ส่งผลDNA ผตห.เกาะเต่าให้ หมอพรทิพย์ ตรวจ

ศาลจังหวัดเกาะสมุยเบิกตัว 2 ผู้ต้องหาชาวพม่า เข้าฟังการตรวจหลักฐานในคดีเกาะเต่า

จากกรณีคดีฆาตกรรม น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ และ นายเดวิด วิลเลียม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี นั้น ล่าสุด (30 เม.ย. 58) ศาลจังหวัดเกาะสมุย ได้เบิกตัวผู้ต้องหาคดีดังกล่าว 2 ราย คือ นายซอ ลิน หรือโซเรน และ นายเวพิว หรือวิน ชาวพม่า เข้าฟังการตรวจพยานหลักฐานในคดีนี้ ก่อนมีการไต่สวน

ทั้งนี้ นายนคร ชมพูชาติ ที่ปรึกษาสภาทนายความ ในฐานะทนายความของ 2 ผู้ต้องหาชาวพม่า ได้เดินทางมาตรวจพยานหลักฐาน ก่อนจะมีการไต่สวนในคดีนี้ตามที่ศาลจังหวัดเกาะสมุยได้นัดหมาย ซึ่งในวันนี้ทางทีมทนายความจะยื่นขอหลักฐาน ผลตรวจ DNA ของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ที่ทางอัยการจังหวัดเกาะสมุยส่งให้ศาลตรวจสอบ

คดีเกาะเต่า , สมุย , เกาะสมุย , พม่า

ศาลเบิก 2 ผู้ต้องหาฆ่านักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า ฟังการตรวจหลักฐาน

นอกจากนี้ นายนคร ชมพูชาติ เผยว่า ฝ่ายจำเลยได้ยื่นร้องขอให้ฝ่ายโจทก์ส่งพยานหลักฐานการตรวจดีเอ็นเอมาให้ทาง แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ทำการตรวจสอบเป็นครั้งที่สอง เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย โดยศาลได้อนุญาตตามที่ฝ่ายจำเลยร้องขอแล้ว

อย่างไรก็ตามการขอวัตถุพยานดีเอ็นเอดังกล่าวไปตรวจอีกครั้ง ไม่ใช่ไม่ไว้ใจผลการตรวจสอบของตำรวจ แต่เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูล ทีนิวส์

MThai News

คลิประทึก! เสี้ยววินาทีช่วยเด็กก่อนที่บันไดล้มทับ

คลิประทึก บันไดอลูมิเนียม ล้มเกือบจะทับร่างหนูน้อยวัยประมาณ 2 ขวบ

มีการเผยแพร่คลิปจากกล้องวงจรปิด เมื่อเกิดลมพัดแรง คล้ายพายุหมุนเล็กๆ พัดเอาบันไดอลูมิเนียม ล้มเกือบจะทับร่างหนูน้อยวัยประมาณ 2 ขวบ ที่นั่งอยู่ โชคดีที่มีหญิงคนหนึ่งเดินผ่านมา และตรงเข้าไปอุ้มหนูน้อยรายนี้ออกจากจุดดังกล่าว

เพียงเสี้ยววินาที ไดอลูมิเนียมก็ล้มลงมาตรงจุดที่หนูน้อยคนนี้นั่งอยู่พอดี หากหญิงสาวคนดังกล่าวเข้ามาช่วยเด็กน้อยรายนี้ไม่ทัน คงจะทำให้เด็กน้อยได้รับบาดเจ็บแน่นนอน

cats

เมื่อคลิปเผยแพร่ออกไป ก็มีเสียงชื่นชมหญิงคนนี้ที่ช่วยเหลือหนูน้อยไว้ได้ทัน ทั้งนี้ได้มีบางคนตำหนิ พ่อแม่ ผู้ปกครองของหนูน้อยรายนี้ ที่ปล่อยให้ลูกน้อยออกมาเล่นริมถนน ซึ่งอาจเกิดอันตรายที่ไม่คาดคิดขึ้นได้

