สหรัฐ พบ เชื้อแอนแทรกซ์ ถูกส่งไปออสเตรเลีย

เจ้าหน้าที่สหรัฐ สอบสวน พบ เชื้อแอนแทรกซ์มีชีวิตหรือเชื้อแบคทีเรียร้ายเมื่อปี 51 มีบางส่วน ถูกส่งไปยังออสเตรเลีย

จากกรณีกองทัพและเจ้าหน้าที่การแพทย์เปิดการสอบสวน หลังจากห้องทดลองเอกชนแห่งหนึ่งในรัฐแมริแลนด์ ได้รับตัวอย่างเชื้อแอนแทรกซ์มีชีวิตที่ถูกส่งมาทางเรือจากฐานทัพใกล้เมืองซอลท์เลกซิตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

สหรัฐ พบ มีการส่งเชื้อแอนแทรกซ์มีชีวิต ไปออสเตรเลีย

โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ระบุ มีห้องทดลองของรัฐบาล มหาวิทยาลัยและเอกชนอย่างน้อย 18 แห่งได้รับตัวอย่างเชื้อแอนแทรกซ์มีชีวิตซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ถูกฉายรังสีเพื่อทำให้หมดฤทธิ์เมื่อเดือนมีนาคมปี 2557 ไปใช้เพื่อการวิจัย

และตัวอย่างดังกล่าวยังถูกแจกจ่ายไปยังห้องทดลองต่างๆ ใน 9 รัฐรวมถึงฐานทัพอากาศของสหรัฐในเกาหลีใต้ แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พบเพิ่มว่า มีเชื้อแอนแทรกซ์มีชีวิตกลุ่มที่ถูกฉายรังสีให้หมดฤทธิ์เมื่อปี 2551 ด้วย และยังไม่แน่ชัดว่าถูกส่งออกไปเมื่อใดและไปอยู่ที่ไหนอีกบ้างนอกจากออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม ทางการยืนยันว่าเชื้อดังกล่าวไม่เป็นอันตรายต่อประชาชนและยังไม่พบผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อ โดยเจ้าหน้าที่ห้องทดลอง 4 คนในรัฐเทกซัส เดลาแวร์และวิสคอนซินได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันเชื้อ และมีการแยกตัวเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือนอีก 22 คนที่ฐานทัพอากาศสหรัฐในเกาหลีใต้เพื่อเฝ้าระวังอาการ

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ tnamcot

MThai News

ย้อนรอย นายตร.นอกแถว มืออุ้มฆ่า ‘เสี่ยโรงเกลือ’

หากกล่าวถึง “คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ” ที่ผ่านมาในประเทศไทย ก็คงมีหลากหลายคดีดัง ที่ประชาชนต่างให้ความสนใจ พร้อมติดตามผลสรุปของคดีนั้นๆ

และอีกหนึ่งคดีที่เป็นกระแสข่าวอันโด่งดังที่ผ่านมา คือคดีอุ้มฆ่า ไม่ว่าจะเป็น คดีอุ้มฆ่าตัดตอน หรือแม้กระทั่งฆาตกรรมนั่งเผายาง หลายๆคนก็คงพอจะจำกันได้อยู่ นั้นคือ…

คดีอุ้มฆ่า “เสี่ยอ้วน” หรือ นายชัยชนะ หมายงาน วัย 67 ปี เจ้าของฉายา “เทพเจ้าสองแผ่นดิน” เนื่องจากเป็นเจ้าของบริษัทส่งเสริมสองแผ่นดิน จำกัด ที่ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างไทย-กัมพูชา และเป็นผู้กว้างขวางในตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ซึ่งคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ปี พ.ศ. 2556 โดย “เสี่ยอ้วน” ถูกอุ้มไปฆ่าและเผาทิ้งในพื้นที่ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาแกะรอยหาตัวคนร้ายเพียง 11 วัน โดยมี พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 (ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น) สามารถจับกุม “นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์” หรืออดีต พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ สว.สส.สภ.เมืองปราจีนบุรี ร่วมกับพวกอีก 4 คน อุ้มฆ่า “เสี่ยอ้วน”

