สปช.ลุยถกรธน.ร่างแรกวันที่ 5 เข้าสู่ภาค2 หมวด7

สปช. เตรียมพิจารณารัฐธรรมนูญร่างแรก หมวด 7 การกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น ก่อนเข้าภาค 3 คาดใช้เวลา 3 ชั่วโมง

บรรยากาศการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญร่างแรก ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ล่าสุด ประธานกดสัญญาณเรียกสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้ว โดย นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ วิป สปช. เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้ สมาชิกยังพิจารณาต่อในภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและระบบการเมืองที่ดี ว่าด้วยหมวด 7 การกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเหลือผู้อภิปรายอีก 10 คน คาดว่าใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

ร่างรัฐธรรมนูญ, สปช,

สปช

จากนั้นจะพิจารณาต่อในภาค 3 หลักนิติธรรม ศาล และการตรวจสอบใช้อำนาจรัฐ แบ่งเป็น 2 หมวด คือ หมวด 1 ศาลและกระบวนการยุติธรรม หมวด 2 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและส่วนที่เป็นองค์กรอิสระ โดยมีสมาชิกประสงค์ขออภิปรายประมาณ 50 คน ส่วนในวันเสาร์และวันอาทิตย์นี้ จะพิจารณาต่อในภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง รวมถึงบทแก้ไขเพิ่มเติมและบทเฉพาะกาลได้ทันตามกรอบที่กำหนด

วุฒิสารแจงหมวด7ย้ำหลักการปชช.มีส่วนร่วม

การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญร่างแรก ล่าสุด เปิดการประชุมแล้ว เข้าสู่การพิจารณาในภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและระบบการเมืองที่ดี ว่าดัวยหมวด 7 การกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น โดย นายวุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชี้แจงเจตนารมณ์ของหมวด 7 ว่า กรรมาธิการได้พยายามเขียนหลักการสำคัญในการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่นที่มีความหลากหลาย รองรับและวางรากฐานในอนาคต

ทั้งการกำหนดความหลากหลายขององค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น หากมีการประกาศเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษในอนาคตจะสามารถพัฒนารูปแบบท้องถิ่นได้ รวมถึงพื้นที่ ที่มีสภาและผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งการมีส่วนร่วมของประชาน เป็นหลักการสำคัญที่องค์กรปกครองท้องถิ่น ต้องกำหนดกลไกนี้ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารท้องถิ่น สิทธิ์ในการถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น ตลอดจนการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่องค์กรปกครองท้องถิ่น ต้องรายงานผลการดำเนินงาน สถานะทางการเงินการคลังให้ประชาชนรับทราบในทุก 1 ปี

สปช.หนุนกระจายอำนาจแนะปชช.แสดงความเห็น

การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่ออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ล่าสุด ที่ประชุมยังคงพิจารณาในส่วนภาคที่ 2 เรื่องผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง ในหมวด 7 การกระจายอำนาจและการบริหารท้องถิ่น ซึ่งสมาชิก สปช.ส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนให้มีการกระจายอำนาจเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาประชาชน

เพราะที่ผ่านมาส่วนกลางดูแลได้ไม่ทั่วถึง โดย นายเชื้อ ฮั่นจินดา สมาชิก สปช. ยังเห็นว่า มาตรา 211 ไม่ควรกำหนดให้ประชาชนมีส่วนตัดสินใจในการแก้ไขปัญหา การบริหารงานท้องถิ่น เพราะจะกระทบต่อการบริหาร
งานท้องถิ่นได้ ซึ่งประชาชนควรมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นเท่านั้น

ขณะที่ นายชิตชัย จิวะตุวินันท์ สมาชิก สปช. อภิปรายสนับสนุนให้มีการกระจายอำนาจเช่นกัน เพราะท้องถิ่นมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด แต่ที่ผ่านมาบัญญัติหลักการกระจายอำนาจไว้แต่ไม่สามารถนำมาปฏิบัติจริงได้ ดังนั้น จึงเสนอให้ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดเรื่องขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กรบริหารท้องถิ่นให้ชัด

บ่อดินคลอง10ปทุมฯ ถล่มทับคนงานดับ 2

บ่อดินคลองสิบ ปทุมธานี ถล่มทับคนงานดับคาที่ 2 ราย ชาวบ้านได้รับผลกระทบที่นาทรุดตัว ด้านเจ้าของบ่อยังไม่ออกมารับผิดชอบ

วันนี้ (24 เม.ย. 58) มีรายงานว่า ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงบ่อดินคลองสิบ ถนนลำลูกกา หมู่ 14 ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้รับผลกระทบที่นาทรุดตัว จากเหตุการณ์บ่อดินถล่มทับรถบรรทุกดิน จนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบ บ่อดินขนาดใหญ่บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ลึกประมาณ 150 เมตร บริเวณปากบ่อฝั่งตะวันออกได้พังสไลด์แล้วดึงเอาที่นาของ นายอ้วน (นามสมมติ) อายุ 60 ปี

