แม่หลวงกุ้งเปลี่ยนใจไม่อำลาออกผู้ใหญ่บ้าน

แม่หลวงกุ้ง เปลี่ยนใจไม่ลาออกจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน หลังได้รับกำลังใจท่วมท้นให้ทำงานต่อ ลั่นขอสานต่องานจนสำเร็จ

จากกรณีที่ น.ส.สุพัตรวี อยู่แพทย์ อายุ 35 ปี หรือแม่หลวงกุ้ง ผู้ใหญ่บ้านที่สวยที่สุดในไทย ได้ยื่นหนังสือถึงนายอำเภอขอลาออกจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต. หนองหอย อ. เมือง จ. เชียงใหม่ เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนในการทำงาน แถมถูกการเมืองกดดันทางการเมือง จนเกิดเป็นกระแสทำให้คนเสียดาย ก่อนจะมีคนเข้าไปให้กำลังใจ และอยากให้แม่หลวงกุ้งทำหน้าที่ต่อ โดยเฉพาะนายอำเภอที่ได้ระงับใบลาออกไว้แล้วให้กลับไปคิดทบทวนอีกครั้งตามที่ได้เสนอข่าวไปนั้น

แม่หลวงกุ้ง, ผู้ใหญ่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศ

แม่หลวงกุ้ง

ล่าสุดได้มีรายงานข่าวเผยว่าแม่หลวงกุ้งได้ประกาศเปลี่ยนใจ ไม่ลาออกจากการเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้ว และจะขอสานต่องาน ทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านจนสำเร็จ โดยในวันที่ 25 เมษายน 2558 แม่หลวงกุ้งก็จะเข้าร่วมประชุมกับเทศบาลหนองหอย ก่อนเดินทางไปประชุมกับอำเภอเมืองเชียงใหม่ ทั้งนี้ก็คงต้องจับตาดูว่าการทำงานของแม่หลวงกุ้งจะเป็นอย่างไรต่อไป ราบรื่นดีหรือไม่ เพราะเธอให้เหตุผลของการลาออกว่า ถูกกดดันจากการเมืองท้องถิ่น ไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

MThai News

‘ขอนแก่น’ทุ่มงบ 80ลบ.เจาะน้ำบาดาลต้านภัยเเล้ง

‘ขอนแก่น’ทุ่มงบ 80ลบ.เจาะน้ำบาดาลต้านภัยเเล้ง ลุย 400 แห่ง ใน 26 อำเภอ

นายศิวาโรจน์ มุ่งหมายผล รองผู้ว่าราชการ จังหวัด  ขอนแก่น เปิดเผยว่า ทางจังหวัดขอนแก่น จึงได้จัดอบรมการบริหารจัดการกลุ่มผู้ใช้น้ำบาดาล เพื่อการเกษตรและส่งมอบโครงการให้กับเกษตรกร ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อจัดหาน้ำสะอาดสำหรับอุปโภค-บริโภค

เนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้งจัดประกอบกับภาวะฝนทิ้ง ส่งผลให้เกิดภัยแล้งลุกลามขยาย วงกว้างในพื้นที่ภาคอีสานรวมถึง จ.ขอนแก่น ทำให้แหล่งน้ำ สำคัญหลายแห่งแห้งขอดและเกิดผลกระทบหนักต่อภาคเกษตรกรรม พื้นที่เพื่อการเกษตรนอกเขตชลประทาน เสียหายกว่า 3.7 ล้าน ไร่

รูปภาพประกอบข่าว

รวมถึง จัดสรรงบประมาณรายจ่าย ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2558 รวมกลุ่มผู้ใช้น้ำและเกษตรกรผู้เสียสละพื้นที่ตั้งของบ่อบาดาล จำนวน 50 แห่ง 50 กลุ่มเกษตรกรใน จ.ขอนแก่น

เพื่อดำเนินโครงการขุดเจาะ บ่อบาดาลพร้อมระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าในพื้นที่ที่มีศักยภาพ 400 แห่ง ด้วยงบประมาณขุดเจาะทั้งสิ้นกว่า 80 ล้านบาท ในพื้นที่ 26 อำเภอ เพื่อดึงน้ำจากใต้ดินนำมาใช้บรรเทาความเดือดร้อนช่วยเหลือประชาชนในช่วงหน้าแล้ง

ที่มา

MThai News

รวบนายกอบต.ไทรน้อย คาห้องประชุม เหตุเอี่ยวยิงปลัดสาหัส

ตร.รวบนายกอบต.-พวก หลังบงการยิงปลัด อบต.ไทรน้อย เหตุไม่พอใจเปิดโปงทุจริตการจัดซื้อรถดูดโคลน 17 ล้าน

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (24เม.ย.58) ตำรวจภูธรภาค 1 ตำรวจ ภ.จ.นนทบุรี สืบสวน สภ.ไทรน้อย และกำลังเจ้าหน้าที่ ทหาร ปตอ.พัน.6 จำนวน 100 นาย ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายหยด เอี่ยมอาจ อายุ 59 ปี นายก อบต.ไทรน้อย ขณะกำลังประชุมเจ้าหน้าที่ อบต. ส่วนนายสมใจ เอี่ยมอาจ รองนายก อบต.ไทรน้อย และนายศรายุทธ์ ธูปแก้ว จับกุมที่บ้านพัก

อบต.ไทรน้อย, ยิง, ปลัดอบต, จับนายก อบต.ไทรน้อย

ซึ่งการเข้าจับดังกล่าวสืบเนื่องจากนายอภิวัฒน์ หรือวัฒน์ ฟักแย้ม อายุ 45 ปี และนายสำเภา หรือเภา เผือกหอม อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีในคดีลอบยิงนายไพรัตน์ วิพัฒน์ครุฑ อายุ 51 ปี ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลไทรน้อย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อเวลา18.00 น. ของวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ซัดทอดว่านายหยด และพวกเป็นผู้ร่วมบงการสังหารปลัดอบต. คนดังกล่าว และจากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ

สำหรับสาเหตุการสังหารมาจากเรื่องนายไพรัตน์ ปลัด อบต.ไทรน้อย ไปร้องกล่าวโทษที่สำนักงาน ป.ป.ช. เรื่องการจัดซื้อรถดูดโคลน ราคา 17 ล้านบาท มีเจ้าหน้าที่ส่อทุจริต หลังเข้าให้ปากคำประมาณ 1 อาทิตย์ ก็ถูกคนร้ายลอบยิงดังกล่าว

ทั้งนี้ในช่วงหนึ่งระหว่างการแถลงข่าว นายไพรัตน์ ปลัดอบต. ได้เดินมาที่ห้องแถลงข่าวเพื่อดูหน้ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุร่วมกันพยายามฆ่า นายอภิวัฒน์ และนายสำเภา ผู้ต้องหาทั้งสองคนยกมือไหว้ขอขมา แก่นายไพรัตน์ โดยนายไพรัตน์กล่าวทั้งน้ำตาว่าขออโหสิกรรมให้กับผู้ที่ร่วมกันก่อเหตุในครั้งนี้ ตนได้ชดใช้กรรมแล้ว อย่าได้จองเวรกันอีกขออยู่อย่างสงบสุข จากนั้นตำรวจนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้วนำตัวไปควบคุมที่ สภ.ไทรน้อยต่อไป

ขอบคุณภาพ tnamcot

MThai News