ค้นบ้านผู้ต้องหา’ยูฟัน’ รายที่13 ยึดบ้าน-รถหรูกว่า30ล้าน!

ผู้ต้องหา ‘ยูฟัน’ รายที่ 13 ขอมอบตัวยืนยันความบริสุทธิ์ใจ เรียกร้องผู้บริหารยูฟันออกป้องสมาชิก ขณะตำรวจนำตัวค้นบ้านย่านรัชดา อายัดบ้าน-รถหรูกว่า 30 ล้าน จ่อหมายจับรายที่ 14

วันนี้ (26 เม.ย.) พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. นำตัว น.ส.พีรญา หาญพรม หรือ เอ๋ อายุ 27 ปี หนึ่งในสมาชิกลำดับต้นๆของ บริษัท ยูฟัน ไทยแลนด์ ผู้ต้องหาตามอนุมัติหมายจับรายที่ที่ 13 ฐานร่วมกันกู้ยืมเงิน ซึ่งเป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งน.ส.พีรญา ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวคืนที่ผ่านมาหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับวานนี้(25 เม.ย.)

ค้นบ้านผู้ต้องหา'ยูฟัน' รายที่13 ยึดบ้าน-รถหรูกว่า30ล้าน!

น.ส.พีรญา หาญพรม ผู้ต้องหายูฟัน รายที่13

โดยตำรวจนำกำลังเข้าตรวจบ้านเลขที่ 78/40 ในหมู่บ้านแกรนด์ แบงคอก บูเลอวาร์ด รัชดา-รามอินทรา 2 จากการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบว่าเป็นบ้านที่กำลังก่อสร้างตกแต่งภายใน ยังไม่ได้มีการใช้พักอาศัย มูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท และพบรถหรู 1 คันมูลค่า 2 ล้าน

โดยน.ส.พีรญา กล่าวยอมรับว่า ตนเองเป็นสมาชิกลำดับแรกๆที่รู้จักกับเครือข่ายยูฟัน มีสมาชิกลูกข่ายกว่า 2 หมื่นคน เมื่อทราบว่าถูกออกหมายจับ จึงเดินทางขอเข้ามอบตัว เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดีกับบริษัท ยูฟัน ไทยแลนด์ จำกัด ยืนยันว่าสมาชิกหลายคน เข้ามาร่วมลงทุนด้วยความบริสุทธิ์ใจ พร้อมเรียกร้องให้ผู้บริหารออกมาปกป้องสมาชิก ไม่ใช่ให้สมาชิกปกป้องตนเอง และฝากถึงสมาชิกทุกคนให้ยอมรับความจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ด้านพล.ต.ท.สุวิระ ระบุว่า ทางตำรวจและ ปปง. จะทำการอายัดทรัพย์สินที่ตรวจพบไว้ เพื่อดำเนินการชดใช้คืนให้กับผู้เสียหาย ซึ่งน.ส.พีรญา ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับที่ยังคงหลบหนี ไม่มีการติดต่อเพื่อขอมอบตัว และในการหาผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ล่าสุด เจ้าหน้าที่เตรียมจะทำการออกหมายจับผู้ต้องหารายที่ 14 ในเร็วๆนี้ โดยกำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ไม่ขอเปิดเผยว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นชาวไทยหรือต่างชาติ เพราะเกรงว่าจะหลบหนี

สำหรับคดีดังกล่าวนั้น ขณะนี้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องแล้วทั้งสิ้น 13 คน ส่วนที่ยังหลบหนีต่างประเทศมี 6 คน ซึ่งล้วนเป็นตัวการใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอย่างแน่นอน แต่ต้องรอการสืบสวนขยายผลต่อไป

MThai News

มโนไปโน่น! หญิงปริศนา’คำชะโนด’ ที่เเท้

มโนไปโน่น! หญิงปริศนา’คำชะโนด’ ที่เเท้ เพียงชาวบ้านที่มายืนดู เท่านั้น 

หลังจากชาวเน็ตไห้มีการแชร์ภาพจาก เฟซบุ๊กเพจ บ้านดุง ทูเดย์ โดยเป็นภาพของ อธิชาติ-นัท มีเรีย ซึ่งเดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คำชะโนด อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันพุธที่ผ่ามา (22 เมษายน 2558)

และมีผู้สังเกตเห็นความผิดปกติในภาพ ๆ หนึ่ง ที่ปรากฏบุคคลปริศนา ลักษณะเป็นหญิงสูงวัย มีใบหน้าขาวซีดผิดกับคนอื่น ๆ ในภาพอย่างเห็นได้ชัด จนใครต่อใครต่างคาดเดากันว่า สงสัยจะเป็นชาวเมืองคำชะโนดมาร่วมงานด้วยตัวเอง กลายมาเป็นที่ฮือฮาและชวนขนลุกไปตาม ๆ กัน

อย่างไรก็ตามมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าบุคคลดังกล่าวอาจเป็นเพียงชาวบ้านที่มายืนดู เท่านั้น โดยใบหน้าซีดผิดมนุษย์น่าจะเป็นเพียงความผิดปกติที่เกิดจากกล้อง

ก่อนที่ต่อมาจะได้มีผู้นำภาพในมุมต่าง ๆ มาเปรียบเทียบให้เห็นกันชัด ๆ ว่าแท้ที่จริงแล้ว คุณยายคนดังกล่าวเป็นมนุษย์ปกติเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งลี้ลับดังที่ร่ำลือกันไป

รูปภาพจาก บ้านดุง ทูเดย์

MThai News

นายกฯ สั่งช่วยดินไหวเนปาล ดูแลคนไทย

นายกรัฐมนตรี สั่งสาธารณสุข,กองทัพ จัดทีมแพทย์เตรียมบรรเทาทุกข์แผ่นดินไหวเนปาล พร้อมกำชับ กต. ดูแลคนไทย

พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 80 ปีที่ประเทศเนปาลว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข พร้อมกองทัพ จัดเตรียมทีมแพทย์และชุดบรรเทาสาธารณภัยเฉพาะกิจ เพื่อส่งเข้าไปบรรเทาทุกข์ตามหลักมนุษยธรรมในประเทศเนปาลโดยเร็วที่สุด

แผ่นดินไหวเนปาล, ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แผ่นดินไหวเนปาล

แม้สนามบินกาฐมาณฑุจะปิดให้บริการแล้ว ก็สามารถเดินทางไปยังจุดที่ใกล้ที่สุดแทน เพื่อเดินทางต่อเข้าไปยังจุดภัยพิบัติต่อไป ทั้งนี้ อยูในระหว่างการประสานงานกับสถานฑูต นอกจากนี้ รัฐบาลขอเชิญชวนคนไทย ร่วมบริจาคสิ่งของ และปัจจัย เพื่อการดำรงชีพสำหรับผู้ประสบภัยในประเทศเนปาลได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรวบรวมจัดส่งไปบรรเทาความเดือดร้อนในนามประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการช่วยเหลือคนไทยที่อาจได้รับผลกระทบในเนปาล โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้สถานทูตไทย ดูแลประสานความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด หากผู้ใดต้องการเดินทางกลับก็ให้ดำเนินการส่งกลับตามระเบียบปฏิบัติที่วางไว้ของกระทรวงการต่างประเทศ