เรียกสอบ’ไพวงษ์’รุกป่า-จ่อคดีมูนแดนซ์-คีรีมายา

ตร.เรียก‘ไพวงษ์ เตชะณรงค์’ และลูกสาว สอบปมโบนันซ่ารุกที่ป่า ลุ้นพรุ่งนี้ จนท.ลงตรวจ มูนแดนซ์-คีรีมายา ผิดด้วยหรือไม่

ความคืบหน้าสนามแข่งขันรถโบนันซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล สปีดเวย์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ของ นายไพวงษ์ เตชะณรงค์ นักธุรกิจใหญ่และนักการเมืองชื่อดัง บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเขาเสียดอ้า เขานกยูง และเขาอ่างหิน

วันที่ 27 เม.ย.58 พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ รอง ผบก.ภ.นครราชสีมา เผยว่า คดีนี้ พนักงานสอบสวนได้เรียกบุคคลที่มีชื่อในเอกสารสิทธิ์ น.ส.3ก.มาสอบสวน เพื่อประกอบสำนวน

ไพวงษ์ เตชะณรงค์, โบนันซ่า, เขาใหญ่, สนามแข่งรถโบนันซ่า, รุกที่ป่่า, ที่่ดินไพวงษ์

ไพวงษ์ เตชะณรงค์

แต่ในส่วนของ นายไพวงษ์ เตชะณรงค์ ผู้ถือสิทธิ์ครอบครอง น.ส.3ก.แปลงเลขที่ 926 (9-1-63 ไร่) , 927 (16-1-90 ไร่) รวมถึง น.ส.พรรณี สุจิรภิญโญกุล (น.ส.ภัสสรา เตชะณรงค์) ผู้ถือสิทธิ์ครอบครอง น.ส.3ก.แปลงเลขที่ 928 (16-1-50 ไร่) , 930 (7-1-20 ไร่) บุตรสาว ที่มีชื่อในเอกสารสิทธิ์ น.ส.3ก.

ยังไม่ติดต่อเข้าให้ปากคำ ทั้งนี้ ต้องสอบสวนให้หมดทุกคนที่เกี่ยวข้อง โดยจะให้น้ำหนักไปที่ 5 แปลง ส่วนแปลงที่ 6 ที่พบเพิ่มมานั้น ก็จะเรียกมาให้ปากคำเช่นกัน มั่นใจ สรุปสำนวนการสอบสวนส่งอัยการพิจารณาฟ้องศาล ได้ภายในเดือน พ.ค.นี้

ส่วนกรณีโครงการมูนแดนซ์ และคีรีมายา ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ คาด หลังจากชุดปฏิบัติการพิเศษกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบในวันพรุ่งนี้ (28 เม.ย.) อาจจะมีการแจ้งความดำเนินคดี

ขอบคุณข้อมูล naewna

MThai News 

ชัยราชวัตร โพสต์แซ่บ บ้านเกิดตัวเองไม่รัก ดัดจริตห่วงชาติอื่น

ชัย ราชวัตร โพสต์เฟซบุ๊ค แผ่นดินบ้านเกิดตัวเองยังไม่รัก อย่าดัดจริตมีคุณธรรมรักและห่วงใยแผ่นดินชาติอื่น

หลังจากวานนี้ ชัย ราชวัตร การ์ตูนนิสต์การเมืองอาวุโสชื่อดัง ได้โพสต์ ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค Chai Rachwat เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลว่า

“…รู้งี้ยอมขายบ้านขายรถซื้อทัวร์ให้พวกซาตานรกแผ่นดินบ้านเกิดทั้งแก๊ง ไปเที่ยวเนปาลและปีนเขาเอเวอร์เรสต์ตรงกับวันแผ่นดินไหว คงทำให้ชีวิตเรารู้สึกตื่นเต้นมีลุ้น เหมือนนั่งลุ้นหน้าจอทีวีวันหวยออก แค่ฝันเล่น ๆ ก็เป็นสุขแล้ว…”

ข้อความดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลาย ซึ่งหลายๆ คนมองว่า มันเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

cats

ล่าสุดชัย ราชวัตร ได้มีการโพสต์ข้อความเพิ่มเติม ว่า ผมเชื่อโดยสุจริตใจว่า การพูดคุยกันในเฟซบุ๊คเปรียบเหมือนการพูดคุยกับเพื่อน ๆ ในห้องอาหาร มันเป็นโต๊ะจองส่วนตัวเพื่อสังสรรค์ ส่วนคนอื่นไม่ได้รับเชิญอาจแอบได้ยินบ้าง ถ้าตั้งใจเงี่ยหูฟัง แต่คนมีสมบัติผู้ดีจะไม่สอด_เรื่องคนอื่นที่ไม่ได้รับเชิญให้แสดงความคิดเห็น