MThai News

บุญทรง-ภูมิ-มนัส เบี้ยวตอบสนช. ปมข้าวจีทูจี

บุญทรง-ภูมิ-มนัส ส่งหนังสือปฎิเสธ เข้าตอบข้อซักถาม สนช. อ้างเกรงกระทบรูปคดี ขณะเดียวกัน มติที่ประชุมกำหมด 7 พ.ค. แถลงปิดคดี และลงมติถอดถอน 8 พ.ค.นี้

03-5-1

ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าประชุม สนช.พิจารณา ถอดถอน “บุญทรง-ภูมิ-มนัส” กรณีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือ จีทูจี ว่า ได้เริ่มกระบวนการซักถามเมื่อเวลา 09.15 น.โดยทางฝ่าย ปปช. มีนาย วิชา มหาคุณ ตัวแทนปปช.มาเป็นผู้ตอบข้อซักถาม ส่วนผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามได้ทำหนังสือปฎิเสธต่อสนช.ในการเข้าตอบข้อซักถาม เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบกับรูปคดีที่ค้างอยู่ในศาล

ด้านนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก สนช.ในฐานะกรรมาธิการซักถาม กล่าวว่า ผลการตัดสินใจลงมติว่าจะถอดถอดหรือไม่เป็นสิทธิ์ของสมาชิก และ ไม่ได้เป็นการแทรกแซงอำนาจศาล ตามที่ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาได้อภิปรายไว้ในวันแถลงเปิดคดี

จากนั้นได้เริ่มการซักถาม ซึ่งคณะกรรมาธิการซักถามได้ถามฝ่ายปปช. ในฐานะผู้กล่าวหาเกี่ยวกับอำนาจถอนถอนนายมนัส ในฐานะอดีตข้าราชการไม่ใช่นักการเมือง จะสามารถทำได้หรือไม่ และตามที่ ปปช.ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่านายบุญทรงและนายภูมิ มีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญาเป็นความผิดจากสาเหตุใด

ขณะที่ นายวิชา ระบุว่าเป็นความผิดฐานฮั้วประมูลจากการร่วมมือสามฝ่าย ได้แก่นักการเมือง ข้าราชการ และเอกชน โดยการผูกขาดให้บริษัทสยามอินดิก้าผู้ร่วมกระทำผิด เข้ามาซื้อขายข้าวแต่เพียงผู้เดียว ไม่ได้เปิดให้มีการประมูลอย่างเป็นธรรม

ส่วนกรณี นายมนัส นั้น สนช.มีอำนาจพิจารณาถอดถอนเพื่อตัดสิทธิ์การดำรงตำแหน่งทางการเมืองและตำแหน่งระดับสูงอื่นๆได้ เนื่องจากนายมนัส เป็นข้าราชการระดับสูง ที่กระทำผิดหลักจริยธรรม ซึ่งเป็นไปตามม. 4 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542

สำหรับการซักถามผู้ถูกกล่าวหาคือนายบุญทรงพร้อมพวกนั้น เป็นการซักถาม โดยไม่มีการตอบคำถาม ซึ่ง เกี่ยวกับการการทำสัญญาซื้อขายข้าวของรัฐบาลไทย กับบริษัทกวางตุ้งและบริษัทไห่หนาน

อย่างไรก็ตาม นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. ในฐานะประธานการประชุมได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ฝ่ายปปช. ยื่นหนังสือขอแถลงปิดคดีด้วยวาจา ส่วนนายมนัส ขอแถลงปิดคดีด้วยหนังสือ และได้นัดที่ประชุมกำหนดวันแถลงปิดคดีในวันที่ 7 พฤษภาคม 2558 เพื่อที่จะลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2558

ทั้งนี้ นายบุญทรง และ นายภูมิ แจ้งความประสงค์จะแถลงปิดสำนวนคดีด้วยตนเอง ส่วนนายมนัส ทำหนังสือแถลงปิดสำนวนเป็นลายลักษณ์อักษร

MThai News