กต.ทุ่มงบกว่า2แสนดอลลาร์ฯ ช่วยเนปาล

รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ หารือหน่วยงานรัฐบาลช่วยเหลือแผ่นดินไหวเนปาล เผยทุ่มงบกว่า2แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วย กต.แถลงยืนยันไม่มีคนไทยเสียชีวิต

วันนี้(27 เม.ย.) นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ประชุมหน่วยงานต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประเทศเนปาล หลังประสบเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีผู้แทนจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน) บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) สภากาชาดไทย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเข้าร่วม

d5641-900x450

โดยนายสุวัฒน์ แจ้งต่อที่ประชุมเบื้องต้นว่า เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้มีความแรงสุดที่สุดในรอบ 80 ปีของเนปาล มีผลกระทบต่อประชาชนชาวไทยที่เข้าไปและพำนักอยู่ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ประเทศไทยจึงแสดงความมีน้ำใจต่อเนปาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้พิจารณาดูแล ในการจัดส่งความช่วยเหลือชาวเนปาล และให้คนไทยในเนปาลกลับประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

ทั้งนี้ได้แจ้งให้ทราบผลการดำเนินงาน 2 วันที่ผ่านมาว่า กระทรวงการต่างประเทศได้อนุมัติเงินกว่า 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อช่วยเหลือ และเตรียมจัดส่งสิ่งของ การกู้ภัย การประชาสัมพันธ์ ไปยังเนปาล โดยสนามบินที่กรุงกาฐมาณฑุ ยังใช้งานได้ตามปกติ แต่ยังไม่สะดวกมากนัก

อีกทั้งได้ตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อให้การช่วยเหลือแก่เนปาล เพื่อประสานคนไทยในเนปาล และเพื่อประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงจะประสานไปยังรัฐบาลเนปาลโดยตรง เพื่อให้ความช่วยเหลือตรงตามต้องการ อีกทั้งประสานสถานทูตไทยในเนปาล ให้ใช้พื้นที่บริเวณรอบสถานทูต เป็นที่พำนักคนไทยชั่วคราวด้วย

ทั้งนี้นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยหลังการประชุมว่า ยอดผู้เสียชีวิตโดยรวมขณะนี้พุ่งสูงเกือบ 3 พันคนและอาจมีมากขึ้น เพราะยังมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาเป็นระยะ รวมทั้งยังต้องระวังถึงโรคระบาด การขาดแคลนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่กลับเข้าที่พักตามตึกใหญ่

ส่วนที่เนปาลประกาศงดเที่ยวบินในประเทศทุกเที่ยวบินแล้ว นายเสข ระบุว่า ปัญหาที่พบขณะนี้คือการสื่อสารที่ล่มเป็นระยะ ทำให้ติดต่อไม่ได้เป็นช่วงๆ ส่วนคนไทยในเนปาลขณะนี้ มีรายงานทางการว่ายังไม่มีผู้ใดเสียชีวิต เบื้องต้นสำรวจพบคนไทยที่ทำงานอยู่เนปาล 100 คน ในจำนวนนี้ 60 คนอยู่ในเมืองหลวง และพำนักที่บ้านทำเนียบทูตที่กรุงกาฐมาณฑุ เพื่อรอให้สถานการณ์สงบ โดยทุกคนปลอดภัยและยืนยันว่าจะไม่เดินทางกลับไทย ส่วนนักท่องเที่ยวไทยและผู้ที่ไปร่วมประชุมยังยืนยันตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตาม

ส่วนที่นางสาวมาริสา หรืออีฟ จิระวงศ์ ผู้ช่วยแพทย์ที่ถือสองสัญชาติไทย-สหรัฐฯที่มีข่าวว่าเสียชีวิต ขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากสถานทูตไทยที่กรุงกาฐมาณฑุอย่างเป็นทางการ ซึ่งทำให้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเสียชีวิตจริง และได้ให้สถานทูตไทยประสานสถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงกาฐมาณฑุแล้วเพื่อยืนยันความแน่ชัดอีกครั้ง โดยยังไม่ได้รับการประสานงานจากบิดามารดาด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน

MThai News

เทพชัย หย่อง แถลงย้ำจุดยืน ไม่ยอมให้อำนาจทุนครอบงำสื่อ ‘เนชั่น’

ผู้บริหารเครือเนชั่น แถลงการณ์ ย้ำจุดยืน ไม่ยอมรับการครอบงำอำนาจทุน หลัง SLC เข้าซื้อหุ้น บริษัท เนชั่น 

