จับตา! ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับกทม.เที่ยงนี้

เที่ยงนี้ ดวงอาทิตย์ตั้งฉากในเขตกรุงเทพฯ ได้รับพลังงานเต็มที่ แต่อุณหภูมิอาจสูงไม่ถึงตามที่คาดการณ์ไว้ 

นายศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กล่าวว่า เวลาประมาณ 12.18 น. วันนี้ (27 เม.ย. 58) ตามเวลาประเทศไทย ดวงอาทิตย์โคจรอยู่ในแนวตั้งฉากกับเขตกรุงเทพมหานคร ผ่านเหนือศีรษะของเราพอดี ทำให้ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่ แต่อุณหภูมิจะสูงที่สุดหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างทางอุตุนิยมวิทยา ซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิไม่สูงที่สุดตามที่คาดการณ์กันไว้

ดวงอาทิตย์ , ตั้งฉาก , เที่ยงนี้ , อากาศร้อน

เที่ยงนี้ดวงอาทิตย์ตั้งฉากที่กทม. อุณหภูมิอาจไม่สูงตามที่คาดการณ์

นอกจากนี้ การที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับพื้นโลกเป็นเหตุการณ์ปกติ เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อน ระหว่างแนวละติจูด 5-20 องศาเหนือ ประเทศที่อยู่ในเขตร้อนจะมีวันที่ดวงอาทิตย์ผ่านใกล้จุดเหนือศีรษะมากที่สุด ปีละ 2 วัน

โดยจะมีคาบการโคจรพาดผ่านแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดของประเทศไทย จึงเห็นดวงอาทิตย์ผ่านเหนือศีรษะไม่พร้อมกัน และในครั้งต่อไปดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่มาอยู่ในแนวตั้งฉากกับกรุงเทพมหานครอีกครั้งช่วงฤดูฝน ประมาณวันที่ 16-17 ส.ค.นี้

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด

MThai News

แว้นแหกด่าน ซิ่งชนตำรวจเจ็บ อ้างกลัวความผิด

แว้นแหกด่าน ซิ่งชนตำรวจเจ็บ ย่านบางขุนเทียน อ้างกลัวความผิด เหตุไม่สวมหมวก-ติดป้ายทะเบียน  

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกวัยรุ่นซิ่งจักรยานยนต์เฉี่ยวชนจนได้รับบาดเจ็บ ขณะตั้งด่านตรวจป้องกันการแข่งซิ่งประลองความเร็วที่บริเวณหน้าปั๊ม ปตท. ถนนกัลปพฤษ์ขาเข้า แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ ร.ต.ท.ปัญจ์ ไตรสินสมบูรณ์ รองสวป.สน.บางขุนเทียน ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นคือ นายสุระศักดิ์ หรือโอ๊ค บุตรชัยภูมิ อายุ 21 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ

เด็กแว้น, ชนตำรวจ, ด่านตรวจ

ด่านตรวจ

ทั้งนี้จากการสอบสวนได้ความว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตั้งด่านตรวจนั้น ได้มีรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110 สีน้ำเงินดำ ไม่ติดหมายเลขทะเบียน มีผู้ชายขี่และซ้อนท้ายกันมา 2 คน ตรงเข้ามาที่ด่านด้วยความเร็วไม่มีทีท่าจะจอด ร.ต.ท.ปัญจ์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่จึงแสดงสัญญาณให้หยุด แต่ผู้ก่อเหตุกลับขี่รถพุ่งชนร.ต.ท.ปัญจ์ จนกระเด็นและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ขณะที่ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าที่ทำไปเพราะกลัวความผิดเนื่องจากไม่สวมหมวกกันน็อค และไม่ติดป้ายทะเบียน เมื่อเห็นด่านตรวจจึงคิดหนี เลยพุ่งเข้าชนด่าน แต่ไม่คิดว่าจะชนตำรวจ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหนัก 4 ข้อหา ทั้งหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งกระทำตามหน้าที่, ใช้รถ จยย.ที่ยังไม่จดทะเบียน, ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ จยย. และไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่รถ จยย. จากนั้นได้คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

MThai News

ปลอดภัย! 24คนไทยรอดแผ่นดินไหวเนปาล

การบินไทยนำผู้โดยสารชุดแรกจากเนปาล 416 คน กลับถึงสุวรรณภูมิ 2 เที่ยวบิน 24 คนไทยรอดแผ่นดินไหว กลับบ้านปลอดภัย รวมซุปเปอร์บอร์ด กสทช.

