ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหา “อาชญากรข้ามชาติ” กับผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์โรฮิงญาเพิ่มเติม พร้อมเร่งสอบสวนภายให้เสร็จในมิ.ย.นี้ เพื่อส่งสำนวนอัยการ
วันนี้ (24 พ.ค.) พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้ชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบคดีค้ามนุษย์โรฮีนจาว่า หลังจากที่ทางอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งให้พนักงานอัยการมาร่วมทำการสอบสวนกับพนักงานสอบสวนของฝ่ายตำรวจ ขณะนี้ได้วางกรอบเพื่อเชื่อมโยงพยานหลักฐานต่างๆ ไล่ตั้งแต่ปาดังเบซาร์ สตูล และระนอง โดยในวันพรุ่งนี้ (25 พ.ค.) จะมีการสรุปความคืบหน้าในการสอบสวนและวางแนวทางเร่งรัดการทำงาน ซึ่งต้องแข่งกับเวลา อย่างช้าภายในเดือนมิ.ย.นี้ เพื่อส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณา

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้ชาการตำรวจแห่งชาติ
สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 46 รายที่อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ขณะนี้ได้ทำการสอบสวนเสร็จแล้ว และพนักงานสอบสวนเตรียมตั้งข้อหา “อาชญากรข้ามชาติ” เพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา เนื่องจากมูลความผิดเชื่อมโยงระหว่างประเทศ นอกเหนือจาก 3 ข้อหาที่ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้ ส่วนผลการสอบสวนนั้นผู้ต้องหาหลายรายยอมรับสารภาพ แต่ผู้ต้องหารายสำคัญยังให้การปฏิเสธ
ทั้งนี้ ยังคงเดินหน้ายุทธการปิดต้นทางและปลายทางขบวนการค้ามนุษย์ทั้งในพื้นที่จังหวัดระนอง สงขลาและสตูล รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง เพื่อทำความเข้าใจกับชาวบ้านและสร้างมวลชนให้เข้ามามีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่
โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล ได้ออกลาดตระเวนในน่านน้ำ เพื่อเฝ้าระวังการใช้พื้นที่เกาะแก่งต่าง ๆ ในการหลบซ่อนหรือพักพิงของขบวนการค้ามนุษย์ จากการตรวจสอบบริเวณอ่าวพรชัย ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะตะรุเตา พบเพียงร่องรอยของแค้มป์เก่าที่ถูกเจ้าหน้าที่บุกรื้อไปเมื่อ56
ส่วนที่จังหวัดพังงา เจ้าหน้าที่สนธิกำลังตำรวจท้องที่และฝ่ายปกครอง ตั้งจุดตรวจเข้มสกัดกั้นแรงงานผิดกฎหมายและป้องกันขบวนการค้ามนุษย์ ที่อาจเปลี่ยนวิธีเคลื่อนย้ายชาวโรฮีนจาจากเดินเท้าบนเทือกเขามาใช้การขนย้ายทางรถยนต์ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถต้องสงสัยทุกคันอย่างละเอียด โดยเฉพาะรถโดยสารที่เคยพบว่ามีการลักลอบนำแรงงานผิดกฎหมายผ่านเข้ามาในพื้นที่ แต่จากการตรวจสอบยังไม่พบการกระทำผิดใดๆ
MThai News