จากกรณีที่ บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) หรือ SLC ได้เข้ามาลงทุนซื้อหุ้น NMG หรือบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และมีการต่อต้านจากผู้บริหารเครือเนชั่น ล่าสุด วันนี้ (27 เม.ษ.)  นายเทพชัย หย่อง บรรณาธิการอำนวยการเครือเนชั่น ได้โพสต์แถลงการณ์คณะบรรณาธิการสื่อเครือเนชั่น ผ่านทางเฟซบุ๊ค “Thepchai Yong” โดยระบุว่า

10-3

แถลงการณ์คณะบรรณาธิการสื่อเครือเนชั่น

การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 เมษายนนี้ เป็นมากกว่าการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีปกติ แต่จะเป็นวันชี้ชะตาระหว่างนักสื่อสารมวลชนที่มีความเชื่อมั่นในความเป็นอิสระและความเป็นวิชาชีพในการรายงานข่าวสารสู่สังคม กับกลุ่มทุนที่เชื่อว่าเงินซื้อทุกอย่างได้

จุดยืนของคนในกองบรรณาธิการของทุกสื่อในเครือเนชั่นชัดเจนอย่างปราศจากข้อสงสัยใดๆ  ว่าเราไม่มีทางยอมรับการครอบงำไม่ว่าจะเป็นการครอบงำที่แฝงมากับอำนาจทุนหรืออำนาจการเมือง กว่า 40 ปี บนเส้นทางของสื่อสารมวลชนที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและความท้าทาย เราได้ผ่านวิกฤติในทุกรูปแบบ และได้พิสูจน์ให้สังคมได้เห็นว่า ในทุกสถานการณ์เราไม่เคยยอมสยบต่ออิทธิพลหรืออำนาจใดๆ ทั้งสิ้น

ความเป็นสื่อมืออาชีพที่ยึดประโยชน์สาธารณะเป็นที่ตั้งไม่ใช่อยู่ที่จำนวนหุ้นที่อยู่ในมือ แต่อยู่ในจิตวิญญาณของบุคลากรที่นำข่าวสารและความเห็นเสนอออกหน้าจอทีวี หน้าหนังสือพิมพ์และผ่านสื่ออื่นๆ ทุกวัน เป็นจิตวิญญาณที่ยึดมั่นในหลักจริยธรรมและไม่บิดเบี้ยวตามสถานการณ์  และเป็นจิตวิญญาณที่ไม่มีพื้นที่สำหรับความเป็น “สีเทา”

ไม่มีคำถามสำหรับทางเลือกของบรรณาธิการและผู้บริหารกองบรรณาธิการของทุกสื่อในเครือเนชั่น “ถ้ามีเขา ก็ต้องไม่มีเรา”

MThai News

10-1

มัลลิกาเฮ! ศาลยกฟ้อง หมิ่น ‘ปู’ ว.5โฟร์ซีซั่น

ศาลอาญา พิพากษายกฟ้อง ‘มัลลิกา’ คดีหมิ่นประมาท ‘ยิ่งลักษณ’ ปมว.5 โฟร์ซีซั่น ชี้หลักฐานไม่เพียงพอ

วันนี้(27 เม.ย.) ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษาคดีที่อัยการและนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ร่วมยื่นฟ้อง นางมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ จำเลยฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา

ศาลยกฟ้องมัลลิกา

ยิ่งลักษณ์-มัลลิกา

จากกรณีเมื่อวันที่ 19-20 ก.พ.2555 นางมัลลิกา ได้แถลงข่าวหมิ่นประมาท นางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นว่ามีพฤติการณ์ และความประพฤติผิดจริยธรรม กรณีประชุมร่วมนักธุรกิจ ว.5 โรงแรมโฟร์ซีชั่น

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่ได้นำนักธุรกิจ ที่เข้าร่วมประชุมมาเบิกความเป็นพยาน ยังมีข้อสงสัยว่าเข้าประชุมจริงหรือไม่ และไม่ได้แจ้งกำหนดการประชุมให้สื่อมวลชนทราบ ยังเป็นที่สงสัยแห่งสาธารณชน ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ได้ออกมาชี้แจงหรือแถลงข่าว

นางมัลลิกา จำเลย ในฐานะโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ย่อมมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ แถลงข่าวติชมด้วยความเป็นธรรม จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ พิพากษายกฟ้อง

ภายหลังฟังคำพิพากษานางมัลลิกา ระบุว่า ขอขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม และตนในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ จะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารต่อไป

MThai News