เมื่อวานผมรำพึงรำพันให้เพื่อน ๆ ฟังบนโต๊ะอาหารเรื่องความฝันใฝ่ส่วนตัว อยากให้พวกซาตานเนรคุณแผ่นดินบ้านเกิดไปทัวร์ที่เนปาลในวันเกิดแผ่นดินไหว โดยไม่ได้เอ่ยชื่อใครหรือกลุ่มคนใดทั้งนั้น ก็มีเพื่อนสื่อที่แสนดีใน__แอบมาเอาไปเปิดประเด็น เขี่ยลูกให้เพจเสื้อ_ไปเห่าหอนต่อๆ กันเกรียวกราวยังกะฤดูติด_

ผมก็งง มันรู้ได้ไงที่ผมเอ่ยถึงซาตานเนรคุณแผ่นดินนั่นหมายถึงพวกมัน เป็นซาตานก็เป็นซาตานใจเสาะโคด ๆ ยังไม่ทันเอ่ยชื่อชิงสารภาพก่อนเป็นแถวๆ

ไอ้คนแถวๆ นี้ที่เจอผมก็เห็นมันยกมือไหว้ผมประหลกๆ ลับหลังก็ผสมโรงไปติด_กะพวกนั้นทุกที _ก็เลยรู้ตอนพวกนั้นติด_ ไปร่วมกลุ่มในฐานะตัวเมีย อย่าให้_แฉ_ไปขอเศษเงินจากนักการเมืองชั่ว ๆ คนไหนบ้าง

ตรงไหนที่_ไปย่ำยีคนเนปาลที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก พวก_ไปอ่านเพจทุกเพจในกลุ่มพวก_ ว่า_รู้สึกยังไงกับโศกนาฎกรรมของชาวเนปาลคราวนี้ และก็ขอบอกให้พวก_รู้ก่อนคนอื่น ตอนนี้_กับศิลปินระดับแนวหน้าของประเทศหลายท่าน กำลังเร่งดำเนินการผลิตเสื้อยืดจำหน่ายเป็นการด่วน เพื่อหาทุนช่วยซับน้ำตาชาวเนปาลโดยส่งผ่านสภากาชาดไทย

แผ่นดินบ้านเกิดตัวเองยังไม่รัก อย่าดัดจริตมีคุณธรรมรักและห่วงใยแผ่นดินชาติอื่น

MThai News

ศาลสั่ง! รวมคดีไร่ส้ม เบี้ยวค่าโฆษณา อสมท.

ศาลสั่งรวมสำนวนฟ้อง “บ.ไร่ส้ม–สรยุทธ์” กับอดีต จนท.คิวโฆษณา อสมท. เบี้ยวจ่ายค่าโฆษณาส่วนเกินรายการ คุย คุ้ยข่าว ตามอัยการขอ เพื่อสะดวกพิจารณา นัดตรวจพยานอีกครั้ง 8 มิ.ย.

วันนี้(27 เม.ย.)  นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรข่าวชื่อดัง และกรรมการผู้จัดการบริษัท ไร่ส้ม กับตัวแทนบริษัทไร่ส้ม เดินทางมายังศาลอาญา ตามที่ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัทไร่ส้ม, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และ นางสาวมณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่บริษัทไร่ส้ม เป็นจำเลย 1-3

ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ, เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิด

p19csl26bf1lcl1u2vd02a9h9qt3

จากกรณี เมื่อระหว่างวันที่ 4 ก.พ.-28 เม.ย 2549 พวกจำเลย มอบเช็คสั่งจ่ายเงิน จำนวน 658,996 บาท ให้นางพิชชาภา หรือนางชนาภา หรือนางสุภัสชา เอี่ยมสะอาด หรือบุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) เพื่อไม่ให้ไม่เรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลาของรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ทำให้ บมจ.อสมท. เสียหาย 138,790,000 บาท

โดยวันนี้อัยการโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอรวมสำนวนคดีของบริษัทไร่ส้ม และสำนวนคดีของนางพิชชาภา เนื่องจากคดีมีพฤติการณ์เกี่ยวพันกัน และมีพยานหลักฐานชุดเดียวกัน ศาลเห็นว่าเพื่อสะดวกในการพิจารณาคดี จึงอนุญาตให้รวมสำนวน โดยให้นางพิชชาภา เป็นจำเลยที่ 1, บริษัทไร่ส้ม เป็นจำเลยที่ 2, นายสรยุทธ เป็นจำเลยที่ 3  และ นางสาวมณฑา เป็นจำเลยที่ 4

ขณะที่ทนายความจำเลยได้ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลเลื่อนนัดพร้อมประชุมคดีและตรวจพยานหลักฐานออกไปก่อน เนื่องจากติดว่าความคดีอื่น

ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้เลื่อนประชุมคดีและตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งวันที่ 8 มิ.ยน. เวลา 13.30 น. โดยให้โอกาสคู่ความยื่นคำโต้แย้งเกี่ยวกับคดีโดยละเอียดภายใน 15 วัน

ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์ออนไลน์

MThai News