วานนี้ (26 เม.ย.) ภายหลังจากสนามบินนานาชาติตรีภูวันในกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ต้องปิดทำการหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว โดยทางการได้ตรวจสอบด้านความปลอดภัยของสนามบินทั้งหมด และประกาศให้กลับมาเปิดใช้ได้เมื่อช่วงบ่ายนั้น

Capture

ล่าสุดการบินไทยได้ทำการบินเพื่อไปรับผู้โดยสารที่ตกค้างกลับมายังกทม. รวม 2 เที่ยวบิน รวม 416 คนได้แก่ เที่ยวบินTG 3209 บรรทุกผู้โดยสารจำนวน 258 คน ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 18.30 น.และเที่ยวบิน TG 320 บรรทุกผู้โดยสารจำนวน 158 คน เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 19.45 น.

สำหรับคนไทยที่เดินทางกลับมาเป็นกลุ่มแรกนี้ เดินทางมากับสายการบินไทยเที่ยวบิน TG 3209 จำนวน 11 คน และเที่ยวบินที่ TG 320 จำนวน 13 คน ซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ

โดยนายณัฐพล จรูญศักดิ์ อายุ 32 ปี อาชีพช่างภาพอิสระ กล่าวว่า ตนพร้อมเพื่อนรวม 4 คนเดินทางไปปีนเขาชั้นเบสแคมป์ที่ยอดเขาเอเวอร์เรสตั้งแต่วันที่ 8-25 เม.ย.ที่ผ่านมา และตามกำหนดคือจะเดินทางกลับวันที่25 เม.ย. แต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวก่อน โดยวันที่เกิดแผ่นดินไหวอยู่ระหว่างรอขึ้นเครื่องบินกลับ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติตรีภูวัน กรุงกาฐมาณฑุ จู่ๆก็มีแรงสั่นสะเทือนเหมือนมีคนเอาปั้นจั่น 10 ตัวมากระแทกพร้อมกัน จึงบอกเพื่อนๆที่ไปด้วยกันให้หาที่หลบภัย ก่อนสนามบินจะอพยพให้ทุกคนออกไปยืนอยู่ที่รันเวย์แทน เพื่อความปลอดภัย

จากนั้นก็มีอาฟเตอร์ช๊อคเรื่อยๆ จนกระทั่งสายการบินแจ้งว่าต้องยกเลิกเที่ยวบินไม่สามารถกลับได้ ตอนนั้นติดต่อสถานทูตยังไม่ได้ จึงชวนเพื่อนออกไปหาที่พักใกล้ๆกับสนามบิน โดยมีชาวอินเดียและสัญชาติอื่นรวมกลุ่มอยู่ด้วยกัน จนกระทั่งเช้าสามารถติดต่อสถานทูตและสายการบินได้ ก็เลยทราบว่าจะมีเที่ยวบินมาไทยเที่ยวแรกตอน 13.30น.จึงมาลงชื่อเพื่อเดินทางกลับ ซึ่งก่อนที่เครื่องบินจะขึ้นก็เกิดอาฟเตอร์ช๊อคอีกรอบ

ด้านนายประเสริฐ อภิบุญญา ซุปเปอร์บอร์ด กสทช. กล่าวว่า เดินทางไปประชุมเกี่ยวกับรถยนต์ที่เมืองกาฐมาณฑุตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา ขณะเกิดเหตุอยู่ระหว่างประชุมที่โรงแรมในเมือง ทำให้ต้องยกเลิกการประชุม ช่วงแรกไม่สามารถติดต่อใครได้เพราะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แต่ยังพอมีสัญญาณอินเทอร์เน็ต จึงติดต่อเพื่อนที่กรุงเทพฯขอความช่วยเหลือ ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจำเป็นต้องนอนที่สนามบิน ค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากสนามบินไม่ใหญ่ และมีผู้ประสบภัยจำนวนมาก จึงไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง

ทั้งนี้ยังมีคนไทยที่พำนักอยู่ในสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประมาณ 50 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มข้าราชการและครอบครัว 20 คนและกลุ่ม คนไทยที่อยู่อาศัยในกรุงกาฐมาณฑุ 30 คนซึ่งทุกคนปลอดภัยดี และแจ้งความประสงค์ยังไม่กลับประเทศ

ขอบคุณภาพจาก เดลินิวส์ออนไลน์

MThai News