รถบรรทุกพลทหารเบรกแตกเสียหลักพุ่งลงจากเขาสมอแคลง ชนรั้วบ้านประชาชน เจ็บนับ 10 นาย ขณะเดินทางกลับจากพิธีเททองหล่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขา
ตำรวจ สภ.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพลทหารเบรกแตกเสียหลักพุ่งลงจากเขาสมอแคลง ข้ามถนนขนาด 4 เลน พุ่งชนรั้วบ้านเรือนประชาชน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนเส้นพิษณุโลก-วังทอง ฝั่งขาเข้าเมือง หมู่ 11 ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกู้ชีพโรงพยาบาลวังทอง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพารีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุริมถนนหน้าบ้านเลขที่ 453 หมู่ 11 ต.วังทอง

พบรถบรรทุก 4 ล้อ ขนาด 2 ตันครึ่ง ยี่ห้ออีซูซีสีเขียว ทะเบียนกงจักร หมายเลข 93213 สังกัด ป.พัน 104 ค่ายเอกาทศรถ ชนกับเสารั้วประตูหน้าบ้านเข้าไปด้านใน สภาพกระจกหน้าแตกพังเสียหายพังยับเยิน โดยมีพลทหารรวมทั้งพลขับจำนวน 11 คน ที่โดยสารมากับรถคันดังกล่าว ได้รับบาดเจ็บด้านกระดูก และมีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง นอนร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงออกมาจากตัวรถ พร้อมนำตัวส่งที่โรงพยาบาลวังทองเพื่อทำการรักษาในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนนายธนวรรษ์ นิธิปัญญา อายุ 42 ปี เจ้าของบ้าน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองพร้อมด้วยแฟนสาวได้ขับรถกลับมาจากทำธุระที่ในตัวเมืองพิษณุโลก และได้จอดรถยนต์ไว้ริมถนน จากนั้นได้เปิดประตูรั้วเดินเข้ามาในบ้านได้เพียงไม่กี่นาที ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงรถยนต์ชนกับเสาประตูรั้วพุ่งเข้ามาด้านในเสียงดังสนั่น เมื่อวิ่งออกมาดูจึงพบว่าเป็นรถบรรทุกพลทหาร โชคดีที่ตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด รอดตายราวปาฏิหาริย์ แต่พลทหารได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
ต่อมา พล.ต.คู่ชีพ เลิศหงิม รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผบ.พล.ร.4 เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเอง โดยก่อนหน้านี้กองทัพภาคที่ 3 ได้จัดให้มีพิธีเททองหล่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ มณฑลพิธีลานพระมหาชัยเจดีย์ศรีสมอแคลง ยอดเขาสมอแคลง มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่และกำลังพลในสังกัดมาร่วมงานจำนวนมาก
เมื่อเสร็จสิ้นพิธีขณะเดินทางกลับ ซึ่งเป็นทางลาดชันลงเขา รถบรรทุกคันเกิดเหตุอาจเกิดเบรกแตกจนไม่สามารถเบรกรถได้ทัน จึงพุ่งลงมาจากเขาด้วยความเร็วสูง จนมาชนกับรั้วบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ซึ่งกองทัพภาคที่ 3 พร้อมจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อไป.
ข่าวจาก/ สำนักข่าวไทย
MThai News