พ.ต.ท.พันศักดิ์ ถูกจับกุมคดี อุ้มฆ่า เสี่ยอ้วน

พ.ต.ท.พันศักดิ์ อดีตตำรวจ ถูกจับกุมคดี อุ้มฆ่า เสี่ยอ้วน

หากพูดถึงประวัติของ พ.ต.ท.พันศักดิ์ นายตำรวจ (นอกแถว) เป็นที่รู้จักกันดี เมื่อตกเป็นผู้ต้องหา ใน “คดีเพชรซาอุ” เมื่อปี พ.ศ.2532 ในฐานะหัวหน้าทีมอุ้มฆ่านางดาราวดี และด.ช.เสรี ศรีธนะขัณฑ์ ภรรยาและบุตรของนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ ที่พัวพันกับคดีเพชร ของราชวงศ์ไฟซาลแห่งซาอุดิอาระเบีย ซึ่งในขณะนั้นมี พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ เข้ามาคลี่คลายคดีดังกล่าว

แต่คดี.. ก็มาพลิก เมื่อสืบทราบได้ว่า พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ได้สั่งให้ลูกน้องทีมชุดสืบในขณะนั้น นั้นคือ… ทีมของ พ.ต.ท.พันศักดิ์ ให้อุ้มนางดาราวดี และด.ช.เสรี ศรีธนะขัณฑ์ โดยทำทีเป็นตั้งด่านตรวจค้น เพื่อกดดันให้นายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ ส่งเพชรที่เหลือคืน

อย่างไรก็ตามนายสันติ ก็ยังไม่ส่งมอบเพชรคืน ทีมของ พ.ต.ท.พันศักดิ์ จึงฆ่าปิดปากสองแม่ลูก แล้วอำพรางคดี ให้เหมือนว่าเป็นการเกิดอุบัติเหตุรถชน…

คดีฆ่า 2 แม่ลูก คระกูล ศรีธนะขัณฑ์

อุ้มฆ่า 2 แม่ลูก ตระกูล ศรีธนะขัณฑ์

คดีอุ้มฆ่า 2 แม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ พ.ต.ท.พันศักดิ์ตกเป็นจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 คือพล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ที่เขาเป็นผู้ให้การซัดทอดเอง  ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1  ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งให้ความร่วมมือกับตำรวจด้วยดี ศาลลดหย่อนโทษจำคุกเพียง 40 ปี และได้รับการลดหย่อนโทษเรื่อยมา จนกระทั่งพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2555  จึงได้มาประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง รับงานจากอบจ.สระแก้ว

นอกจากนี้ พ.ต.ท.พันศักดิ์ ยังมีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่าหลายคดีในพื้นที่ภาคตะวันออก ทั้งคดีอุ้มฆ่า ส.ท.สมเกียรติ น้อยเล็ก มือปืนชื่อดัง คดีอุ้มฆ่ากำนันประเชิญ บุญปราโมทย์

และยังมีชื่อพัวพันคดีอุ้มฆ่า นางตรีนุช บุญทวี ภรรยาของ ส.จ.ปราจีนบุรี ที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของแฟนสาว พ.ต.ท.พันศักดิ์ รวมทั้งยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอุ้มฆ่าหัวหน้าแขวงการทางพิเศษ จ.ปราจีนบุรี ที่มาติดพันแฟนสาวของ พ.ต.ท.พันศักดิ์

ซึ่งล่าสุดเมื่อวานนี้ ( 29 พ.ค. 58 ) ศาลจังหวัดสระแก้ว พิพากษาสั่งประหารชีวิต “นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ในคดีอุ้มฆ่าเผานั่งยาง “เสี่ยอ้วน”ตลาดโรงเกลือ