ปทุมธานี , บ่อดิน , บ่อดินถล่ม , ที่นา , ที่นาทรุดตัว

บ่อดินถล่มทับคนงานดับ 2 ราย ชาวบ้านที่นาทรุด ไร้คนรับผิดชอบ

ทั้งนี้ พ.ต.ต. วิรวัฒน์ นิยมทรัพย์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ลำลูกกา ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบด้านใน ซึ่งขณะเกิดเหตุได้มีคนงานทำงานกันอยู่หลายสิบคน แต่จุดที่ดินสไลด์มีคนงานทำงาน 2 คน ขณะนั้นได้มีดินบนขอบบ่อพังถล่มลงมาอย่างรวดเร็วเป็นบริเวณกว้างกว่า 100 เมตร ทำให้ทั้ง 2 คน วิ่งหนีไม่ทัน จึงถูกดินทับทั้งคู่

ทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือออกมาส่งและนำส่ง รพ.สายไหม ได้ 1 รายส่วนอีกคนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งเหตุการณ์บ่อดินถล่มได้ส่งผลกระทบถึงที่นาของ นายอ้วน (นามสมมติ) อายุ 60 ปี เนื่องจากดินได้สไลด์ลงไปในบ่อดินจำนวนมาก แต่ทางเจ้าของบ่อยังไม่ออกมารับผิดชอบ

สำหรับบ่อดินดังกล่าว เป็นของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งเปิดมากว่า 10 ปี บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ อยู่ติดกับที่ดินของชาวบ้าน ขณะเกิดเหตุพบว่ามีรถดินจำนวนกว่า 50 คัน ขับมาต่อคิวเพื่อจะลงไปขนดินด้านล่าง ที่มีแบ็คโฮขุดดินรออยู่ แต่มีรถบรรทุกดินคันหนึ่งได้วิ่งลงไปในบ่อและถูกดินสไลด์ทับ

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด

MThai News

พท.-ปชป.จับมือ รธน.ใหม่ ต้องลดขัดแย้ง

เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ เห็นพ้องรัฐธรรมนูญใหม่ต้องปรองดอง-ลดขัดแย้ง หลัง คสช. เชิญพูดคุยขอความเห็น ขณะที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชง 2 แนวทางสู่ปรองดอง

หลังจากที่วานนี้ (23 เม.ย. 58) ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป หรือ ศปป. ได้มีการเชิญพรรคการเมืองทั้งประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย เข้าหารือ ที่ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดี เพื่อพูดคุยหาแนวทางการปรองดองให้สอดคล้องรองรับกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะออกมาในอนาคตนั้น

ปรองดอง, เพื่อไทย, ประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ในวันเดียวกัน นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลการหารือพูดคุยดังกล่าวว่า การหารือมีการแสดงความเห็นที่หลากหลาย โดยพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือเรื่องของรัฐธรรมนูญที่ต้องมีแนวทางไปในเรื่องความปรองดอง ลดความขัดแย้ง เป็นประชาธิปไตย และที่สำคัญควรมีการทำประชามติ

ขณะที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลหารือดังกล่าวเช่นกันว่า ในที่ประชุมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอแนวทางปรองดองไว้ 2 แบบด้วยกัน คือ

1. กระบวนการประชาธิปไตย เพื่อกำหนดทิศทางของประเทศ คือประชาธิปไตยอยู่ที่รัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่ดี มีความก้าวหน้า ให้สิทธิแก้ประชาชนไม่น้อยกว่ารัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่มีกติกาที่เป็นธรรม

2. กระบวนการยุติธรรม กำหนดความผิดถูกของคนในประเทศ คือ เรื่องที่ชี้ผิดชี้ถูกจะต้องเข้าสู่กระบวนการปรองดองสมานฉันท์ การจะนิรโทษกรรม จะมานิรโทษเลยโดยที่ไม่เข้ากระบวนการปรองดองไม่ได้

ซึ่งแนวคิดดังกล่าวของนายอภิสิทธิ์ ได้สอดคล้องกับแนวคิดของนายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย ที่บอกว่ารัฐธรรมนูญยังเป็นต้นตอของความขัดแย้ง และเห็นด้วยที่จะให้มีการจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช). กล่าวยอมรับว่า เห็นต่างได้ แต่อย่าสร้างความรุนแรง และยังบอกอีกว่ารัฐธรรมนูญที่ร่างอยู่ จะนำมาซึ่งความขัดแย้งอย่างหนัก รวมถึงไม่อยากให้รีบเลือกตั้งจนขาดสติ ล่าช้าไป 2-3 ปี ไม่เป็นไร แต่ขอให้ดีมีความเป็นธรรม รัฐธรรมนูญควรทำประชามติก่อน แม้จะต้องใช้งบประมาณถึง 3 พันล้านบาทก็ตาม หากประชามติไม่ผ่านรัฐธรรมนูญก็ร่างกันใหม่

MThai News