอกจากนี้ วันที่ 29 เม.ย. 58 มหาวิทยาลัยทิกษิณ วิทยาเขตพัทลุง จะร่วมกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ส่งผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านลงพื้นที่ ใช้อุปกรณ์ตรวจหาสาเหตุและติดตั้งกล้องวงจรปิดทุกมุมบ้าน เพื่อเป็นข้อมูลในการค้นหาสาเหตุว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เดลินิวส์

MThai News

ตะลึง ! เปรู พบ ปลากระเบนยักษ์หนักเป็นตัน

กลุ่มประมงเปรู จับปลากระเบนตัวใหญ่ หนักกว่า 1.1 ตัน การขนส่งปลากระเบนลำบาก ด้วยขนาดตัวและน้ำหนัก ขนส่งด้วยเรือประมงไม่ได้

วันนี้ (28 เม.ย. 58) มีรายงานว่า กลุ่มชาวประมง ภูมิภาคทัมเบ ทางเหนือของเปรู พบปลากระเบนขนาดใหญ่ยักษ์ บริเวณลา ครอฟ เขตน่านน้ำทางตอนเหนือใกล้พรมแดนติดกับเอกวาดอร์ เมื่อ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่ามีน้ำหนักมากถึง 1.1 ตัน ลำตัวยาว 8 เมตร จากนั้นได้ขนส่งปลากระเบนด้วยกระบะลากจูง

02c497

นอกจากนี้ ปลากระเบนตัวดังกล่าวมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถนำไปไว้บนเรือประมงได้ กระทรวงทางน้ำของเปรู จึงติดต่อประสานงานข้อมูลจากกลุ่มชาวประมง เพื่อขอข้อมูลปลากระเบนกันต่อไป

02c499

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ tnnthailand

MThai News

นปช.ค้านกสท.สั่งปิด PEACE TV ชี้มีเบื้องหลัง

“ธิดา” ค้านมติ กสท.สั่งปิด PEACE TV ชี้มีเบื้องหลังสั่งการ ระบุเป็นการปิดปากคนเห็นต่าง ไม่ส่งผลดีกับคสช. ขณะ “ณัฐวุฒิ” ลั่นสู้ตามกฎหมายเต็มที่ ชี้มีการตั้งธงไว้ก่อนแล้ว

วันนี้(28 เม.ย.) นางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเพจ “อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ” ถึงกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีมติต่อกรณีออกอากาศรายการของช่อง PEACE TV ว่า มีเนื้อหาขัดกฎหมาย ก่อนมีคำสั่งปิดสถานี 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. และสามารถออกอากาศได้อีกครั้งในวันที่ 17เม.ย.ที่ผ่านมา

page

ซึ่งทางสถานีโทรทัศน์ PEACE TV ได้กลับมาออกอากาศตามปกติแล้วนั้น และวานนี้ (27 เม.ย.) ทางกสท. มีมติในที่ประชุมให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์สถานี PEACE TV

โดยนางธิดา ระบุว่า มีหลายคนเขียนใน Facebook ในทำนองว่า “อ.ธิดา ต่อว่ากสทช.ว่าไม่เข้าใจการเมืองที่ลงมติปิดพีซทีวี” ความจริงแล้ว ดิฉันพูดถึงคณะเบื้องหลังที่มีการสั่งการมายัง กสท. มากกว่า ว่าไม่เข้าใจสถานการณ์การเมือง การปิดพีซทีวี มีแต่จะทำให้สถานการณ์อึดอัดของประชาชนเพิ่มมากขึ้น การปิดปากคนที่เห็นต่างในระยะเวลาที่สำคัญเช่นนี้ ไม่เป็นผลดีกับประเทศ ไม่เป็นผลดีกับประชาชน และไม่เป็นผลดีกับ คสช.เอง

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ทางสถานียังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ แต่ที่ทราบจากข่าวคิดว่าคงจะเป็นมติให้เพิกถอนจริง ซึ่งขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังจะดำเนินการคัดค้านหรือปกป้องสิทธิ ในการดำเนินของ PEACE TV โดยอาจจะยื่นอุทธรณ์มติของ กสท. หรือไปที่ศาลปกครอง เพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว เนื่องจาก PEACE TV เป็นองค์กรภาคเอกชน ที่ประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

มตินี้นอกจากกระทบสิทธิเสรีภาพลแล้ว ยังกระทบการประกอบธุรกิจของสถานี้ด้วย ดังนั้นฝ่ายกฎหมายจึงใช้ช่องทางตามกฎหมายเพื่อปกป้องสถานีอย่างเต็มที่

ส่วนตัวเชื่อว่ามติแบบนี้มาจากอำนาจที่เหนือกสท. หากอธิบายว่าหยุดออกอากาศไปแล้ว 7 วัน แล้วกลับมาออกอีกทีเมื่อวันที่ 18 แล้วยังทำผิดอีกนั้น คงเข้าใจได้ทันทีว่า การหยุดออกอากาศครั้งที่แล้ว เพราะมีธงจะเพิกถอนในวันนี่้ เปรียบเป็นการให้ใบเหลืองก่อน เพื่อเป็นการสร้างความชอบธรรมในการให้ใบแดง

ตนก็ไม่เข้าใจผู้มีอำนาจในขณะนี้ว่า สถานการณ์ที่จำเป็นต้องได้รับความเห็นที่หลากหลาย เพื่อประโยชน์ในการร่างรัฐธรรมนูญ หรือสร้างความปรองดอง แต่กลับปิดกั้นช่องทางแสดงความเห็นที่แตกต่าง ก็เท่ากับว่าความคิดเห็นของคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ตรงกับผู้มีอำจ ถูกปฏิเสธที่จะรับฟัง แล้วแบบนี้บ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร

MThai News