แม้ในขณะนี้ นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์อดีตตำรวจชื่อดัง หรือจะเรียกได้ว่า “มืออุ้มฆ่าระดับพระกาฬ” ยังคงหลับหนีอยู่ แต่เชื่อได้ว่า… ไม่มีใครสามารถหนีผลกรรมที่ตนได้ก่อขึ้นไว้ได้ อยู่ที่ว่าจะได้รับผลกรรม “เร็ว” หรือ “ช้า” ก็เท่านั้น…

MThai News

บี้ เดอะสตาร์’ ส่งผจก.แจงคดียูฟัน ชี้ ถูกแอบอ้าง

ผู้จัดการ “บี้ เดอะสตาร์” เข้าให้ปากคำตำรวจ ปฏิเสธบี้เอี่ยวคดี “ยูฟัน” ชี้ถูกนำแอบอ้างนำภาพถ่ายไปโฆษณาได้รับความเสียหาย จ่อดำเนินคดี

วันนี้(30 พ.ค.) น.ส.เพทาย เกิดผล ผู้จัดการของ นายสุกฤษฎ์ วิเศษแก้ว หรือ “บี้ เดอะสตาร์” ดารานักแสดงชื่อดังได้รับมอบอำนาจจาก “บี้ เดอะสตาร์” เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(ปคบ.) เพื่อชี้แจงและแสดงความบริสุทธิ์ว่า บี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่าย ยูฟัน จากกรณีมีภาพถ่าย “บี้ เดอะสตาร์” กำลังนั่งพูดคุยธุรกิจยูฟันกับนายบอย ในเว็บไซด์ ยูโทเค่น ฟอร์ยู

ผู้จัดการของ "บี้ เดอะสตาร์"

ผู้จัดการของ “บี้ เดอะสตาร์” พบตร.แจงคดียูฟัน

น.ส.เพทาย เปิดเผยว่า ในวันดังกล่าวรุ่นพี่ของบี้ ซึ่งเป็นสมาชิกระดับสูงของธุรกิจยูฟัน ได้ชวนบี้และมารดาไปรับประทานอาหารและแนะนำธุรกิจยูฟัน พร้อมกับขอถ่ายรูปคู่ด้วย ต่อมารุ่นพี่คนดังกล่าวได้นำรูปไปลงเฟสบุ๊คส่วนตัว และลงข้อความชักชวนประชาชนให้ดูน่าเชื่อถือ จึงได้ติดต่อให้ลบรูปออก เพราะสร้างความเสียหาย จากนั้นเมื่อมีคดีความพบว่ามีรูปดังกล่าวยังถูกเผยแพร่ซ้ำ จึงติดต่อไปยังรุ่นพี่คนนี้อีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้

ทั้งนี้ยืนยันว่าบี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่ได้เป็นสมาชิกยูฟันแต่อย่างใด ทั้งนี้ บี้ยังติดภารกิจอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ได้ในต้นเดือนก.ค. และหลังจากนี้จะดำเนินคดีกับแอดมินเว็บไซด์ดังกล่าวด้วย

ด้านพล.ต.ท.สุวิระ ระบุว่า แนวทางเยียวยาผู้เสียหายในคดี ทางเจ้าหน้าที่จะนำสำนวนคดีรายการทรัพย์และบัญชีผู้เสียหาย ส่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) และอัยการ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและอาญา เพื่อชดใช้คืนผู้เสียหาย ส่วนทรัพย์สินที่เหลือจะให้ดำเนินการให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป เบื้องต้นคาดว่าจะสรุปสำนวนส่งอัยการได้ภายใน10วัน

ซึ่งในส่วนของผู้เสียหายขณะนี้เข้าแจ้งความแล้ว 1,285 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่จะปิดรับแจ้งความในวันที่ 2 มิ.ย.นี้ โดยมั่นใจในพยานหลักฐานที่มีสามารถพิสูจน์ต่อศาลว่าผู้ต้องหากระทำความผิดจริง

ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ @TNAMCOT

MThai News